


ในวันที่ 12 ธันวาคม 2551 เครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ 4 เครือข่ายที่ ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้แก่ แผนงานเด็กไทยไม่กินหวาน แผนงานพัฒนาเครือข่ายทันตบุคลากรไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ กลยุทธ์วิชาชีพทันตแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ ปีงบประมาณ 2550-2552 และแผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข ระยะที่สอง ได้จัดกิจกรรมเปิดตัว 4 เครือข่าย (iSmile Day) ขึ้น ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าสยาม เพื่อเผยแพร่บทบาทของทันตแพทย์ต่อสังคมในหลายมุมมอง พร้อมกับใช้เป็นเวทีแถลงกิจกรรมที่ทั้ง 4 เครือข่ายจะทำร่วมกันในอนาคต ในการนี้ แผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุขได้รับความร่วมมือจากตัวแทนนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมในกิจกรรมดังกล่าวโดยได้มีการประชุมเตรียมงาน 3 ครั้งด้วยกัน คือในวันที่ 23 ตุลาคม 2551 วันที่15 พฤศจิกายน 2551 และวันที่ 10 ธันวาคม 2551 ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย โดยที่ประชุมได้ร่วมกัน ออกแบบกิจกรรมประจำบู้ธเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมบู้ทของแผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุขได้เห็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ ได้แก่ กิจกรรมเรียงการ์ด ลากเส้นผ่านกระจก ทดลองอุดฟันด้วยตนเอง กิจกรรมดัดลวด ซึ่งแม้ว่าต้องใช้ทักษะและความชำนาญแต่สามารถทำให้เกิดความสนุกได้ นอกจากนี้ นิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ยังได้ร่วมกันแสดงละครสั้นสไตล์เกมส์ซ่าท้ากึ๋นในช่วงเปิดงานด้วย ในวันงานทุกกิจกรรม ได้รับความสนใจดีมาก แม้ประชาชนในช่วงแรกๆ จะดูเขินๆ ไม่กล้าเข้ามาร่วมสนุก แต่ผู้เข้าเยี่ยมชมต่างได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินกันถ้วนหน้า พร้อมกับได้มุมมองใหม่ๆ ของวิชาชีพทันตแพทย์
นอกจากนี้ ทีมงาน iSmile ยังได้ออกแบบมาสคอตของแผนงานโรงเรียนทันตแพทย์สร้างสุข ชื่อน้อง “ยิ้มแย้ม”ที่เป็นเมล็ดพันธุ์สีเขียวแห่งความสุข เพื่อเป็นตัวแทนของนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์รุ่นใหม่ที่พร้อมจะเรียนรู้อย่างมีความสุข และเผื่อแผ่ความสุขไปสู่สังคม และได้จัดทำเว็บไซต์ของ 4 เครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ในนามของ www.ismilesociety.com เพื่อใช้ในการสื่อสารกับสังคมเกี่ยวกับบทบาทต่างๆ ของทันตแพทย์ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “สร้างเสริมสุขภาวะของประชาชน”
จากการจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะทำให้สังคม (แม้จะยังอยู่ในวงจำกัด คิดว่าอย่างนั้น) รู้จักทันตแพทย์เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดความคุ้นเคยกันในกลุ่มนิสิตนักศึกษาจากแต่ละสถาบัน นำไปสู่ “โครงการจัดตั้งเครือข่ายนิสิตนักศึกษาทันตแพทย์สร้างสุข 8 สถาบัน” ที่จะมีบทบาทในการสร้างแบบแผนและแนวทางของการเรียนรู้ในวิชาชีพทันตแพทย์อย่างมีความสุข โดยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในกลุ่มนักนิสิตศึกษาและเยาวชนที่สนใจ ซึ่งในเบื้องต้นเครือข่ายนักศึกษาอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ของเครือข่ายและกำลังเปิดรับสมาชิกภายใต้ชื่อ “เครือข่าย iSmile Teen”
นับว่าการจัดงาน iSmile ครั้งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จในด้านความร่วมมือของแต่ละคณะ ความร่วมมือจากสโมสรนิสิต และสามารถสร้างเครือข่ายให้นิสิตนักศึกษาทันตแพทย์ให้เกิดขึ้น ที่สำคัญคือเกิดการรวมตัวของเครือข่ายวิชาชีพทันตแพทย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน ในการที่จะร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ สู่สังคมในอนาคต
รายงานโดย ..ศูนย์ประสานงาน ทพ.สส...
