เมื่อผมไปเป็นกรรมการร่างรายงานแก้ปัญหาความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓

ผมเห็นว่าหากเพื่อนพ้องน้องพี่ใน G2K จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพียงแต่อย่าแสดงความคิดเห็นโดยอคติและขอได้โปรดแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อย่าใช้อารมณ์เท่านั้นเป็นพอครับ

ในการทำร่างรายงาน เรามีกระบวนการในการจัดทำรายงานดังนี้ครับ เราทำเป็นโครงการศึกษาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ทั้งนี้เรามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ด้วยสันติวิธีที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติเสนอต่อ รัฐบาล รัฐสภา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสังคมไทยโดยรวม (ผมจึงแอบเอามาให้ท่านอ่านกันก่อนไงครับ อิอิ)

การเก็บข้อมูลและยกร่างรายงานมีการแบ่งเป็นสองระยะ ในระยะแรก ๒๑ มกราคม-๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ เก็บข้อมูลโดยนักวิชาการของสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล พอมาถึงระยะที่สอง ๑ กันยายน ๒๕๕๑-๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๒ นักศึกษาหลักสูตร สสสส๑(การเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑) จำนวน ๙๒ ท่าน ซึ่งมีภูมิหลังและวิชาชีพหลากหลายและมีผมเป็นหนึ่งในนั้น ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อทำรายงาน โดยสถาบันพระปกเกล้ามีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรายงานฯ จำนวน ๑๓ ท่าน มีผมเป็นหนึ่งในนั้น กรรมการชุดนี้มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและยกร่างรายงานพร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกพื้นที่

ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่เราทำมานั้น มีทั้งการศึกษาจากเอกสาร การสัมภาษณ์พูดคุย การสนทนากลุ่ม การรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ยุติธรรม สาธารณสุข การศึกษา และนักวิชาการ เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน นักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น โต๊ะอิหม่าม กรรมการอิสลามประจำจังหวัด เจ้าอาวาส ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด นักศึกษามหาวิทยาลัย คณาจารย์และนักเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและสถาบันปอเนาะ ชุมชนชายฝั่ง ประมงพื้นบ้าน ชุมชนไทยพุทธและมุสลิม โดยลงพื้นที่ทั้งจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสงขลา จำนวน ๑๑ ครั้ง รวม ๕๒ วัน เป็นการสัมภาษณ์พูดคุยกับบุคคลจากภาคส่วนต่างๆ ๕๔ ท่าน สนทนากลุ่ม ๒๘ ครั้ง มีผู้เข้าร่วม ๒๗๓ คน และรับฟังความคิดเห็นโดยการเปิดเวที เอกสารทางไปรษณีย์ ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษา ๔ ส.(พวกเราหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข เรียกตัวเองว่าเป็นพวก ๔ ส.ครับ) มีเยาวชน ภาครัฐ และภาคประชาสังคมด้วย เราก็คิดว่าสิ่งที่เราทำมานั้นก็คงมีอะไรดีๆบ้างแหละน่า....

เฉพาะในส่วนการประชุมพวกเราประชุมกันหลายครั้ง ใช้เวลาเก็บตัวนั่งจัดทำรายงานกันหามรุ่งหามค่ำ พอเดินทางเข้าถึงที่พักในแต่ละครั้ง เอาของเก็บแล้วเข้าห้องประชุมกันเลย เย็นทานข้าวเสร็จก็ประชุมกันสามทุ่มจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน เช้าก็เริ่มกันแต่เช้า เที่ยง เย็น มีเวลาพักผ่อนกันเล็กน้อย ครั้นเช้าอีกวันหนึ่งก็เข้าห้องประชุมสรุปการทำงานในครั้งนั้น จากนั้นฝ่ายเลขาฯก็จะสรุปร่างรายงานฯให้พวกเราทราบทางอีเมล์ ใครมีข้อเสนอแนะอะไรก็แจ้งทางอีเมล์อีกรอบ

จนมาถึงขณะนี้ งานของเราเป็นรูปเป็นร่างแต่ยังไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด ได้ส่งให้คณะกรรมการยกร่างรายงานฯตรวจสอบ เสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ผมเห็นว่าหากเพื่อนพ้องน้องพี่ใน G2K จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ เพียงแต่อย่าแสดงความคิดเห็นโดยอคติและขอได้โปรดแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ อย่าใช้อารมณ์เท่านั้นเป็นพอครับ

