ตัวอย่างที่ชัดๆ วานนี้ (๑๐ มิถุนายน) ที่สำนักงาน อบจ. กาฬสินธุ์ ได้ให้โอกาสผมเข้าชี้แจง กิจกรรมร่วมกับตัวแทนจากชุมชน ที่พบว่า กิจกรรมของ วช. นั้นสอดคล้องกับแผนงานที่ทาง อบจ. ต้องการทำอยู่แล้ว และเมื่อมีกิจกรรมนำร่องของ วช. เข้ามาสนับสนุน ทาง อบจ. จึงมั่นใจมากขึ้น และจะพยายามทำให้เต็มพื้นที่จังหวัด โดยอาศัยกระบวนการวิจัยพัฒนาความรู้ เพื่อการพัฒนางานที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ในระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทำงานสนับสนุนแผนและนโยบายการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในด้าน

การพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรน้ำและพลังงานทดแทนในพื้นที่ ๑๙ จังหวัดของภาคอีสาน

ี่ผมตั้งใจว่าจะทำให้เริ่มกิจกรรมในระดับจังหวัด จนสามารถลงนามความร่วมมือกันทำงานระหว่าง วช. และ จังหวัด หรือ อบจ. (MOU)ทั้ง ๑๙ จังหวัดให้ได้ภายในปีนี้ ตอนนี้ก็ได้ความเห็นชอบมากว่าครึ่งแล้ว

ังหวัดที่ให้ความเห็นชอบแล้วมีถึง  ๑๑ จังหวัด เหลืออีกเพียง ๘ จังหวัด ที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประสานงาน สร้างความเข้าใจ ค้นหาชุมชนเข้มแข็งด้านการวิจัยนำร่อง นักวิชาการสนับสนุน แผนงบประมาณ และแผนกิจกรรม ซึ่ง ที่สำคัญที่สุด ก็คือ ต้องประกอบไปด้วยการเห็นชอบของผู้บริหารระดับจังหวัด ที่อาจเป็น อบจ. และหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด

ตัวอย่างที่ชัดๆ วานนี้ (๑๐ มิถุนายน) ที่สำนักงาน อบจ. กาฬสินธุ์ ได้ให้โอกาสผมเข้าชี้แจง กิจกรรมร่วมกับตัวแทนจากชุมชน ที่พบว่า กิจกรรมของ วช. นั้นสอดคล้องกับแผนงานที่ทาง อบจ. ต้องการทำอยู่แล้ว และเมื่อมีกิจกรรมนำร่องของ วช. เข้ามาสนับสนุน ทาง อบจ. จึงมั่นใจมากขึ้น และจะพยายามทำให้เต็มพื้นที่จังหวัด โดยอาศัยกระบวนการวิจัยพัฒนาความรู้ เพื่อการสร้างเสริมพัฒนางานพัฒนาชนบทที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

และการประสานงาน ที่ อบจ. ศรีสะเกษ ผมก็ได้มีโอกาสหารือกับทางท่านนายก อบจ.  ท่านแจ้งให้ผมทราบว่า แผนงานตรงกันพอดี น่าจะทำร่วมกันได้เลย และทันทีในปีงบประมาณที่จะถึงนี้

จากความเห็นชอบของผู้บริหารทั้ง ๑๑ จังหวัด แสดงว่า การทำงานแบบบูรณาการนั้น ทำให้งานแต่ละฝ่ายบรรลุเป้าหมายดีกว่าเดิม ทั้งๆที่ ใช้ทรัพยากรเท่าเดิม

แล้วทำไมเราไม่ทำมาตั้งนานแล้ว

นี่คือคำถามที่อยู่ในใจผมตลอดเวลา หลังจากความสำเร็จกว่าครึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้า อย่างแทบไม่ใช้ความพยายามอะไรมากนัก

นอกจาก “ุนทางสังคม ที่ผมได้ทำงานกับเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อการพัฒนาทุกภาคส่วนมากว่า ๒๐ ปี

