หลังจากส่งลูกสาวไปโบสถ์เรียบร้อยแล้ว ฉันแวะมาโรงพยาบาลจังหวัด เพื่อรับยาสำหรับโรคประจำตัว
ระหว่างรอรับยาฉันพยายามดูว่าใบรับยาของฉันเลขที่เท่าไหร่ เพราะไม่ได้เอาแว่นตาไป
โชคดีที่มีผู้ป่วยหญิงท่านหนึ่งคงเห็นอาการของฉัน
ที่พยายามมองตัวเลขรับยาในแผ่นกระดาษสีฟ้าบางๆ เธอจึงเข้ามาช่วยอ่าน เลขที่ 183
ไม่ได้มาโรงพยาบาลนี้นานมากแล้ว เพิ่งเห็นว่าวันอาทิตย์นี้คนไข้แน่นไปหมด
เดี๋ยวนี้เขามีรักษาผู้ป่วยนอกวันอาทิตย์ด้วย ดีจังเลย
เสียงเรียนนางสาวพม่า นายคนมอญ นายพม่า ยังดังเป็นระยะ
รออีก 20 นาที ฉันเห็นป้ายขึ้นเลขที่ตัวโต ฉันจึงไปเข้าแถวรับยาที่ช่อง
ระหว่างรอฉันสังเกตผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งเธอยืนเซๆ
ฉันจึงเข้าไปให้ใกล้อีกนิด และถามเธอว่า ป่วยเป็นอะไรคะ
เธอตอบเฉยๆว่าเป็นมะเร็ง มะเร็งลำไส้ ฉันเกือบอุทาน
ดีว่าได้สติก่อน เพราะแปลกใจเธอป่วยหนักขนาดนี้
ยังมายืนรอรับยาเอง
ญาติเธอไปไหนหมด
ฉันและเธอต้องแยกไปรับยาคนละโต๊ะ ซ้าย และขวา
และเดินออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
เธอเดินไปนั้งที่เก้าอี้ใกล้ๆ
ฉันเดินตามไปสัมภาษณ์ เพราะแปลกใจ และรู้สึกสงสัย สงสารเธอ
เธอบอกว่าเธอเป็นระยะสุดท้ายแล้ว หมอบอกว่าให้เธอทำใจ
เธอไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติ เพราะพ่อแม่จากไปแล้ว และเธอไม่มีครอบครัว
เธออาศัยอยู่ในบ้านที่พ่อแม่เช่าที่ทำกิน(เลี้ยงกุ้ง) และสร้างเอาไว้ที่ต.กระซ้าขาว
ฉันมองดูเธออ่อนแอมาก และถามว่าทำไมเธอไม่ให้หมอดูแลเธอ
และอาสาพาเธอไปพบหมอ และจะติดต่อหน่วยงานที่จะช่วยเหลือเธอให้ แต่เธอปฏิเสธ
เธอบอกว่าเธอเพิ่งขอหมอกลับบ้าน
เธอไม่อยากอยู่โรงพยาบาล
เพราะเธอจะเศร้าใจทุกครั้งที่เพื่อนๆผู้ป่วยเขามีญาติมาเยี่ยมแต่เธอไม่มีใครเลย
คุณหมอบอกว่าอย่าปล่อยให้ปวด หากรู้สึกปวดให้เธอมาหาหมอทันที
และครั้งนี้เธอมาหาหมอหลังจากนอนทรมานปวดมาสองวัน
พอดีเจ้าของที่ที่เธออาศัยอยู่เข้าไปเยี่ยม และให้สตางค์เธอมาโรงพยาบาล
ฉันถามว่าเธอได้รับประทานข้าวหรือยัง
เธอบอกว่ายังเลย ฉันดูนาฬิกานี่มันก็จะเที่ยงแล้ว
ฉันบอกให้เธอไปทานข้าวก่อนกลับบ้าน
แต่เธอบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพอหายเหนื่อยเธอจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน
เธอต้องรอฉีดยาตอนบ่ายอีกเข็ม
ฉันสังหรณ์ใจว่าเธอคงไม่มีเงินเลย และฉันมีเงินติดกระเป๋า 500บาท
ซึ่งฉันเองก็ติดตัวไว้เผื่อเจอผลไม้และผักสดจากวัดสวนแก้วที่จะมาขายในโรงพยาบาลจะได้ซื้อกลับบ้าน
จึงเดินไปที่แผนกจ่ายค่ายา ขอแลกเงิน