"เล่าให้ฟัง ไปดูงาน iSmileDay"
ฉันได้รับข่าวจากพี่วาลีเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 เวลา 15.00 น. ว่า หมอศุภลัคน์ ได้โทรศัพท์มาเพื่อขอเชิญตัวแทนสมาชิกเครือข่าย คทสต. ไปดูงานและเข้าร่วมในงาน มหกรรม “I Smile ทันตแพทย์เพื่อรอยยิ้ม” ในวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ณ ห้างสรรสินค้าสยามเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ โดยขอให้ส่งตัวแทนไปดูงานนี้ 2 คน ฉันหารือกับพี่วาลี ก่อนตัดสินใจเดินทางมาดูงานในครั้งนี้ เมื่อได้ทราบวัตถุประสงค์ของการไปดูงานจาก หมอศุภลัคน์ว่า ต้องการให้สมาชิกได้ไปดูรูปแบบการนำเสนอ การประชาสัมพันธ์ การจัดงาน เพื่อจักได้นำมาประยุกต์ใช้ในการจัดงานสำหรับเครือข่าย คทสต. ต่อไปได้
หลังจากทราบวัตถุประสงค์ จึงสนใจเพราะคงไม่ยากอะไรมาก อีกอย่างได้ไปเที่ยว Shopping แถวนั้นด้วย ฉันโทรศัพท์ไปหารือกับ ทพ. ธรณินทร์ จรัสจรุงเกียรติ เพื่อขออนุญาต และขอหารือว่าจะให้ส่งตัวแทนคนอื่นหรือไม่ ท่านตอบว่า ขอให้ฉันและหาเพื่อนอีกคนไป ฉันจึงโทรศัพท์ไปหาภัทรเพื่อชวนภัทรไปด้วยกัน แต่ปรากฏว่าภัทรมีประชุมหอประวัติในวันที่ 12 ธันวาคม 2551 จึงไม่สามารถเดินทางไปด้วยได้ ตกลงฉันก็เดินทางไปคนเดียว
ฉันเดินทางไปวันที่ 10 ธันวาคม 2551 ซึ่งตรงกับวันหยุดเพื่อที่จะได้กลับบ้านที่กรุงเทพฯด้วย อยู่เที่ยวคุยโม้กับพี่ ๆ น้อง ๆ จนกระทั่งวันที่ 12 ธันวาคม 2551 ฉันเดินทางออกจากบ้านที่จังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าไปที่ห้างสรรพสินค้า สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งการเดินทางไปไม่ยากนักเพราะเมื่อครั้งเป็นนักเรียนฉันไปเดินเล่นย่านนี้เป็นประจำ จากบรรยากาศในสมัยที่ฉันเป็นนักเรียนกับบรรยากาศในปัจจุบันนี้เปลี่ยนแปลงไปมากจนฉันจำไม่ค่อยได้ ฉันเดินทางมาถึง ในเวลา 10.30 น. ณ บริเวณห้างสรรพสินค้า สยามเซ็นเตอร์ บริเวณจัดงาน อยู่ชั้นล่าง ตรงกับประตูทางเข้าห้างพอดี ดูแล้วทำเลสวยมาก คือเมื่อเปิดประตูเข้าห้างก็จะพบกับการจัดแสดงของงานนี้ทันที ความกว้างของบริเวณจัดงานประมาณ 100 ตารางเมตร เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทราบว่าค่าเช่าพื้นที่ราคา 70,000 บาท/ครึ่งวัน ฉันเห็นเจ้าหน้าที่จาก บริษัททั้งผู้หญิงและผู้ชายราว 5-7 คน ที่รับจัดงาน มาช่วยกันตัดสติกเกอร์ จัดวางเค้าเตอร์ เวที ติดตั้งเครื่องเสียงตกแต่งบูธในดูน่าสนใจ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เป็นส่วนของเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ยังไม่มีใครมา
