บนพื้นของชั้นโลก มีบันไดจากพื้นอาคารสู่บริเวณเก๋งจีน

รูปปูนปั้นผสมกับการใช้เครื่องถ้วยเบญจรงค์ทำเป็นลวดลาย

 







พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

 





จุดน่าสนใจที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ รูปปั้นปลาอานนท์

ซึ่งโดยหน้าที่แล้วคือคานเหล็กรับน้ำหนักบันได

ที่เลือกใช้ปลาอานนท์ก็เพราะว่าปลาอานนท์ (ในไตรภูมิ) หนุนโลกอยู่

ส่วนปลาอานนท์ (ในพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ) ก็รับโครงสร้างบันไดในชั้นโลกนั่นเอง



ปลาอานนท์




ระหว่างเดินขึ้นบันไดจากชั้นโลก ลองสังเกตราวบันได

ซึ่งดารดาษไปด้วยเศียรช้างขนาดเล็กจำนวนมากชูงวงพันเกี่ยวขอบราวอยู่

แสดงถึงความพิถีพิถันในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของผู้สร้างพิพิธภัณฑ์อ้นงดงามแห่งนี้

ราวบันไดบนชั้นโลก

 

ในการขึ้นสู่ชั้นสวรรค์ สามารถไปได้ 2 ทาง คือ

ขึ้นลิฟต์ (เหมาะสำหรับคนชราและคนที่ขาแข้งไม่ค่อยดี)

ขึ้นบันไดวน โดยหากขึ้นบันไดวน ก็จะมีโอกาสได้เห็นภาพจิตรกรรมบนผนังอันงดงาม






ภาพจิตรกรรมบริเวณผนังข้างบันไดทางขึ้น-ลงชั้นสวรรค์



เมื่อขึ้นถึงชั้นสวรรค์ (อยู่บริเวณท้องช้าง) ก็จะรู้สึกสงบเย็น

บนชั้นนี้ตกแต่งด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว


ศิลปะตะวันตกปรากฏเป็นภาพสุริยจักรวาลบนผนังเพดาน ฝีมือของ Mr. Jacob Schwarzkopf ผู้ออกแบบหลังคาโลกนั่นเอง

ส่วนศิลปะตะวันออกจัดตามคติเขาพระสุเมรุ สัตบริภัณฑ์

และบรรดาวิมานของมวลเทพในสวรรค์ชั้นต่างๆ ตามคติจักรวาลแบบไตรภูมิ 

ชั้นสวรรค์

 

เบื้องหน้ามีพระพุทธรูปปางลีลาเป็นพระประธานซึ่งถอดจำลองมาจากวัดเบญจมบพิตร 

บนยอดพระเกตุมาลาบรรจุพระธาตุ ถัดขึ้นไปประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลอง

ส่วนผนังทั้งสองด้านจัดแสดงพระพุทธรูปสมัยต่างๆ


พื้นของชั้นสวรรค์นี้ใช้ไม้มะเกลือสีเข้มออกดำ เพราะจะได้ไม่สะท้อนเงากับโบราณวัตถุเมื่อต้องแสงไฟ

ผู้ชมจะได้มีสมาธิในการชมสิ่งต่างๆ ที่จัดแสดง

 

 


 

โปรดติดตามตอนจบในบันทึกหน้า

(ตามแต่ผู้บันทึกจะสะดวก...อิอิ)