เมื่อวันที่ 10- 14 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้ไปราชการเพื่อเข้ารับการอบรมอาจารย์สอนภาษาจีนในระดับอุดมศึกษา ในหัวข้อ “อุดมศึกษากับความรู้เฉพาะทางด้านภาษา วรรณคดี และวัฒนธรรมจีน” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันขงจื้อ และสาขาวิชาภาษาจีน คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ดำเนินการในการจัดการอบรม โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่าน จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วัน ในช่วงระยะเวลาที่เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับ ภาษาจีน วรรณคดี และวัฒนธรรมจีนนั้น มีการทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจทุกช่วงเวลา ทั้งที่เป็นกลุ่มและรายบุคคล รวมทั้งมีการทดสอบเขียนด้วย ทำให้นึกถึงบรรยากาศตอนสมัยเรียนที่ต้องมีการตื่นตัวเสมอในการเรียน เพราะจะต้องโดนจี้ถาม และมีการทดสอบอยู่ตลอดเวลา แต่ครั้งนี้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่ 3 วัน ทั้งยังมีเกณฑ์ว่าหาก 3 วัน นี้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งเรื่องการทดสอบ และระยะเวลาที่เข้ารับการอบรม ซึ่งต้องเซ็นชื่อเข้ารับการอบรมทั้งเช้าและบ่าย ก็ไม่สามารถผ่านเกณฑ์ในการเข้ารับการอบรมครั้งนี้ ในตอนแรกทำให้คิดว่าการที่เขาตั้งกฎเกณฑ์อย่างนี้เหมือนกับเป็นการสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับผู้เข้ารับการอบรม แต่พอได้เข้ารับการอบรมกับตรงกันข้ามเพราะบรรยากาศอย่างนี้ทำให้เราตื่นตัวอยู่เสมอในการที่จะรับความรู้ที่ผู้เชี่ยวชาญบรรยาย ได้อย่างเต็มที่ ทำให้สามารถเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นจากเดิม สามารถนำมาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เชี่ยวชาญ และผู้เข้ารับการอบรมอย่างหลากหลาย ทำให้ได้รับความรู้และแนวคิดเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาจีนและได้รู้ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยและประเทศจีนอย่างเป็นปัจจุบัน มีการทำกิจกรรมกลุ่มร่วมกันที่สนุกสนานและได้สาระ ข้าพเจ้าคิดว่าหากที่ไหน จัดกิจกรรมแบบนี้อีกก็ยินดีที่จะเข้าร่วมเสมอ และอยากให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์อย่างนี้ในการอบรมอื่นๆ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ออกมาก็มีประสิทธิภาพไม่น้อย
นอกจากนี้ในการอบรมครั้งนี้ ยังได้มีการสัมมนาในหัวข้อเรื่อง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกับการพัฒนาภาษาจีนในประเทศไทย ที่ท่านได้ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก และด้วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและจีนนั้น ทำให้ประเทศไทยได้รับโอกาสดีๆ หลายอย่าง เช่น ทุนการศึกษาต่อการอบรมภาษาจีนระยะสั้น ทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ทุนการศึกษาดูงาน อบรม และสนับสนุนทางด้านสื่อการสอน และจัดส่งบุคลากรจากจีน ให้กับทุกสถาบันการศึกษาที่ขอความร่วมมือ โดยได้รับความรับมือจากหน่วยงานต่างๆ ในจีนสนับสนุนอย่างไม่ขาดสายโดยเฉพาะในตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประเทศจีนให้ความสำคัญกับการศึกษาภาษาจีนในไทย ไม่น้อยไปกว่าสหรัฐอเมริกา ประเทศจีนได้ให้ความสนับสนุนกับการศึกษาภาษาจีนมากที่สุดทั่วโลกคือ 2 ประเทศนี้ ทั้งยังสนับสนุนให้มีการเปิดสถาบันขงจื้อโดยความร่วมมือของสถาบันต่างๆ ในไทยและมหาวิทยาลัยในจีนถึง 14 แห่งรองจากสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการประสานความร่วมมือทางด้านภาษา วัฒนธรรม การศึกษาและการจัดกิจกรรมร่วมกันต่างๆ เป็นต้น
สุดท้ายนี้หากผู้อ่านท่านใดสนใจข้อมูลทางด้านภาษาจีน ไม่ว่าประเด็นใดๆ ผู้เขียนยินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษาเสมอค่ะ และทั้งนี้ผู้เขียนก็ขอคำชี้แนะจากผู้อ่านด้วยเช่นกันนะคะ