เจ้าหน้าที่มองอย่างสงสัย จึงบอกว่าจะเอาไปแบ่งให้ผู้ป่วยมะเร็ง
เจ้าหน้าที่ก็ชะเง้อมองตามมือที่ฉันชี้ให้ดู เธอบอกว่าคนนี้ป่วยจริง
ฉันจึงสอบถามดูได้ความว่ามีคนป่วยปลอมที่มา หากินในโรงพยาบาลก็มี
เอาเป็นว่าฉันช่วยถูกคน ฉันแบ่งเงินให้เธอ 200 เพื่อเป็นค่าอาหาร
และสอบถามเธอถึงความเป็นอยู่ รวมทั้งชื่อเสียง
เธอได้รับเงินสงเคราะห์จากทางราชการเป็นรายเดือนๆละ 500 บาท และจากการเลี้ยงกุ้งเล็กน้อย
ฉันอยากบอกว่าเธอชื่อ นางสาว......................... เดิมเป็นคนบางขุด
ฉันให้เบอร์โทรศัพท์เธอไว้
หากเธอต้องถูกส่งมาโรงพยาบาลอีกให้เธอเอาเบอร์นี้ให้หมอหรือใครก็ได้
ให้เขาโทรหาฉัน ฉันจะมาช่วยเหลือเธอ และมาเยี่ยมเธอ เป็นญาติให้เธอ
เธอยกมือไหว้ขอบคุณและอวยพรฉัน
ในขณะที่ฉันพาเธอเดินไปโรงอาหารของโรงพยาบาลเธอเปิดให้ฉันดูแผล
และร่องรอยจากการผ่าตัดรอบเอวของเธอ อื้อ.. เยอะจัง ฉันค่อยๆปลอบเธอ
และพูดถึงการใช้ชีวิตในช่วงที่เหลือ เธอกลับพูดถึงความตายได้อย่างคนปลงตกแล้ว
มนุษย์เราก็ไม่ต่างกันเราเกิดมาเพื่อทำความดี
และจากกันไปเพื่อไปสู่ภพที่ดีกว่า ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะปลอบเธออย่างไร
ฉันขอให้เธอเจริญสติ ภาวนาพุทโธ
และบอกว่าพระพุทธเจ้าจะอยู่กับผู้ที่ภาวนาและทำความดีเสมอ
เธอพยักหน้า และยกมือไหว้อนุโมทนาอีกครั้ง
เธอให้พรฉันด้วย ฉันเป็น งง ขนาดเธอป่วยมากนะนี่
นี่เธอยังมีสติที่จะให้พรผู้อื่นให้มีความสุข อย่าเจ๊บ อย่าไข้
ที่เป็นให้หาย ฉันรีบรับทันที่ และขอให้เธอหายจากความทรมาน
เธอเป็นมะเร็งลำไส้ เป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ดื้อจริงๆ
ฉันรู้สึกตัวเบา สบาย ลมเย็นๆพัดผ่านไป ฝนหายตกแล้วและเธอสั่งอาหารทานเรียบร้อย
และรอรับการฉีดยาอีกเข็มในช่วงบ่าย
ขอบคุณสวรรค์ที่ทำให้ฉันได้สร้างกุศลในวันนี้
ขอให้เธอเป็นสุข ๆอย่าได้ทรมานทั้งกายและใจ
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่นึกถึงเธอคนดื้อ
ท่านเกษตรมีจิตใจเป็นกุศลเช่นนี้
ครูต้อยขอชื่นชมค่ะ และเธอต้องได้รับกุศลจิตนี้ด้วยขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูต้อย
แวะมาอ่านเรื่องดีๆค่ะ
ขอบคุณน้องเอ๊ะอะไร
อิอิ
สวัสดีครับครูต้อย
ขอร่วมอนุโมทนาในจิตใจที่ดีงามของครูด้วยคนครับ
ขอผลบุญที่ครูได้ทำลงในวันนั้น
ให้ครูมีสุขภาพแข็งแรงนะครับ
เดี๋ยวนี้หาคนดีๆ อย่างนี้ยากครับ
เอาใจช่วยเธอด้วยคนนะครับ
ขอบคุณค่ะ
น้องberger
งานเยอะมากๆ
ยังไม่เข้าระบบเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
น้องBob