ขอนำข้อเสนอแนะเป็นบทสรุปแล้วกันนะครับ ไม่เช่นนั้นจะยาวเฟื้อย

เราขอเสนอแนะทางการเมืองในเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องการตอบโจทย์สำคัญของปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งแก้ไขที่รากเหง้าของปัญหาซึ่งเรามีความเชื่อว่า หากมีการดำเนินการตามข้อเสนอที่เป็นการใช้สันติวิธีเชิงรุกบนหลักการ เปิดพื้นที่/มีส่วนร่วม/รับฟังเสียง/สร้างความเข้าใจ/สอดคล้องอัตลักษณ์และวิถีชีวิต ทั้งหมดนี้แล้ว ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  มาช่วยกันคิดนะครับว่าสิ่งที่เรานำเสนอนั้นมันจะเป็นผลดีหรือไม่

 

ปัญหาใจกลาง

        คือการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนของขบวนการต่อสู้ที่ปาตานี ซึ่งมีกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนตและพูโลเป็นแกนหลัก ผสมกับกลุ่มต่อต้านอำนาจรัฐที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์แบ่งแยกดินแดนหากแต่ต้องการตอบโต้การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่กลุ่มรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ในเรื่องต่างๆ โดยมีประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบ

 

รากเหง้าของปัญหา

        ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นเพียงอาการของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับมิติทางวัฒนธรรมซึ่งมีรากเหง้ามาจาก

        ก.ความไม่เข้าใจกันอย่างแท้จริงของสองชาติพันธุ์ ไทยกับมลายูปาตานี ทำให้เกิดอคติลึกๆต่อกัน

        ข.บาดแผลทางประวัติศาสตร์ของรัฐปัตตานีที่เคยรุ่งเรืองในอดีตแต่สูญเสียจากการกระทำของรัฐสยามในอดีต

        ค.โครงสร้างการบริหารจัดการทางการปกครอง กฎหมาย นโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่ยังมีบางส่วนไม่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ตลอดจนไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับที่สามารถสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริงและเท่าเทียม

        ทั้งหมดนี้ทำให้คนมลายูปาตานีโดยเฉพาะกลุ่มใช้ความรุนแรงรู้สึกว่าไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี มีคุณคุณค่า ทุกฝ่ายจึงต้องตระหนักปัญหาใจกลางและรากเหง้าดังกล่าวนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของความรู้สึกว่าเขาได้รับความอยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันกับพลเมืองอื่นๆ

        เราเห็นว่ามาตรการในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญ ๒ ข้อที่เชื่อมโยงกับรากเหง้าของปัญหาดังกล่าว คือ

        ๑.ทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนในพื้นที่รวมทั้งผู้ที่เห็นต่างจากรัฐได้มีส่วนร่วมทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนกิจกรรมหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง ผ่านโครงสร้างการบริหารจัดการทางการปกครอง กฎหมาย นโยบายทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่

        ๒.ทำอย่างไรที่รัฐ ประชาชนในสังคมใหญ่และในจังหวัดชายแดนใต้จะเกิดความเข้าใจยอมรับ เห็นคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์อย่างเพียงพอไม่รู้สึกหวาดระแวงว่าความแตกต่างดังกล่าวจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของตน

 

กรอบคิดและทิศทางการแก้ปัญหา

        การแก้ไขปัญหาต้องอยู่ในกรอบ สันติวิธีโดยใช้การเมืองนำการทหารอย่างแท้จริง สันติวิธีมิได้ปฏิเสธการใช้การทหารแต่ต้องใช้อย่างจำกัดภายใต้หลักนิติธรรมในลักษณะควบคุมความรุนแรงมิให้ขยายตัวและต้องสนับสนุนและตอบสนองต่อเป้าหมายของงานการเมืองเท่านั้น โดยนอกจากจะใช้งานการเมืองในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่แล้วรัฐยังจำเป็นต้องใช้งานการเมืองในเชิงรุกต่อกลุ่มขบวนการที่ไม่ใช่แค่ยันในทางยุทธการเท่านั้นด้วย

 

