พ่อเคยบอกว่านกจะไม่อยู่ใกล้สิ่งที่เขารรู้ว่าอันตาย "นกรู้" คือคำอธิบายเรื่องนี้ได้ดี

 

     นานมาแล้วพวกเราทั้งสี่คนพี่น้องมองเห็นรังนกที่ทำรังที่ต้นเรียนเทศ(ทุเรียนน้ำ) ที่หน้าบ้าน ที่บ้านบางแก้ว เราก็เฉย ๆ จนวันหนึ่งเราก็ได้เห็นลูกนกเล็ก ๆ 2 ตัว กำลังกินเหยื่อจากปากแม่ เราก็เฉย ๆ กัน แม้รังนกนั้นจะเอื้อมมือหยิบถึง จนเราได้เห็นแม่นกนำลูกสอนบิน แล้วก็บินหายไปจริง ๆ รังนั้นก็เป็นรังร้าง ไม่นานก็หมุนวนใหม่เกิดรังใหม่ รังนกสูงบ้างต่ำบ้างมีให้เห็นรายรอบบ้านของเรา อย่างในภาพเป็นภาพรังนกที่ต้นกงหราดอกขาว (ภาพ 1-2) ทุกวันนี้ก็ยังมีแต่ไม่มากเช่นแต่ก่อน แต่นกมากินลูกไม้ที่ขึ้นที่บ้าน ยังมีให้เห็นเป็นปกติ ที่บ้านจะไมีใครทำอะไรนกเหล่านี้ และหากใครมาด้อม ๆ มอง ๆ จะยิงนกเหล่านี้ เราก็จะห้ามปราม ในวัยเด็กตอนนั้นผมอยู่ชั้น ม.2 ก็เลยเกิดเรื่องชกต่อยกันกับเด็กอีกซอยหนึ่ง ก็เพราะการห้ามยิงนกนี่แหละเป็นต้นเหตุ เถียงกันว่านกของใคร หากไม่ได้เลี้ยงก็เป็นของกลาง แต่ก็เป็นอะไรที่มีเรื่องกันพอรู้แพ้รู้ชนะแบบวัยเด็กไม่ได้ผูกใจเจ็บอย่างยาวนาน ตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนที่ดีกัน พบกันบ่อย ๆ เมื่อคราวไปกลับบ้านพ่อ

ภาพที่ 1

ภาพที่ 2

     ตอนไปอยู่สงขลา นกมาทำรังที่ต้นวาสนาหน้าบ้านพักอีกเช่นกัน รวมถึงมีนกมานอนตอนกลางคืนที่ต้นยอบ้านที่ปลูกไว้ในกระถางหน้าบ้านอีกคู่หนึ่งด้วย พ่อเคยบอกว่านกจะไม่อยู่ใกล้สิ่งที่เขารรู้ว่าอันตราย "นกรู้" คือคำอธิบายเรื่องนี้ได้ดี "นกรู้" จะใช้อธิบายเช่นคนที่เล่นการพนันหายหมด เมื่อทางตำรวจจะออกตรวจไปในเส้นทางนั้น ทำอย่างกับเหมือนนกรู้ เป็นต้น นกจึงเป็นสัตว์ที่มีสัญชาติญาณสูงในเรื่องการวางตัวให้ปลอดภัย หากไว้วางใจไม่ได้ เขาจะไม่อยู่ใกล้ ๆ ให้เห็น อย่างเด็กเดินเข้าไปในพงป่า โดยพาหนังสติ๊กเข้าไปด้วย เสียงนกจะเงียบหมดเลย หากไปแบบสบาย ๆ ไม่มุ่งหมายต่อเขาก็จะได้ยินเสียงนกร้องไปตลอดทาง

ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

     มาเรียนต่อก็มาเช่าอพาร์ตเม้นอยู่ ไม่ทันไรนกก็เริ่มขนใบหญ้ามาทำรังที่หลังห้องอีกแล้ว เห็นมา 2 วันแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นตัวนก ตื่นมาก็เห็นใบหญ้าทั้งที่พื้นและที่ ราวตากผ้า เขาเลือกเอาราวแขวนตากผ้าที่เป็นวงกลม เป็นที่ตั้งบ้านแปลงเมืองของเขา ตัดสินใจแล้วว่าจะยกให้เขาไป 1 อัน เหลืออีก 1 ไว้ตาก กกน.และถุงเท้า ถือว่าแบ่ง ๆ กันไป (ตามภาพ 3-4)