เอื้ออาทรเห็นอกเห็นใจ

        ณ ขณะนี้ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์  มข.  สามารถเปิดให้การรักษาผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูกได้แล้วค่ะ  คือที่แผนกการพยาบาลผู้ป่วยระยะวิกฤต   หออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและเด็กสว. 19  ชั้น  6  เปิดตึกใหม่คู่กัน  คือ  ตึกปลูกถ่ายไขกระดูก และหออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและเด็ก  

        โดยให้การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก (เริ่มปี 2551 สำเร็จเป็นรายแรกค่ะ)

BMT รายแรกของเรา  ก่อนกลับบ้านมาลาพี่ๆพยาบาลค่ะ

การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด หรือ  สเต็มเซลล์  หรือการปลูกปลูกถ่ายไขกระดูก  (Stem cell Transplantation)  เป็นการรักษาผู้ป่วยโดยการนำเซลล์ต้นกำเนิอดเม็ดเลือดมาให้แก่ผู้ป่วยทางหลอดเลือดดำ  เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ที่นำมาให้จะสามารถเคลื่อนเข้าไปในโพรงกระดูกของผู้ป่วยและแบ่งตัวสร้างเม็ดเลือดใหม่ได้

ณ  ปัจจุบันเด็กที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก  ที่ตึกเราทำสำเร็จ  มี 3 รายแล้วค่ะ

         เด็กที่จะได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก  จะจัดให้อยู่ในห้องแยกคนเดียวตลอดการรักษาซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน  ต้องอยู่ในห้องคนเดียวตลอดเวลา  ออกมานอกห้องไม่ได้เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ  พยาบาลและหมอที่ดูแลต้องใส่เสื้อกาว และสวมหน้ากาก สวมถุงมือ  เปลี่ยนร้องเท้าทุกครั้ง  ที่เข้าไปให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วย 

ในด้านการรักษา  จะมีโปรแกรมการรักษาในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องตลอดการปลูกถ่ายไขกระดูก

       ในช่วงแรกก่อนการปลูกถ่ายไขกระดูก ผู้ป่วยและญาติจะได้รับข้อมูลการรักษา  การปฏิบัติตัวขณะรักษา  และผู้ป่วยถูกจัดแยกให้อยู่คนเดียวในห้องแยกที่มีห้องน้ำ  อุปกรณ์ต่างๆครบ (เหมือนห้องสูตรเลยค่ะ ) เช่น เสื้อผ้า  ผ้าเช็ดตัวที่สะอาดปราศจากเชื้อ 

      เนื่องจากการอยู่คนเดียวในห้องแยกทั้งกลางวันและกลางคืน  อาจทำให้ผู้ป่วยเหงา  ไม่มีอะไรทำ  ทางหอผู้ป่วยจึงจัดชื้อทีวี  วิทยุ  และมีอาจารย์ศรีเวียง  (ใจดีมากๆเลยค่ะ ต้องขอขอบคุณค่ะอาจารย์)  บริจาคให้ด้วยค่ะ  ให้ผู้ป่วยสามารถรับรู้ข่าวสารโลกภายนอกได้   มีอะไรทำคลายเหงา

ถ้าผู้ป่วยมีฐานะก็สามารถเอาคอมพิวเตอร์มาให้ผู้ป่วยเล่นอินเตอร์เนตได้ด้วยค่ะ (ผู้ป่วยเรามี 1 ราย ที่นำคอมพิวเตอร์มาด้วยค่ะ)

         ผู้ป่วยจะได้รับยาเคมีบำบัด  จนเม็ดเลือดข่าวต่ำลงมากๆ(ต่ำกว่า 100 เซลล์ )   ผู้ป่วยจะมีอาการข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด  ที่เห็นชัดๆคือ  อ่อนเพลีย  ปวดเมื่อยตามตัว มีไข้สูง ต้องได้รับการเช็ดตัวลดไข้  และได้รับยาลดไข้   มีแผลในปาก ทานข้าวไม่ได้ ต้องบ้วนปากทุก  4  ชั่วโมง  ทายาในช่องปาก  ทำให้ช่วงนี้ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้  พยาบาลต้องช่วยเช็ดตัว  เข้าห้องน้ำไม่ได้เลย  พยาบาลช่วยในการทำกิจวัตรประจำวันให้  ช่วงนี้จะน่าสงสาร  เพราะผู้ป่วยจะนอนซมบนเตียง  หมดแรงเพลียมากด้วยค่ะ  ต้องบันทึกน้ำเข้าน่ำออกอย่างละเอียดด้วยค่ะ  กระตุ้นให้ดื่มน้ำมากกว่า3000 ซีซีต่อวันค่ะ

ต่อมาผู้ป่วยจะได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก  ประมาณ 2 วัน

          แต่หลังการปลูกถ่ายไขกระดูก   เซลล์เม็ดเลือดขาวที่สร้างใหม่เริ่มมีจำนวนมากเกือบเท่าปกติ  ผู้ป่วยจะเริ่มแข็งแรง  เริ่มทำกิจวัตรประจำวันได้  ซึ่งโดยส่วนมากจะประมาณวันที่  25-30 ของการรักษา 

        เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว  เม็ดเลือดขาวอยู่ในระดับปกติ  ผู้ป่วยสามารถเดินออกมาเล่นนอกห้องได้แต่  ยังต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา  (ภายในหน่วยปลูกถ่ายไขกระดูก  ที่ห้องแยกจะมีเฉพาะพยาบาลที่ดูแลอยู่  ส่วนญาติจะไม่ให้อยู่เฝ้า  )

ส่วนมาก 30-40 วันผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้แล้วค่ะ

ก่อนกลับบ้านผู้ป่วยและญาติจะได้รับคำแนะนำเรื่อง

การดูแลรักษาความสะอาด  การป้องกันการติดเชื้อในช่วง 6-18 เดือนหลังการปลูกถ่ายไขกระดูก

อาหารการกิน  กิจกรรมที่สามารถทำได้ 

การติดตามการรักษา

สู้ๆค่ะ  ต้องปิดปากจมูกยังงี้เลยน๊า

เห็นแต่ลูกกะตาเลยค่ะ