ข้อเสนอแนะงานการเมืองเชิงรุก

        ข้อเสนอแนะต่อไปนี้เป็นการใช้งานการเมืองเชิงรุกสู่การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยั่งยืนบนหลักการ เปิดพื้นที่/มีส่วนร่วม-รับฟังเสียง-สร้างความเข้าใจ-สอดคล้องอัตลักษณ์

๑.จัดการพูดคุยเพื่อสันติภาพ (Peace Talk) กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐเพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกที่เป็นไปได้ร่วมกัน แต่ไม่ใช่การเจรจาต่อรอง (Negotiation) เพื่อยุติความสูญเสียของทุกฝ่ายให้เร็วที่สุด

๒.ร่วมกันสร้างเครือข่ายสันติภาพชายแดนใต้ (Peace Net) ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างความเข้มแข็งแก่ภาคประชาสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

๓.กำหนดยุทธศาสตร์ในการสื่อสารสังคมเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างคนในสังคมใหญ่กับในพื้นที่ในการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

๔.ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการจัดการบริหารปกครองที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมในพื้นที่และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกรอบรัฐธรรมนูญ

๕.ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งศาลศาสนาอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกในสำนักงานศาลยุติธรรมไทย

๖.ส่งเสริมการใช้ภาษามลายูเป็นภาษาทำงานควบคู่ไปกับภาษาไทย

๗.ส่งเสริมการศึกษาข้อดีและข้อจำกัดของการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับได้ของทั้งฝ่ายความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่

ข้อเสนอที่ ๑ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูไปสู่สันติภาพ ข้อเสนอที่ ๒ เป็นข้อเสนอเชิงกระบวนการเพื่อให้มีกลไกเชื่อมถึงฐานรากในการเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชน ข้อเสนอที่ ๓ เพื่อเน้นสร้างความเข้าใจกับสังคมใหญ่ให้เห็นประโยชน์ของสันติวิธีและเห็นแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งเราถือเป็นข้อเสนอหลักทั้งสามข้อ ส่วนข้อ ๔-๗ เป็นข้อเสนอรองที่เห็นควรสนับสนุนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อทำให้คนมลายูปาตานีรู้สึกว่ารัฐและสังคมใหญ่ยอมรับและเห็นคุณค่าในตัวตนของเขาอย่างจริงจังและจริงใจ

 

(ขอบคุณข้อมูลจากคุณเมธัส อนุวัตรอุดม นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้าและคณะกรรมการและอนุกรรมการยกร่างรายงานข้อเสนอการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อัยการชาวเกาะ



ความเห็น (19)

กอจองก่อน

จองแทนพอลล่าน้อย

จองแทนทุกคนเลยค่ะ

ใครแซงหน้ามีบึ้มแน่ ๆ

แล้วประเทศเพื่อนบ้านล่ะค่ะ

กอมีปัญหามาทายคุณอาอัยการชาวเกาะด้วยค่ะ

อะไรเอ๋ย

อะไรเอ๋ยที่เลิศที่สุด

อิอิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก

ตอบได้มั้ยค่ะว่า อะไรเอ๋ยที่เลิศที่สุด

ขออนุญาตเรียนปรึกษาครับ

ท่านครับทั้งหมดที่ร่างขึ้นมาได้ตอบโจทย์ความต้องการของเขาหมดหรือเปล่าครับ

แล้วถ้าหากเราตอบได้ไม่ทั้งหมดเขาจะยอมสงบหรือเปล่าครับ

แต่ที่น่ากลัวกว่าปัญหาภาคใต้ คงจะเป็นน้องกอก้าน ก้านกอ จะวางระเบิดบล็อกท่านอัยการ กระผมกลัวไม่ได้ไปเที่ยวเกาะหนะครับ ขอต่อรองหน่อยนะครับน้องก้านกอ

ขอแค่ให้คนที่แซงหน้าน้องได้เลี้ยงข้าวน้องซักมื้อ พอใช้ได้หรือเปล่าครับ พี่เผื่อไว้หนะครับกลัวจะไม่ได้เรียนรู้จากท่านอัยการครับ

