Day 10        22  October   2008      Kawaguchiko (1)

วันนี้เราจะออกจากโตเกียวไปนอนค้างที่เมืองคาวากูชิโกะ แบ่งของใส่กระเป๋าเล็กแล้วเอากระเป๋าใหญ่ฝากโรงแรมไว้ เพราะต้องกลับมานอนที่โรงแรมNishi Shinjuku นี้อีกสองวันก่อนกลับเมืองไทย หนุ่มญี่ปุ่นใจดี พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แถมพูดสวัสดีภาษาไทยได้อีกแน่ะ ช่วยเอากระเป๋าเราไปวางแอบไว้ที่มุมล้อบบี้เล็กๆแล้วเอาตาข่ายมาคลุมไว้

ทำไมต้องไปคาวากูชิโกะ ?

ก็เป็นคำขอจากผู้ร่วมคณะค่ะ ว่าอยากไปเห็น ภูเขาไฟฟูจิ

คนไทยนิยมไปทาง ฮาโกเน่ เพราะมีแพ็คเก็จรถไฟของบริษัทโอดะคิว พาไป รวมตั๋วท่องทะเลสาบในเรือโบราณโจรสลัด นั่งกระเช้าขึ้นเขา เข้ามิวเซียมอะไรทำนองนี้ ซึ่งผู้เขียนรู้สึกว่ามันออกจะเป็นนักท่องเที่ยวไปหน่อย เลยเลือกไปอีกเส้นทางหรือ อีกมุม อีกด้านของภูเขาไฟฟูจิเรียกว่าด้าน Yamanachi ซึ่งจะเห็นเงาสะท้อนของภูเขาไฟฟูจิในทะเลสาบที่รายล้อมด้วย

ภูเขาไฟฟูจินั้น มีทะเลสาบรายล้อมอยู่ 5 ทะเลสาบ คือ Kawaguchi-ko,  Yamanaka-ko,  Sai-ko Motosu-ko,  Shoji-ko ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Fuji-Hakone-Izu National Park

Ko คำลงท้ายคงหมายถึง ทะเลสาบ

 

ไปกันเลยค่ะ เริ่มที่สถานีรถไฟชินจูกุ จับสาย JR Chuo ไปยังสถานี Otsuki เพื่อเปลี่ยนสายรถไฟไปกับอีกบริษัท ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง ทีนี้ละต้องเสียเงินเองสำหรับสาย Fujikyu ที่จะพาเราไปสถานี คาวากูชิโกะ ซึ่งจะใช้เวลาแค่ห้าสิบนาที รถไฟเขาน่ารักมาก สมกับเป็นขบวนเพื่อการท่องเที่ยว

 

ในข้อมูลที่หาจากอินเทอร์เน็ตบอกว่า ทะเลสาบคาวากูชิ-โกะนั้น นอกจากจะเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้ยังตั้งอยู่ใจกลางของ เขตทะเลสาบทั้งห้าของภูเขาไฟฟูจิ(Fuji-go-ko District) มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายในการไปถึง มีการจัดการในการเที่ยวชมสิ่งน่าสนใจอื่นๆ และมีที่พักมากมาย เป็นทะเลสาบที่คนนิยมไปเที่ยวที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งห้า

เงาสะท้อนของภูเขาไฟฟูจิที่ทะเลสาบคาวากูชิโกะนั้น สวยร่ำลือค่ะ คนญี่ปุ่นเรียกว่า Sakasa Fuji หรือ Inverted Mt.Fuji ซึ่งหมายถึงเป็นภาพสะท้อนกลับหัวที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง

ตื่นเต้นจังจะไปชมของจริง เคยเห็นแต่เป็นภาพมานาน

แต่ละทะเลสาบก็มีจุดเด่นไปกันคนละอย่าง

มีคนบอกว่าทะเลสาบยามานากะ-โกะ นั้นใหญ่ที่สุดและสวยงามมาก มีที่พักและที่ท่องเที่ยวให้เที่ยวกันได้ทั้งวัน

