เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไป ลปปส. VCT TB กับบุคลากรสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานวัณโรคจังหวัดตาก ความประทับใจแรกที่พบคือ ตากเป็นเมืองที่เงียบสงบ ยังคงความเป็นธรรมชาติมากๆ มีวิถึชีวิตที่เรียบง่าย พวกเราตื่นตาตื่นใจมากกับโจ๊กชามละ 5 บาท 10 บาท ราดหน้า 10 บาท ซึ่งหาทานในราคานี้ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ หรือชานเมืองอย่างนนท์แทบไม่ได้แล้ว หรือ ปลาน้ำจืดตัวใหญ่มากๆจนทั้งผู้ซื้อและผู้ขายก็คิดไม่ออกว่าจะนำไปทำอาหารประเภทใดดี

การมาตากครั้งนี้ นอกจากเป็น ลปรร. ระหว่างกันแล้ว ยังอาจถือว่าเป็นการชาร์ตแบต(ที่ใกล้จะเสื่อม)ด้วย ธรรมชาติริมน้ำที่สวยงาม เงียบสงบ ทำให้เราได้มีโอกาสทบทวน ย้อนถามตัวเราเองว่า ถ้าให้มาอยู่ในวิถีชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ จะอยู่ได้ไหม แวบแรกคำตอบคือ "ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ชอบด้วย" แวบต่อมาคำตอบก็เปลี่ยนเป็น "เออ!ไม่แน่ คงเหงาเหมือนกัน ถ้ามาแบบประเดี๋ยวประด๋าว ประมาณว่ามาเที่ยวก็คงได้ แต่ถ้าให้อยู่ตลอด ขอคิดดูก่อนนะ"

นี่เพียงเสี้ยววินาทีเองนะ

 เออ!แล้วทำไมคำตอบมันเปลี่ยนล่ะ?

นั่นอาจเป็นเพราะคำตอบแรก เป็นช่วงที่เรามีความรู้สึกซาบซึ้งกับธรรมชาติ มีอารมณ์สุนทรี แต่คำตอบที่สอง เริ่มมีความคิดอื่นๆเข้ามาปะปน เช่น ใครจะดูแลแม่ จะอยู่ยังไงล่ะ ญาติพี่น้องที่นี่ก็ไม่มี

นี่แหละหนาที่โบร่ำโบราณมักเปรียบเปรยว่า "อารมณ์มักอยู่เหนือเหตุผล"

ไม่ได้การแล้ว คราวต่อไปเราต้องระวังตัวเองให้มาก ต้องรู้เท่าทันตัวเราอยู่เสมอ หากมีเจ้าอารมณ์โผล่ออกมา (ขอบอกว่ามันไวมาก ต้องระวังให้ดี) คงต้องทักทายกันหน่อย "แหม!มาเร็วจัง แต่ยังไม่ถึงคิวแกเลย หลบไปก่อน" หรือไม่ก็ "อ้าว คุณโกรธ (หมายถึงอารมณ์โกรธน่ะ) ออกมาทำไมล่ะ มีใครทำอะไรให้เคืองใจเหรอ?

เฮ้อ! เห็นทีงานนี้คงต้องฝึกฝนกันหน่อย (แม้ว่าจะฝึกฝนมา 30 กว่าฝนแล้วก็ตาม)

ปล.หากพบเจอกันแล้ว เห็นว่าเจ้าตัวอารมณ์ออกมาเดินเล่นบ่อยๆล่ะก็ ช่วยเตือนๆกันบ้างก็แล้วกัน ("o)