เป็นเรื่องราวที่ดีมากครับ ความจริงถ้าเราเข้าใจภพแห่งภูมิปัญญา เข้าใจรากเหง้าและพื้นฐานของคนพื้นที่อย่างถ่องแท้เราจะรู้เลยว่าในมิติอีกแง่มุมนึง ผู้คนที่นี่น่ารักมากครับท่านอัยการ ผมเองมีโอกาสได้รับฟังการร่วมกันหาแนวทางแก้ไขครั้งนึงที่ซีเอส ก็รู้สึกประทับใจกับทีมงานนักศึกษากลุ่มนี้ครับ ขอเป็นกำลังใจให้ในการทำงานครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณอัยการชาวเกาะ

.ความไม่เข้าใจอย่างแท้จริงของสองชาติพันธุ์ รัฐคงต้องหาเครื่องมือว่าจะทำอย่างไรให้สองชาติพันธุ์เข้าใจกัน รัฐคงต้องจัดการศึกษาที่พิเศษใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เราชาติพันธุ์ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

.บาดแผลทางประวัติศาสตร์ ความจริงก็เป็นเรื่องปกติของอาณาจักรในอดีต อาณาจักรใดเข้มแข็งกว่าก็จะรุกรานอาณาจักรอื่นที่อ่อนแอกว่า เมืองนครศรีฯก็เคยเป็นอาณาจักรใหญ่มาก่อนเช่นเดียวกัน แต่ที่สำคัญคือรัฐสยามหรือไทยต้องดูแลรัฐปัตตานีให้มีความเจริญรุ่งเรือง เมื่อรัฐขาดการดูแลและพัฒนา ทำให้เขาคิดถึงอดีตที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน ประกอบกับบ้านใกล้เรือนเคียงกับมาเลเซีย ยิ่งเปรียบเทียบชัดเจนถึงความด้อยกว่า ทำให้อยากแบ่งแยกดินแดนด้วย รัฐควรพัฒนาให้ประชาชนอยู่สุขสบายโดยพัฒนาให้สอดคล้องอัตลักษณ์และวิถีชีวิตที่เขาเป็นอยู่

.ขอบคุณความรู้ดีๆ เอาแค่นี้ก่อนนะคะ ดิฉันอยากให้ทุกชาติพันธ์อยู่ร่วมกันในรัฐไทยได้อย่างมีความสุขด้วยความเข้าใจในข้อแตกต่างซึ่งกันและกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณอัยการชาวเกาะ

มาอ่านบทความที่มีประโยชน์มากๆค่ะ

จะคอยติดตามในตอนต่อไปค่ะ

"รักในคุณธรรมของความแตกต่างค่ะท่าน"

โชคดี มีสุขค่ะ

น้องกอก้าน

แฮ่ะๆ เล่นมาวางระเบิดในบันทึกนี้เลยเหรอ ติ๊กต๊อกๆ

ยอมแพ้..ไม่รู้เหมือนกันว่าเลิศที่สุดคืออะไร อิอิ เฉลยหน่อย...

สวัสดีครับ ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์

คำถามนี้พวกเราก็ถามกันเองว่า วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือ

แต่เราตั้งสมมุติฐานว่า การที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงเพราะเกิดความคับข้องใจทั้งคำพูดและการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และความคับข้องใจไม่มีคำอธิบายที่ขัดเจน ดังนั้นหากมีการพูดคุย รับฟังความคิดเห็นของเขา สิ่งใดที่แก้ไขได้ควรแก้ ข้อเรียกร้องบางอย่างมิได้เกี่ยวกับความมั่นคง ข้อเรียกร้องบางอย่างเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครเดินหน้าแสดงให้สังคมเห็นว่ารัฐพยายามแก้ไขหลายสิ่งหลายอย่างเช่นในเรื่องอัตลีกษณ์ เรื่องการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเกษตร เศรษฐกิจ รัฐทำอะไรไปบ้างก็ไม่ค่อยเห็นการประชาสัมพันธ์ แถมการประชาสัมพันธ์ในอดีต ใช้ภาษาไทยที่เขาอ่านไม่ออก

จะทำได้หมดหรือไม่หมดไม่สำคัญ ผมเห็นว่ารัฐได้แสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหาหรือไม่ตรงนี้สำคัญกว่าครับ

ขอบคุณที่มาช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดเห็นครับ

สวัสดีครับ อ.ฟูอ๊าด

ผมเข้าใจความรู้สึกของคนในพื้นที่พอสมควรครับ ถ้าถามผมด้วยความเป็นกลาง การที่ทหารยังอยู่ในพื้นที่เยอะแยะไปหมด เป็นผมก็ไม่สบายใจเพราะไม่ว่าทหารจะกระทำหรือไม่ก็ตาม ถ้ามีกลุ่มก่อความไม่สงบถล่มทหาร ผมก็ไม่แน่ว่าจะถูกลูกหลงหรือไม่ การที่มีทหารอยู่เยอะก็แสดงว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นตามที่รัฐบอกใช่หรือไม่..