ทะเลสาบไซอิ-โกะ มีธรรมชาติที่ยังคงดั้งเดิมทากที่สุดเพราะได้รับการพัฒนาพื้นที่น้อยที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งห้า มีป่า มีถ้ำให้ไปเที่ยวได้

ทะเลสาบโมโตสุ-โกะนั้นมีชื่อเสียงตรงที่น้ำใสมาก มีเรือท้องกระจกให้ชมได้ถึงก้นทะเลสาบ หากมีธนบัตร 1000 เยน ก็จะเห็นภาพภูเขาไฟฟูจิที่มีมุมมองไปจากทะเลสาบโมโตสุ-โกะนี้

ทะเลสาบโชจิ-โกะ นับว่ามีขนาดเล็กที่สุด เหมาะกับการไปพักแบบสงบเงียบได้เดินเล่นรอบทะเลสาบระยะทางราว 2.5 กิโลเมตร มีที่พักเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีที่ชาวต่างชาติชอบไปพักกัน

ทริปนี้ขอแค่ทะเลสาบคาวากูชิโกะก็แล้วกันค่ะ

รถไฟFujikyu พาเรามาถึงสถานีคาวากูชิโกะ ดูเป็นสถานีสร้างใหม่ และวันที่เราเดินทางมีคนไม่มากลงที่สถานี คงเพราะอากาศไม่ค่อยดี ดูครึ้มๆอยู่ อากาศเย็นทีเดียว เราพากันไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเมื่ออกมาจากสถานีก็จะอยู่ขวาสุดของอาคารกลุ่มเดียวกัน

เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ดี เราปรึกษาเรื่องท่องเที่ยว ว่าเรามีแผนอยู่สองรายการใหญ่ๆคือ

·         ขึ้นไป 5th Station ของภูเขาไฟฟูจิ

·         ใช้บริการรถท่องเที่ยว Kawaguchiko Retro Bus เพื่อแวะขึ้นลงตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมีอยู่ถึง 16 จุด (คือรถบัสหน้าตาโบราณคันสีเหลืองอ่อนในภาพ)

ตัดสินใจไป 5th Station กันก่อนด้วยรถเที่ยวสุดท้ายสำหรับวันนี้ เกรงว่าหากพรุ่งนี้อากาศไม่ดีก็จะไม่ได้เห็นอะไร สำหรับนั่งรถท่องเที่ยวเอาไว้วันรุ่งขึ้นก็แล้วกัน

เราบอกเขาว่าเราจองโรงแรม Kawaguchiko Park Hotel ไว้ เจ้าหน้าที่เช็คดูบอกว่าทางโรงแรมมีบริการมารับที่สถานี เมื่อเราลงมาจาก 5th Station แล้วให้มาที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี้ เขาจะโทรศัพท์แจ้งทางโรงแรมให้มารับ บริการได้ประทับใจมาก ไม่แปลกใจที่เห็นภาพนักท่องเที่ยวที่เคยมาปิดอยู่เต็มผนัง

เราไปซื้อตั๋วสำหรับการไป 5th Station ถามจุดที่ขึ้นเรียบร้อย เอาของเก็บที่ล็อคเกอร์ให้ตัวเบาแล้วเดินไปดูจุดขึ้นรถให้แน่ใจว่าตรงนี้แน่ๆ  มีนักท่องเที่ยวฝรั่งรออยู่หลายคน ยังพอมีเวลาอีกพอควรเลยเดินเล่นแถวๆนั้น ได้แวะในร้านเซเว่น ถ่ายรูปโอเด้งน่ากินจัง ผ่านที่ทำการไปรษณีย์ได้แวะเข้าไป เจอเขามีแสตมป์ชุดภูเขาไฟฟูจิ เลยซื้อเป็นที่ระลึกทั้งแผ่น

ตอนหน้าค่อยนั่งรถบัสขึ้นไป 5th Station ด้วยกันนะคะ