• ผมเป็นคนโชคดีในชีวิตที่ได้ฝึกงานตั้งแต่เด็ก    โดยส่วนใหญ่มีแม่เป็น “ครูฝึก”
• งานที่ได้ฝึกคือการทำงานบ้าน ซึ่งตอนนั้นเราเบื่อมาก    แต่ตอนนี้ถือเป็นกำไรชีวิตที่ได้ทำงานเหล่านั้น    ซึ่งมีมากมาย จาระไนไม่หมด
• งานกวาด-ถูบ้านทำให้ผมโดนแม่ตีบ่อยๆ ว่าเบี้ยวงาน   เพราะกวาดถูแล้วทำไมเวลาแม่เดินพื้นจึงยังมีฝุ่นอยู่   ผมยืนยันว่าได้ทำแล้วจริงๆ   แม่ไม่เชื่อ ผมก็โดนตี   ตอนเด็กๆ ผมคงจะเป็นคนที่เครดิตไม่ค่อยดี   และแม่ของผมก็เป็นครูฝึกที่ดุ
• มาคิดได้ตอนโตแล้วว่าที่เราโดนตีฟรีก็เพราะหลังคาบ้านมุงด้วยจาก ที่เรียกว่าหลังคาจาก   หลังจากมุงไปได้สัก ๒ – ๓ ปีใบจากก็เริ่มเปื่อยยุ่ย และหลุดร่วงลงมาเป็นฝุ่น    จนในที่สุดหลังคาก็จะโหว่ ฝนรั่ว ต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่ทุกๆ ๓ – ๔ ปี
• งานที่ผมขอบคุณมากที่ได้ทำคืองานตักน้ำจากบ่อใส่โอ่งไว้ใช้และอาบ   ใช้กระป๋องน้ำชนิดมีหูหิ้วผูกเชือก (ควั่นจากใยกาบมะพร้าว ผู้ใหญ่เป็นผู้ทำ)    หย่อนลงไปในบ่อซึ่งลึกระหว่าง ๒ – ๕ เมตร   หน้าฝนระดับน้ำจะไม่ลึก หน้าแล้งระดับน้ำลึกมาก   (แต่ที่บ้านผมโชคดีแม้หน้าแล้งน้ำก็ไม่ลึกมาก    ผมเคยไปเห็นหน้าแล้งบางบ่อน้ำอยู่ลึกถึง ๑๐ เมตร)   แล้วเหวี่ยงกระป๋องให้จมน้ำ   และสาวเชือกขึ้นมา   งานนี้ทำให้ผมซึ่งเป็นเด็กร่างกายอ่อนแอผอมกระหร่องได้ออกกำลังกาย   ผมเบ่งกล้ามแขนดูทุกวันว่ากล้ามขึ้นหรือยัง
• ตอนเริ่มเป็นวัยรุ่น ครอบครัวทำโรงสี   ผมชอบช่วยลูกจ้างยกกระสอบข้าวสาร (หนัก ๑๐๐ กก.) โดยยกกัน ๒ คนคนละข้าง เอาใส่หลังคนแบก   พอยกได้ผมภูมิใจมาก   และทำงานนี้อยู่ ๒ – ๓ ปี ก่อนมาเรียนต่อที่กรุงเทพ   นี่ก็เป็นการทำงานที่ช่วยให้ผมได้ออกกำลังกาย
• งานใช้สมองก็มี   บิดาใช้ให้ช่วยทำบัญชี คิดเลข   โดยบิดาคิดลูกคิด ผมคิดในใจ สนุกมาก    เป็นการฝึกสมองอย่างดี   ทำไปได้สักครึ่งปีผมทำได้คล่องมาก    บิดายกให้ผมเป็นผู้ทำ โดยบิดาคอยตรวจสอบเท่านั้น   ผมมานึกเมื่อโตแล้วว่าบิดาน่าจะนึกชมในความสามารถของผมมากทีเดียว    แต่ผมไม่เคยได้รับคำชม   เข้าใจว่ากลัวจะเหลิง    แปลกมากที่ที่บ้านผมเน้นการตำหนิหรือลงโทษเวลาบกพร่องหรือทำผิด   ไม่เน้นการให้คำชื่นชม
• คิดย้อนกลับไป   แม้จะไม่มีการแสดงความชื่นชมด้วยวาจา    แต่คุณพ่อของผมก็แสดงโดยการกระทำ    ปี ๒๕๐๐ ผมมาเรียน ม. ๖ (เท่ากับ ม. ๔ สมัยนี้) ที่ รร. ปานะพันธุ์วิทยา ลาดพร้าว    พอสอบเทอม ๑ ผมสอบได้ที่ ๒   เด็กบ้านนอกเข้ากรุงสอบได้ที่ ๒ มันน่าตื่นเต้นนะครับ    พ่อผมซื้อปากกาปาร์กเกอร์ 65 ปลอกทองให้ ราคา ๓๕๐ บาท ให้เป็นรางวัล    ตอนนั้นเงินค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่ผมได้รับเท่ากับ ๓๐๐ บาท  
• กลับไปเรื่องการฝึกงาน   หน้าหนาวไม่ค่อยมีผักกิน   แม่ผมจะเพาะถั่วงอกขาย    ผมมีหน้าที่ตื่นตอนตี ๕   หอบปี๊บเพาะถั่วงอกกับตะแกรงไม้ไผ่ เดินไปครึ่ง กม. ไปที่ท่าน้ำ    ไปล้างถั่วงอก   ตอนนั้นผมทรมานน่าดู    เพราะกำลังนอนเพลินๆ ในหน้าหนาวแม่ก็มาปลุก   และต้องเดินไปมืดๆ กลัวผี    ลงไปในน้ำก็นึกถึง “ผีพราย” ที่ผู้ใหญ่เล่ากัน   และหนาวด้วย   ผมกลับมาคิดย้อนหลัง ผมได้ฝึกงาน ฝึกความอดทนจากการทำงานเหล่านี้มาก    เวลาได้รับความยากลำบากในชีวิตช่วงหลังๆ ก็ใช้คาถานึกถึงความยากลำบากสมัยเด็กๆ และบอกตัวเองว่าความยากลำบากแค่นี้เราน่าจะทนได้ เพราะเคยมามากกว่านี้

วิจารณ์ พานิช
๓ พค. ๔๙