การทำหน้าที่ของพวกเรา ตั้งมั่นอยู่ในความถูกต้อง เป็นธรรม และหาทางแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันครับ

หากมีโอกาสเราน่าจะได้คุยกันนะครับ

ขอบคุณ อ.ฟูอ๊าด ที่มาเป็นกำลังใจครับ

สวัสดีครับครูติ่ง

ความแตกต่างของนครศรีธรรมราช ล้านนา กับปาตานี สองแห่งแรกมีภาษาที่คล้ายคลึงกันพอฟังกันรู้เรื่อง แต่มลายูปาตานีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่ไม่มีคำที่สื่อความหมายกันได้เลย

สองอาณาจักรล้านนามีเจ้าผู้ครองเมือง เราส่งคนเป็นเจ้าไปดูแล เกิดความรู้สึกเท่าเทียมกัน มีการผูกมิตรด้วยการผูกดอง ทางฝ่ายนครศรีฯมีศาสนาเดียวกัน แต่อาณาจักรปาตานีหรือปัตตานีนั้น แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง แต่สมัยรัชกาลที่ ๖ พระองค์ท่านเข้าใจจึงให้อำนาจพิเศษ มาแก้ไขในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ครับ ถ้าเราอ่านประวัติศาสตร์และเข้าใจ เราค้นหารากลึกในจิตใจขุดออกมาชำระล้างกันด้วยการกระทำของรัฐที่แสดงให้เห็นว่ารัฐยอมรับเขาอย่างมีศักดิ์ศรีพวกเราเชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะดีขึ้นครับ

ขอบคุณครูติ่งที่มาร่วมแสดงความคิดเห็น ครูติ่งสอนประวัติศาสตร์หรือเปล่าครับ

สวัสดีครับครูจิ๋ว

ขอบคุณที่มาติดตามผลงานครับ

สวัสดียามเช้าค่ะท่านอัยการ

อิอิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก

เป็นเสียงนาฬิกาแห่งเวลาค่ะ

เป็นเสียงขอความช่วยเหลือต่างหากละค่ะ

ใช่จะเป็นระเบิดส่ะทีไหน

หนูกอมาเฉลยแล้วค่ะ

อะไรเอ๋ยที่เลิศที่สุด

คำตอบคือ บุญ

อิอิ ถูกมั้ยค่ะ

ก็บุญเลิศไงค่ะ

ในเมื่อเราทราบแล้วว่าบุญเลิศที่สุด

คุณอาอัยการชาวเกาะ ลองทำบุญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยิ่งใหญ่

แต่เอาแบบพิธีกรรมทางอิสลามน่ะค่ะ เพราะที่นั่นเจ้าที่เป็นอิสลาม อิอิ

หนูกอไม่ได้พูดเล่นน่ะค่ะ ลองทำบุญก่อน

เค้าพูดกันว่า การกระทำดี ๆ จะเกิดขึ้นได้ เมื่อจิตใจเราดี

ที่สำคัญตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสู้อำนาจนี้ได้

เค้าเรียกกันว่า อำนาจเงิน ผู้คนมีปัญหาปากท้อง เมื่อมีผู้ยื่นความช่วยเหลือที่ไม่จริงใจให้

เค้าเรียกว่ายื่นอำนาจเงินให้ คนที่กระทำผิดเค้าไม่ได้สนใจใคร นอกจากปากท้องของตนเองน่ะค่ะ

