ข้าพเจ้าได้รับเมล์บอกเล่าเรื่องราวการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมวิจัย R2R ทำให้ได้สัมผัสถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของผู้เป็นพี่เลี้ยงและรู้สึกชื่นชม จึงอยากที่จะให้กำลังใจต่อการร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานนี้ต่อไป...
ขอบคุณค่ะ...ที่บอกเล่าเรื่องราวให้ได้รับทราบ
ความยากหรือความง่ายนั้นยู่ที่ใจเรา
เวลาที่คนเราพูดถึงวิจัยนั้นมักจะมุ่งไปที่กระบวนการวิจัยในด้านเดียวคือ
research methodology แต่จริงๆ แล้วกระบวนการวิจัย คือ
กระบวนการที่เรากำลังตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขด้วยกระบวนการวิจัยอันถือว่าเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการวิจัยที่ถือว่าเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
นั่นนะมักเริ่มด้วยเหตุและการแก้ที่เหตุ
หากเมื่อใดก็ตามที่เราหาเหตุไม่ได้เราจะแก้ไขไม่ได้
แต่เรานั้นมักไปติดกับดักที่ตัวหลักการหรือทฤษฎี
แต่เราไม่ได้เข้าใจถึงเนื้อแท้ของแก่นของคำว่าวิจัย
ซึ่งแก่นที่ว่านั้น คือ อะไร
คือ 1. เราต้องมองหาปัญหาหรือโจทย์การวิจัยให้ออก ซึ่ง R2R
ต่างจากงานวิจัยทั่วไปตรงที่ว่า
โจทย์นั้นมาจากปัญหาหน้างานหรืองานประจำที่เราทำ ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง
และปัญหาไหนแก้ไขได้ด้วยกระบวนการวิจัยบ้าง
หรือปัญหาไหนแก้ไขได้ด้วยการแก้ไขที่ลงมือทำได้เลย ก็ไม่ต้องนำมาทำวิจัย
2 เราต้องค้นหาสาเหตุแห่งปัญหานั้นได้ หาให้เจอ
ว่าปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร เมื่อได้สาเหตุนั้นแล้ว
3. เราสามารถคิดหรือออกแบบกระบวนการแก้ไขปัญหานั้นได้ตรงตามสาเหตุ
และเป็นกระบวนการแก้ไขที่มีแนวคิด หลักการรองรับ
เจ้าวิธีการแก้ไขปัญหานี่แหละคือ
ระเบียบวิธีที่เราพิจารณาว่าแบบไหนน่าจะเหมาะนำมาแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์หน้างานของเรา
4. ผลการวิจัยสามารถนำกลับมาใช้ได้จริง
โดยใช้ได้ในงานประจำที่เราทำทุกวันนี้แหละค่ะ
และที่สำคัญเรายังคงต้องมีในเรื่องของการทบทวนองค์ความรู้เดิมด้วย (การทบทวนวรรคกรรม ; review literature)
บทบาทที่เราทำหน้าที่นี้ คือ เป็น knowledge facilitator หรือคุณอำนวย
ที่สนับสนุนให้นักวิจัย R2R
ได้ใช้โอกาสในการพัฒนางานประจำให้ได้อย่างเต็มที่เต็มศักยภาพ
เท่าที่เราจะอำนวยสนับสนุนได้ หรือที่เข้าใจคือ เป็นโค้ช
อย่าได้กังวลเลยนะคะ ทำใจให้สบาย การวิจัย r2r
เราเน้นในเรื่องการเกิดกระบวนการเรียนรู้ที่นำไปสู่การสร้างความรู้
ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การผลิตงานวิจัยออกมาสักเรื่องเท่านั้น
ดังนั้นการดำเนินไปของโครงการ หากคุณอำนวย
หรือพี่เลี้ยงเครียดเราจะพลอยทำให้ทีมเครียดไปด้วย ... ทำใจสบายๆ
และเชื่อในกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น
ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไปตามฐานความรู้เดิม
เรามีหน้าที่สนับสนุนให้เขาได้เกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด...
ให้กำลังใจนะคะ
เดี๋ยววันที่สิบสองหากมีโอกาสจะนำเรื่องนี้มาพูดอีกครั้งหนึ่งนะคะ
(^____^)
กะปุ๋ม