ำให้ผมทราบว่าใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน

และถ้าจะทำงานอะไร จะต้องติดต่อใคร เริ่มต้นอย่างไร สื่อด้วยวิธีไหน คำพูดที่ใช้ต้องเน้นคำว่าอะไร จึงจะทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน และเป็นเพื่อนกัน ในการทำงานร่วมกัน แบบ “บูรณาการ

จากการประสานงานของผมที่ทำไปแล้ว ฝ่ายต่างๆจะได้รับผลที่ดีดังต่อไปนี้

อย่างน้อยที่สุด

ชุมชน จะได้

1.    การใช้ความรู้ในการดำรงชีวิต การทำงานวิจัย และการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม มากกว่าการทำตามๆกันไป โดยไม่ทราบว่า “ทางออกอยู่ตรงไหน”

2.    เกิดการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งต้นแบบ นำร่องให้กับ พื้นที่ใกล้เคียง จังหวัด และ ระดับชาติ

3.    ได้เทคนิค และวิธีการประกอบอาชีพที่ดีกว่าเดิม

อบจ. อบต. และ จังหวัด จะได้

1.    การพัฒนาที่มีการวิจัยร่วมไปด้วย หรือ นำทาง แล้วแต่กรณี

2.    เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณด้านต่างๆและได้งานพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

3.    พัฒนาขีดความสามารถในการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในงานที่ทำอยู่เป็นประจำ

4.    ได้แนวทางการพัฒนาชุมชนนำร่อง ต้นแบบการพัฒนาในพื้นที่ดูแลของหน่วยงาน

นักวิจัยสนับสนุนโครงการนี้ จะได้

1.    ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน และการพัฒนามากกว่าเดิม

2.    ได้ฐานชุมชน ที่นำไปสู่การวิจัยเชิงวิชาการด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์มากกว่าเดิม

วช. จะได้

1.   ผลการทำงานร่วมกับหน่วยงานบริหารระดับจังหวัด

2.   ได้ต้นแบบการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนที่เป็นรูปธรรม

3.   ได้แนวทางในการกำหนดภารกิจและนโยบายการวิจัยระดับชาติ

4.   ได้นักวิจัยเพิ่มอย่างรวดเร็ว จากการพัฒนานักวิจัยระดับชุมชน

5.   ได้จำนวนเงินงบประมาณที่ใช้ในการวิจัยเพิ่มขึ้นจากการลงขันร่วมของหน่วยงานระดับจังหวัด

6.   ได้ความเข้าใจของนักการเมือง และนักบริหารระดับท้องถิ่น ที่สามารถสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณการวิจัยระดับชาติได้ชัดเจนขึ้น

ทำงานครั้งเดียวได้ขนาดนี้ แล้วจะให้รีรอได้อย่างไร

ผมจึงขอตอบว่า “การทำงานแบบบูรณาการ คือ คำตอบสุดท้าย ของการพัฒนาประเทศครับ”

ที่เพียงแต่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน จับมือกัน แบบใจถึงใจ แบบจิตอาสา แบบ “มองดูดาว เท้าติดดิน” ก็ไม่มีอะไรมาขวางกั้นได้แล้วครับ

จริงไหมครับท่านนายก อบจ. ทั้ง ๑๑ จังหวัดที่ผมและทีมงานประสานไว้แล้วคือ

ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ เลย ร้อยเอ็ด มุกดาหาร และล่าสุด กาฬสินธุ์

ขอขอบพระคุณในความกรุณาของท่านต่อกิจกรรมการดำเนินงานของ วช. ครั้งนี้

สำหรับจังหวัดอื่นๆ อีก ๘ จังหวัด กำลังประสานงานอย่างเข้มข้นครับ

และวันที่ ๑๒ มิถุนายน จะประชุมคณะทำงานบางส่วน ทั้ง ๑๙ จังหวัด ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อประเมินความคืบหน้า และแผนที่จะดำเนินการต่อไปครับ