น้ำตาลไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมซนอย่างผิดปกติ(hyperactivity) และไม่มีผลต่อพฤติกรรมในระยะยาว

   ความเชื่อดั้งเดิมของผู้ปกครองของเด็กพิเศษ ว่าถ้าเด็กๆทานของหวานหรือน้ำตาล จะทำให้เด็กสมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง ซนมากขึ้น กร้าวร้าว รุนแรง จึงมักห้ามหรือควบคุม หรือห้ามไม่ให้ทานขนมหรือลูกอมที่มีรสหวานต่างๆ จนเกิดความเครียดในบางราย ที่ไม่สามารถควบคุมลูกได้ ปัจจุบันมีงานวิจัย บทความของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลายท่านมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ว่า ความหวานหรือน้ำตาล ไม่ได้ทำให้เด็กเกิดอาการสมาธิสั้น หรือกร้าวร้าว เช่นบทความของ นายแพทย์ชาญวิทย์  พรนภดล จิตแพทย์เด็ก โรงพยาบาลศิริราช (มีอีกหลายท่าน)

   Dr.Fry กุมารย์แพทย์ได้ให้คำแนะนำไว้ใน Parenthood Web ซึ่งมีข้อมูลอยู่ในอินเทอร์เน็ตว่า คุณพ่อ คุณแม่ทั้งหลายอย่าได้วิตกกังวลเป็นบ้าเป็นหลังในเรื่องการกินของเด็กเลย จนเป็นเหตุให้เกิดการต่อสู้กันในครอบครัว แต่ควรจะจัดหาอาหารหลายๆชนิดให้กับเด็ก ถ้าเด็กได้รับอาหารประเภทใดมากเกินไป ก็ควรจะงดอาหารประเภทนั้นแล้วเสริมอาหารประเภทอื่นๆที่เด็กรัปทานได้น้อยในมื้อต่อไปและอย่าลืมเตือนเด็กให้แปรงฟันหรือบ้วนปาก หลังการรัปทานอาหารประเภทน้ำตาลด้วย นอกจากนี้ Dr.Fry ยังให้ความมั่นใจกับคุณพ่อ คุณแม่อีกว่า น้ำตาลไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมซนอย่างผิดปกติ(hyperactivity) และไม่มีผลต่อพฤติกรรมในระยะยาว เด็กๆที่กินน้ำตาลมากๆอาจมีอาการซนขึ้น มีผลทำให้เกิดการหกล้ม บาดเจ็บได้ แต่อย่าไปโทษว่าน้ำตาลทำให้เด็กมีพฤติกรรมผิดปกติ เพราะอย่างน้อยน้ำตาลก็มีผลต่อพฤติกรรมเด็กในระยะสั้นเท่านั้น

http://www.paidi-th.com/index.php