ลองทำบุญก่อน แล้วมองไปยังถึงการกินอยู่ของชาวบ้าน

ลองคิดดูว่า โจรที่อยู่เบื้องหลังมันจะรวยไปกว่ารัฐบาลไทยเราได้อย่างไรกัน

อยู่ที่ว่า จริงใจจะแก้ปัญหาจริงอะเปล่าครับเจ้านาย

P

3. ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์

พี่คนนี้ว่ากอน่ากลัวกว่าปัญหาภาคใต้ค่ะอาอยการชาวเกาะ

แป่ววววววววววววววววววววววววววววววววววว

สวัสดีครับ

ขอให้ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา ครับ

รอฟังความคืบหน้าตลอดเวลา

ไทยนี้รักสงบ

จะได้มีเวลามาพัฒนาด้านอื่นๆร่วมกันต่อไป ครับ

ขอโทษครับน้องก้านกอ พี่เพียงแค่กลัว(การกระทำหนะครับ)ระเบิดที่น้องจะวางครับไม่ได้กลัวน้องนะครับ แต่ภาษาที่พี่เขียนอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่สื่ออกมาแล้วทำให้น้องรู้สึกว่าพี่ว่าน้องน่ากลัวก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ (น้องคงให้อภัยได้ใช่เปล่าครับ) เห็นมั๊ยครับนี่ขนาดภาษาเดียวกันยังทำให้เกิดความเข้าใจต่างกัน แล้วถ้าต่างภาษาการแปลความหมายจะครบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่าน้า ก็อย่างที่ท่านอัยการกล่าวถึงการประชาสัมพันธ์นั้นหละครับถ้าใช้ภาษาที่เหมาะสมบวกกับภาษาใจและความจริงใจ ความเข้าใจก็ย่อมดีขึ้น เมื่อความเข้าใจดีขึ้นก็คงจะส่งผลให้หลายๆอย่างดีขึ้นตามมาด้วยจริงหรือเปล่าครับ

ส่วนเรื่องการทำบุญ พี่เคยไปร่วมงานบ้านเพื่อน พี่ น้องชาวมุสลิม เค้าไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อนเขาจะช่วยกันนำสิ่งละเล็กละน้อยมาช่วยงาน(เงินไม่ใช่ประเด็นหลักครับ) เป็นงานที่จัดอย่างเรียบง่าย แต่ที่พี่สงสัยคือทำไมคนสมัยก่อนชอบตั้งชือด้วยคำว่าบุญ แล้วเดียวนี้ทำไมเขาไม่ค่อยตั้งชื่อด้วยบุญหละครับ อิอิ ช่วยเฉลยอีกสักหน่อยนะครับ ก็น้องเปิดประเด็นให้พี่สงสัยนี่นา ขอบคุณนะครับ

สวัสดียามเช้าของอีกวันหนึ่ง อิอิ

ถูกต้องนะคร๊าบบบบบ บุญเลิศที่สุด เพราะคำว่าบุญมิได้หมายความบริจาคตังค์ ทอดกฐิน ผ้าป่า แต่การทำจิตใจให้ผ่องใสก็เป็นบุญ

ขอเสนอของน้องกอก้านก็ดีนะ..ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ

ตอนนี้รัฐกำหนดนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยการพัฒนาแล้วครับ

เหตุการณ์น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ หากรัฐไม่ใช้ความรุนแรงนอกขอบเขตของกฎหมายครับ

สวัสดีครับ ผศ. เพชรากร หาญพานิชย์

ขอบคุณที่มาเป็นกำลังใจ เพราะหากความวุ่นวายยังเกิดอยู่ตลอดเวลา ภาคการศึกษาจะมีมาตรฐานในผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้อย่างไร แต่ผมมองว่าภาคการศึกษาต้องแก้ปัญหาเชิงรุกด้วยครับ มิใช่แค่เรื่องครูถูกทำร้ายแล้วจะเน้นให้ครูทำงานต่อไปโดยมีทหารคุ้มกัน ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็เห็นใบไม้ร่วงทุกวัน

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ

สวัสดีท่าน ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์

อิอิ ให้พี่กับน้องเขาจัดการกันเอง

ส่วนที่เดี๋ยวนี้เขาไม่ใช้ชื่อบุญนำหน้า เพราะว่าไม่ค่อยมีบุญ อิอิ

แอ้ม เมืองขนมหวาน
IP: xxx.44.135.242
เขียนเมื่อ 

เมื่อไหรสามจังหวัดชายแดนใต้จะสงบสักทีคะ

หนูสงสารชาวบ้านที่นั่น หนูมีเพื่อนเป็นคนยะลาคนหนึ่ง

หนูพยายามเทคเขาเป็นพิเศษ(หนูสงสารเพื่อน)

คุณลุงว่าหนูทำถูกต้องไหมคะ

แอ้ม เมืองขนมหวาน