ไม่เคยคิดว่า สิ่งที่กระทำไปแล้วจะสูญเปล่า เพราะทุกการกระทำย่อมทิ้งแรงแห่งการกระทำนั้น ไว้ในโลกเสมอ

 

วันนี้มีความรู้สึกแปลกๆ คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา แล้วก็คิดเลยต่อๆไป โดยเฉพาะเรื่อง การไปเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดไทยกุสินาราคลินิก ซึ่งวันเวลาก็ผ่านมานับปีแล้ว อีกไม่นาน ก็จะบรรจบครบรอบปีต่อไป

 ผู้เขียนไปเป็นอาสามัครครั้งนั้น ตามแรงกรรม ที่หมุนวนให้ทุกอย่าง มาบรรจบครบส่วนพอดี จึงเกิดแรงผลักดัน ให้ได้ทำในสิ่งที่ตนเองคงเคยตั้งความปราถนาเอาไว้ จำไม่ได้แล้วว่าภพชาติไหน

 เป็นความทรงจำที่ดี ที่ได้ไปช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยทั้งคนไทยและอินเดีย ได้ช่วยงานวัด ได้ช่วยประเทศสองประเทศคือไทยและอินเดีย ในฐานะพลเมืองดี ทำประโยชน์ให้แผ่นดินที่อยู่อาศัย และที่สุด ผู้เขียนได้ช่วยให้ตัวเองยกระดับจิตใจ ให้สูงขึ้น จนมองเห็นคุณค่าของงานอาสาด้วยใจจริง

 เมื่อสองวันก่อน ผู้เขียนได้พบผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่รู้จักกันตั้งแต่ท่านยังเป็นกำนัน และทำงานชุมชนด้วยกัน ท่านเล่าว่าไปอินเดียมา และหลวงพ่อที่วัดบอกว่ามีโยมบุญรุ่ง เป็นคนชลบุรี มาเป็นอาสาสมัครที่กุสินารา และท่านว่าเจ้าหน้าที่ที่นั่น จำหมอได้หมดเลย

  ผู้เขียนได้รับฟัง ก็ได้แต่ตอบคนที่อยู่กุสินารา ในใจว่า ผู้เขียนก็ไม่เคยลืมพวกเขาเลย

การไปครั้งนั้น เหมือนไปเจอคนที่คุ้นเคยกันมาก่อน เป็นความอบอุ่นและถูกใจกัน จึงมีความระลึกถึงกันตลอดมา ผู้เขียนไปที่นั่นตามแรงกรรม !

 แรงกรรมที่มองไม่เห็นด้วยสายตาของเรา แต่มีพลังมหาศาล เหมือนลูกข่างที่เพียงเราหมุนเสริมให้ครั้งเดียว แต่แรงที่เกิด ก็ทำให้ลูกข่างหมุนไปอีก นับร้อยนับพันรอบ ราวกับมีมือลึกลับ ที่คอยส่งแรงให้ตลอดเวลา

 ผู้เขียนไม่เคยคิดว่า สิ่งที่กระทำไปแล้วจะสูญเปล่า เพราะทุกการกระทำย่อมทิ้งแรงแห่งการกระทำนั้น ไว้ในโลกเสมอ วันนี้แรงกรรมที่ผู้เขียนได้ทำในงานอาสาสมัคร อาจจะยังไม่กระทบถึงแรงบวกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงมองเหมือนยังไม่มีผลลัพธ์ใดๆกลับมา แต่สักวันแรงนั้นจะต้องไปบรรจบกับแรงกรรมอื่นๆ ที่มีเจตน์จำนงค์เดียวกัน อย่างแน่นอน แล้วก็เชื่อด้วยว่า โครงการส่งหมอพยาบาลไปเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดไทยกุสินาราจะต้องดำเนินต่อไปอีก

 เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ " เป็นไปตามแรงกรรม " นั่นเอง