เมื่อวานตอนประมาณ 2 ทุ่มได้ป้าเตือนโทรศัพท์มาหา พอเรารับก็ทำเสียงดีใจมาก  เราก็งงๆ ว่าดีใจอะไรขนาดนั้น (เพราะเสียงป้าแกดีใจ๊ ดีใจ) แล้วแกก็เล่าวีรกรรมว่า เมื่อครู่นี้ขับรถไปตลาดมา ไปซื้ออาหาร แล้วก็กำลังขับรถกลับมาจากตลาดศรีนคร มาถึงแถวๆหน้าบิ๊กซี ก็ใกล้มืดแล้วก็เห็นแสงแว่บๆ ออกมาจากไฟหน้ารถข้างซ้าย ตอนแรกก็นึกว่า ดีจังในเมืองมีหิ่งห้อยด้วย หลายตัวเลย   ก็ขับต่อมาเรื่อยๆ จะกลับเข้าโรงพยาบาล แสงก็ก็มีหลายแว่บ พอมาในโรงพยาบาลมุมเลี้ยวแถวป้อมยามเก่า ก็เริ่มเป็นประกายไฟแทน เลยแข็งใจขับมาอีกหน่อย กะจะมาหาสามีเราที่บ้าน จะปรึกษาเรื่องไฟแว่บนี่ล่ะ เผอิญนึกออกว่าไม่อยู่ ไปอยู่เวรข้างนอก แกก็ด้วยความกลัวเลยจอดที่โรงรถ เจอลุงๆ 3 ลุง ..ลุงจรัล ลุง ปรีชา แล้วลุงอะไรอีกคนจำไม่ได้ที่โรงรถ ก็จอดวิ่งลงไป ด้วยเคยรู้มาว่าถ้าเกิดประกายไฟให้รีบวิ่งออกจากรถ แต่ก็ยังไม่วายเก็บของออกจากรถก่อนด้วย

    พอเรียกลุงๆ มาดู ลุงก็ไม่คิดว่ามีอะไรมาก ขำๆกันออกมา มาเปิดกระโปรงรถ ก็เลย โอโห้ !! มาได้ไง ดีที่รถไม่ระเบิดระหว่างทาง เพราะสายไฟที่ต่อหม้อแบตเตอรี่แกหลุด แล้วทำให้ไฟหมุนเวียนไม่ดี ไฟก็แว่บๆ

ลุงๆก็ซ่อมให้ใช้ได้ชั่วคราวไปก่อน  ซ่อมไปบ่นไป ว่า เออ! เกือบจะตำแหน่งว่างอีกแล้ว

ก็ป้าแกให้อู่ดูรถให้ แล้วก็ขับรถอย่างเดียวจริงๆ ก็คิดดูเถอะขนาดไฟแลบแปร๊บ ๆ แกยังหาว่าเป็นหิ่งห้อย เลย นี่ล่ะป้าเตือนหนู     พอซ่อมเสร็จขับมาถึงบ้านเลยรีบโทรมาหาน้อง..น้องอย่างเราก็ฟังไป บ่นไปอีก เฮ้อ !!! จริงๆเลย คือป้าแกทำงานมากจนขี้เกียจเสียเวลาเอารถไปเข้าศูนย์ซ่อมให้ดีๆ กะเอาเร็วอย่างเดียว  วันนี้เลยบอกเออ !! หมดไป 2ชีวิตแล้วนะแม่แมว 9  ชีวิต ชีวิตแรกก็เม็ดลูกอมติดคอ ส่วนเราเองก็หมดไปแล้ว 1 ชีวิตครั้งที่รถพลิกคว่ำ 3 ตลบ พอกันทั้งพี่ ทั้งน้อง  ก็เลยมาคุยๆกันวันนี้ว่า มีอะไรไม่ต้องนึกถึงน้องตลอดหรอก ไม่ต้องจิตผูกพัน...เค้ากลัว....อื่ยยยย...

    แต่วันนี้ก็ไปซ่อมรถ ซ่อมคนแล้วคะ เรียบร้อย แล้วก็หายใจสั่นหวั่นไหวแล้ว ก็เป็นอุทาหรณ์สอนหญิงที่ขับอย่างเดียว...โปรดระวัง