...

อ.นพ.ดร.รอเบิร์ท คาเรย์ (Robert Carey) แห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ประธานสมาคมต่อมไร้ท่อสหรัฐฯ แสดงความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของสารแต่งเติม 'bisphenol A' หรือ 'BPA'

BPA ใช้เติมในพลาสติกแข็ง เพื่อให้พลาสติกมีคุณสมบัติไม่ตกแตกง่าย เช่น ขวดนม ขวดพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนต ซึ่งมีลักษณะสำคัญได้แก่ "แข็ง-หนา-ใส" และใช้ในการทาจุดเชื่อมอาหารกระป๋อง ฯลฯ

...

การศึกษาที่ผ่านมาในหนูทดลองพบว่า bisphenol A (BPA) ทำลายสารรหัสพันธุกรรม หรือ DNA ของหัวใจ และทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ (arrhythmia) ได้

คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) กล่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานว่า สารนี้มีอันตรายในคน

...

โปรดสังเกตว่า คุณสมบัติในการ "ไม่ฟังความข้างเดียว" ของ FDA มีความสำคัญมากในการบริหารงานสาธารณะให้อยู่รอดปลอดภัย และตั้งอยู่ในความ "พอดี"

คนหลายๆ คนทำร้ายสังคมด้วยการ "ฟังความข้างเดียว" หรือใช้ข้อมูลด้านเดียว ปิดการรับรู้ข้อมูลจากด้านอื่นๆ ทำให้เกิดความลำเอียง (prejudice) ในการตัดสินใจ หรือชอบ "ฟันธง" เพื่ออวดว่า "ข้าฯ รู้-ข้าฯ เห็น-ข้าฯ-เป็นผู้เชี่ยวชาญ"

...

เรื่องนี้สำคัญมากต่อส่วนรวมมาก เพราะการรณรงค์เรื่องต่างๆ ในสังคมอาจจะมีกลุ่มผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ในคราบนักบุญ และกลุ่มเหล่านี้อาจยืมมือผู้เชี่ยวชาญมาใช้งานฟรีได้เช่นกัน

โบราณว่า คนโง่มักจะตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ส่วนคนฉลาด(ที่อาจจะแสนซื่อ)จะถูกคนลวงต้มซ้ำอีกรอบหนึ่ง

...

การเปิดใจรับฟังข้อมูลให้รอบด้านจึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยป้องกันการเป็นเหยื่อของกลุ่ผลประโยชน์ทับซ้อน

ผลการศึกษาจากสหราชอาณาจักร (UK) พบความสัมพันธ์ระหว่างการมีระดับสาร BPA สูงกับโรคหัวใจ เบาหวาน และการทำงานของตับผิดปกติ

...

ทางออกของเรื่องนี้ คือ เมื่อมีเรื่องที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้... จะมีการให้ทุนศึกษาวิจัย เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมในทันที ซึ่งวิธีนี้สะท้อนให้เห็น "วิธีคิด (paradigm)" ที่แตกต่างกันระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กับประเทศกำลังพัฒนา (อีกนาน)

ประเทศที่พัฒนาแล้วมีวัฒนธรรมในการค้นคว้า หาข้อมูล และวิจัย เพื่อหาหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมาหักล้างกัน ทำให้วิสัยทัศน์กว้างขึ้นเรื่อยๆ มีการสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดวัฒนธรรมแห่งการแสวงหาความรู้และข้อมูลใหม่เสมอ

...

ประเทศที่กำลังพัฒนา (อีกนาน) มีวัฒนธรรมในการหาข้อมูลสนับสนุนแนวคิดแบบเข้าข้างตัวเอง รับฟังแต่คนที่มีความเห็นเหมือนๆ กัน และปกปิดข้อมูลจากฝ่ายอื่นสูง ทำให้เกิดวิสัยทัศน์แคบไปเรื่อยๆ เพราะการปิดตัวเองจะเพิ่มความลำเอียง

ความลำเอียงหรืออคติมีส่วนทำให้เกิดความรุนแรงที่ยืดเยื้อ เรื้อรัง ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของประเทศที่กำลังพัฒนา

...

ตอนนี้ทางที่จะลดความเสี่ยงจากสาร BPA ที่สำคัญได้แก่

  • (1). หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนมแบบตกไม่แตก ซึ่งเป็นธรรมดาที่ว่า "เด็กๆ ชอบขว้าง ผู้ใหญ่(บางคน)ชอบขวาง(โลก)"
  • (2). หลีกเลี่ยงการใช้ขวดน้ำชนิด "แข็ง-หนา-ใส" หรือขวดโพลีคาร์บอเนต
  • (3). ลดการกินอาหารกระป๋อง... ไม่เกินสัปดาห์ละ 3 ครั้งน่าจะกำลังดี (ไม่กินเลยก็ลำบาก เพราะหาปลาทะเลที่ไม่ผ่านการทอดในรูปอื่นได้ยากมาก)
  • (4). เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ปลอดภัยกว่า... การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ช่วยลดมะเร็งได้ทั้งคุณลูกและคุณแม่เลยทีเดียว

...

 

ข้อควรระวังของการใช้ขวดน้ำดื่มพลาสติกชนิดอื่น (น้ำดื่มที่วางจำหน่ายเกือบทั้งหมดไม่ใช้ขวดโพลีคาร์บอเนตซึ่งมี BPA เพราะแพงเกินไป) คือ อย่าดื่มน้ำจากขวด... ถ้าดื่มน้ำจากขวด ควรดื่มให้หมดภายใน 6-12 ชั่วโมง

เรื่องของเรื่องคือ ช่องปากคนเราเป็นส่วนที่มีเชื้อโรคมากที่สุดในร่างกาย... เรื่องทำให้มีหลักของการรักษาแผลว่า "หมา(สุนัข)กัดเรื่องไม่ด่วน คนกัดเรื่องด่วน" เพราะแผลคนกัดทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้เร็วกว่าแผลสุนัขกัด

...

การดื่มน้ำจากขวดจะทำให้เชื้อโรคจากช่องปาก น้ำลาย และเลือด (คนไทยมีโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ ปริทนต์อักเสบประมาณ 80% ทำให้น้ำลายคนไทยส่วนใหญ่มีเลือดปน) ตกลงไปในขวด เกิดการบูดเน่า และอาจทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียนได้ ถ้าทิ้งไว้นาน

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

 > Thank Reuters

ที่มา                                                                      

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า >   > 11 มิถุนายน 2552.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.