เป็นเรื่องที่หดหู่ เศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ก่อความไม่สงบใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ทำการกราดยิงพี่น้องมุสลิมที่กำลังทำนมาซ(ละหมาด)บนมัสยิด(สุเหร่า)ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อความไม่สงบกระทำกับคนที่ไม่มีทางสู้แลบะกำลังเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า ที่ผมพูดเช่นนี้เพราะที่มัสยิด(สุเหร่า)กรือเซะเป็นครั้งแรกที่ทหารฆ่าพี่น้องมุสลิมในมัสยิดอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน คณะกรรมอิสระเพื่อความสมานฉันท์ได้สรุปสำนวนกรณีกรือเซะพบว่าผู้ที่ถูกฆ่าในมัสยิดถูกยิงระยะเผาขนที่ศรีษะหลายราย ไม่รวมกรณีสังหารเยาวชนนักฟุตบอลจำนวน 18 ศพอย่างเลือดเย็นที่อำเภอสะบ้าย้อย และไม่รวมพี่น้องมุสลิมที่ถูกมัดมือมัดเท้าโยนทับซ้อนไปบนรถยีเอ็มซี รถบรรทุก ส่งผลให้ขายอากาศหายใน 78 ศพและไม่นับรวมผู้พิการ ไตวาย แขนขารีบ ตาบอด ถูกยิงตายจำนวนไม่น้อยที่สังคมยังรับรู้น้อย

   ผมขอประนามการกระทำที่โหดร้ายป่าเถื่อนที่สุดที่กระทำกับผู้ที่กำลังทำนมาซ(ละหมาด)สวดมนต์เข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า(เอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)ผู้ทรงยิ่งในความเมตตา ผู้ทรงยิ่งในความกรุณา)ณ.มัสยิดในอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ในฐานะที่เป็นมุสลิมเมื่อรับรู้เรื่องนี้แล้วหัวใจแตกสลาย คิดไม่ถึงว่าจะกระทำกันได้ถึงขนาดนี้ มัสยิดฯทุกหลังทุกที่ทั่วโลก หรือศาสนสถานของทุกศาสนิกทั่วโลกต้องเป็นที่สงบ ปราศจากการใช้ความรุนแรง และสมควรได้รับความคุ้มครองจากทั้งรัฐและองค์กรจัดตั้งภาคประชาสังคมที่เข้มแข็ง  มีผู้วิเคราะห์กันมากมายว่ามาจากกรณีคำพิพากษาศาลจังหวัดสงขลาที่อ่านคำพิพากษาว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการกรณีตากใบไม่ผิด เรื่องนี้กระมังที่ทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังและกระทำการที่รุนแรง โหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ ผมเองคนหนึ่งละที่เห็นไม่ตรงกับคำพิพากษา และถ้าผมเป็นผู้เสียหายผมจะต้องร้องขอให้ทบทวนและอุธรคำพิพากษานี้ให้ถึงที่สุด   ในพระมหาคัมภีร์อเลบกุรอานอันจำเริญ เอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)ได้มีพระบรมราชโองการไว้ชัดแจ้งในบท(ซูเราะห์) อัลมาดีนะ โองการ(อายะห์)ที่32 ประทานไว้ว่า แท้จริงผู้ใดฆ่าชีวิตหนึ่งโดยมิใช่เป็นการชดเชยอีกชีวิตหนึ่ง หรือมิใช่เนื่องจากการบ่อนทำลายในแผ่นดินแล้ว ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล  และจากวจนะของท่านศาสนฑูตของอัลลอฮ(ซ.บ)ศาสดามูฮัมหมัด(ซ.ล)ขอความสันติความโปรดปราณ ความจำเริญจากพระผู้เป็นเจ้าพระองค์อัลลอฮ(ซ.บ)จงมีแด่ท่าน ครอบครัวของท่าน เชื้อสายวงค์วารของท่านและตลอดจนผู้ประพฤติปฏิบัติตามแบบอย่างทางนำของท่าน  ท่านได้มีวจนะไว้ว่า จงปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของผู้อื่นและจงให้เกียรติแก่ผู้อื่น  และมีวจนะว่า คุณจะไม่ถูกนับว่าเป็น อุมมะ(ประชาชาติของท่าน) ของฉัน แม้เขาจะเป็นผู้ดะวะห์(เผยแพร่ศาสนา)แต่กลับเป็นผู้ฆ่า(ทำลาย)และตายไปกับ AS-HABIYAH(ผู้หยิ่งสะโสในการนับถือศาสนา)และเชื่อมั่นว่าตนเองหรือพวกตน คือผู้ที่นับถือศาสนาของอัลลอฮ ที่ถูกต้องที่สุด และเหนือกว่ากลุ่มอื่นๆ   ท่านผู้มีเกียรติที่ได้เข้ามาศึกษาคงเข้าใจมากขึ้นแล้ว และผมเชื่อว่าในประเทศที่มีอารยะเขาจะไม่ใช้ความรุนแรงใดใดในศาสนสถาน ซึ่งรัฐต้องให้ความคุ้มครองและผู้ใดฝ่าฝืนให้ตรากฎหมายลงโทษให้หนัก ไม่เช่นนั้นคนบ้าพวกนี้อาจไปฆ่าคนในวัด ในโบสถ์ ซึ่งเป็นเรื่องเสวร้ายที่สุด ถ่อยที่สุด และไม่อารยะ ผมขอเรียกร้องกับอำนาจรัฐว่า อย่าจับแพะ อย่าวิสามัญฆาตกรรมก่อนที่จะมีการสืบสวนสอบสวน อย่าทารุณกรรมผู้ต้องสงสัยและใช้กระบวนการทรมานให้เขารับสารภาพทั้งๆที่เขาไม่ได้กระทำผิด

วรนันท์ บุนนาค (มูฮัมมัด รอมฎอน บุนนาค) เลขานุการฯและประธานฝ่ายนิติการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขอนแก่น 084 2658008