นิทานหลอกเด็ก...โดย รศ. นพ.วิทูรย์ ประเสริฐเจริญสุข
ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆอ่านหนังสือเรียน
เขาบอกว่าเด็กดีควรกระตือรือร้น
ติดตามข่าวสารบ้านเมือง
ตลอดจนความเป็นไปต่างๆนานาของประเทศและของโลก
ขณะเดียวกัน
บางชั่วโมงคุณครูใจดีก็เล่านิทานให้ฟัง
ทุกคนจะเงียบกริบและตั้งใจฟังอย่างสนุกสนาน
ประมาณว่าเด็กๆควรรู้จักนิทาน
ฟังนิทานเพื่อให้จิตใจอ่อนโยน
เด็กคนไหนไม่มีโอกาสฟังนิทาน
ก็จะมีโอกาสโตขึ้นด้วยความก้าวร้าวไปแทน
ข้อเท็จจริงก็คือปัจจุบันนี้ หรืออาจแม้แต่ในอดีต
เด็กที่ไฮเปอร์เกินวัย
ชอบรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง
หรือกระทั่งถูกพ่อแม่ลากให้มาร่วมเชียร์การเมืองกับตน
มีแนวโน้มจะหัวแข็ง ดื้อรั้น
และบางคนก็ส่อแววหัวรุนแรง
หน้าตาประมาณว่าตายเป็นตายขอให้ได้อย่างใจ
ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น
เด็กบางคนติดตามวิทยาการ
รู้แบบครึ่งๆกลางๆ ก็เกิดความเข้าใจผิดใหญ่โต
ดังเช่นเด็กหญิงอินเดียที่ทราบข่าวสร้างหลุมดำ
แกกลัวอีท่าไหนไม่ทราบ
นึกว่าตัวเองจะต้องถูกหลุมดำดูดหายไป
แล้วก็อาจจินตนาการว่าในนั้นอึดอัดเหมือนนรก
เลยฆ่าตัวตายหนีไปเสีย
ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะเดินเครื่องสร้างหลุมดำสำเร็จ
เด็กบางคนฟังผู้ใหญ่ถกปัญหาสภาวะแวดล้อมบ่อยๆ
ได้ยินคำเปรยบ่นทำนอง "แล้วลูกหลานพวกเราจะอยู่กันยังไง..."
ผสมกับที่หนังฮอลลีวูดเดี๋ยวนี้ก็ขยันสร้างเรื่องโลกแตกกันจริงๆ
เท่ากับเด็กยุคเราโตขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกสิ้นหวัง
มองว่าโลกนี้มีแต่แง่ร้ายให้ต้องคิด ต้องช่วยกันแก้
แล้วก็ขอโทษนะครับ พูดกันตรงๆ
ช่วยกันแก้แบบไม่ต้องหวังอะไรมาก
ยังไงก็ไม่มีอะไรดีขึ้นอยู่แล้ว
ส่วน "นิทานหลอกเด็ก" เล่า?
สมัยนี้ผมไม่รู้ว่าเด็กมีหัวก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
รู้แต่ว่าสมัยผมฟังนิทาน
ผมจะคาดหมายว่าพวกผู้ใหญ่สอนเราผ่านนิทาน
ว่าโลกนี้มีข้างธรรมะและอธรรม
ผู้คนแบ่งเป็นฝ่ายพระเอกและผู้ร้าย
บางคนเกิดมาเพื่อยิ้มละไมเป็นคนดีไปตลอดชีวิต
บางคนเกิดมาเพื่อแยกเขี้ยวยิงฟันเป็นคนร้ายไม่ได้เลิก
และเด็กทุกคนก็ควรตัดสินใจเลือกอยู่ข้างพระเอก
ถ้าไม่ได้เป็นพระเอกอย่างน้อยเป็นลูกน้องพระเอกก็ยังดี
ผมกำลังพยายามชี้ว่าในหมู่มนุษย์อันเป็นสัตว์ครองโลก
จัดว่าฉลาดที่สุดแล้ว มีสมองมากที่สุดแล้ว
ไม่ได้สอนให้เด็กเห็นโลกตามที่มันเป็น
เด็กแต่ละคนต้องโตขึ้นมาด้วยวิธีแยกแยะของตัวเอง
ว่าสิ่งใดควรฝังใจ ฝังจำ ยึดมั่นเป็นคุณงามความดีกันแน่
อย่าว่าแต่เด็กเลย
เป็นผู้ใหญ่มาจนใกล้จะจากโลกนี้ไป
หลายคนยังสับสนมึนงงไม่แน่ใจอยู่เลยครับ
ทำอย่างไรเราจะให้เด็กเห็นความจริง
คนๆหนึ่งไม่ได้อยู่ข้างดีหรือข้างร้ายมาแต่เกิด
ทุกคนมีที่มาที่ไป
ทุกคนเผลอทำชั่วบ้าง มีแก่ใจทำดีบ้าง
แต่เมื่อสั่งสมนิสัยอย่างใดไว้มากแล้ว
นิสัยนั้นก็จะชวนให้เราเห็นแก่ตัวหรือเสียสละ
กับทั้งปรุงแต่งจิตเราให้สว่างหรือมืด
ฉายชัดออกมาหลังจากวันเดือนปีเคลื่อนผ่านไป
แล้วทำอย่างไร
เด็กๆจะสามารถโตขึ้นมาแบบทันเหตุการณ์ไม่ตกข่าว
ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าข่าวสารไม่ได้น่าเสพไปทั้งหมด
หลายเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้
ทางเดียวที่จะเป็นไปได้
คือแนะนำให้เด็กรู้จักธรรมะ
ซึ่งหมายถึงความเป็นเหตุเป็นผลของโลกความจริง
ควบคู่ไปกับการเล่านิทาน
และการติดตามข่าวสาร
ของเหล่าคนมีกิเลสหนาประจำโลกครับ
ชีวิตเด็กจะได้มีอีกแกนไว้เป็นพื้นยืน
นอกเหนือจากสองแกนเดิม
อันได้แก่นิทานหลอกเด็ก
และข่าวสารหลอกผู้ใหญ่ไงครับ
ดังตฤณ
มิถุนายน ๕๒
ดีจังเลยของดังตฤณ นึกว่าพี่เกศหลอกเด็ก อิอิๆๆ ชอบอ่านนิทานธรรมะครับ
คิดถึงคะ
เนื้อหาดีมากเลยคะ
หายเหนื่ยยัง
สวัสดีค่ะ ชอบที่ว่าจะทำอย่างไรจะให้เด็กเห็นความจริง
นี่คือสิ่งที่สังคมต้องการ
ขอบคุณบทความดีดีจ๊ะ