ฉันโทรศัพท์ถามหมอศุภลัคน์ว่างานเริ่มกี่โมง หมอตอบว่าเริ่มเวลา บ่ายโมง ฉันเลยไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครองดูของแต่ไม่ได้ซื้ออะไร แล้วกินข้าวที่นั่น ฉันเดินทางกลับมาที่สยามเซ็นเตอร์อีกครั้ง เวลา 11.30 น. ปรากฏว่าเจ้าภาพยังไม่มาเหมือนกัน ฉันก็เดินดูการเตรียมงานของเจ้าหน้าที่บริษัทว่าเขาจัดอะไรกันบ้าง ฉันเดินไปทางด้านหลังของบูธซึ่งเขาได้ทำฉากกั้นไว้สำหรับเจ้าหน้าที่วางของ เตรียมตัว ด้านหลังฉากฉันได้เห็นผู้หญิงสาวสวยในชุดที่ขาวบริสุทธิ์ ใบหน้ารูปไข่ ผิวพรรณขาวเกลี้ยงเกลา รูปร่างสูงโปร่ง บอบบาง แต่งหน้าเข้มแต่ดูสวย ทำผมทรงถักเปียหลวม นั่งท่องสคริบอยู่อย่างขะมักเขม้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าคนนี้ต้องเป็นพิธีกรแน่นอน ฉันรีบส่งยิ้มให้เธอทันทีตามอุปนิสัยของฉัน แต่ฉันไม่เห็นรอยยิ้มจากเธอเลย
เสียงดังจากการทดสอบระบบเสียง พร้อมกับติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด และติดตั้งกล้องหามุมที่เหมาะสม ของเจ้าหน้าที่บริษัท ทุกคนทำงานตามหน้าที่ของตนเอง บุคลิกแต่ละคนเหมือนมืออาชีพจริง ๆ ฉันเดินเข้าไปในบูธซึ่งมีเชือกกั้นไว้ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ฉันขออนุญาตเจ้าหน้าที่ว่าขอเข้าไปดูเพราะว่ามาดูการจัดงานนี้ ลักษณะของการจัดบูธบนพื้นที่ 100 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น ส่วนแรกจะเป็นส่วนต้อนรับให้ผู้คนที่สนใจมาลงชื่อ ส่วนที่สองจะเป็นบูธของโครงการกระต่ายขาเดียว ส่วนที่สามเป็นบูธของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ส่วนที่สี่เป็นส่วนของเครือข่ายทันตแพทย์และเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์ และส่วนที่ห้าเป็นส่วนของเครือข่าย คทสส. ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรมากนักนอกจาก Notebook วางอยู่บนฐานสูงเหมือนโต๊ะ จำนวน 5 เครื่อง ยังดูไม่ออกว่าเขาจะทำอะไรกันต่อไป
เวลา 12.30 น. ฉันเห็นว่าเริ่มมีเจ้าภาพการจัดงานในครั้งนี้ทยอยกันมา ทราบว่ามาจากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งฉันไม่ทราบว่ามีใครบ้าง ต่อมาเครือข่าย คทสส. ที่ฉันรู้จักก็คือ หมอศุภลัคน์ หมอทรงวุฒิ ได้มาถึงพอดี รวมทั้งเครือข่ายอื่น ๆ จากราชบุรี จากสงขลา จากสมุทรปราการ และอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยกันมาดูการจัดงานในครั้งนี้ด้วย ฉันถามหมอศุภลัคน์ว่าตกลงงานเริ่มกี่โมงเพราะ ณ ขณะนั้นยังเตรียมการจัดงานไม่เสร็จ ได้คำตอบว่าเริ่มเปิดงานเวลา 16.00 น. นำมาซึ่งความกังวลใจให้กับฉันมาก เพราะฉันต้องกลับบ้าน จะ ต้องไปถึงสนามบินเวลา 18.00 น. เป็นอย่างช้า
ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานมาถึงก็ตรงเข้าไปจัดบูธของตนเอง มีการเตรียมน้ำผลไม้ให้ชิม วางเรียงไว้เป็นหลายสี ก็ดูสวยงามดี พร้อมกับมีแก้วพลาสติกเล็กวางเรียงไว้สวยงาม ฉันสงสัยเลยเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ดูแลบูธว่ากิจกรรมของบูธเด็กไทยไม่กินหวานเป็นอย่างไร จึงได้ทราบว่า เขาจะแนะนำผู้ชมที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธดื่มน้ำผลไม้แทนน้ำอัดลม และแนะนำวิธีการผสมน้ำผลไม้ เพราะบางคนอาจจะชอบรับประทานเป็นน้ำผลไม้รวมก็เอามาผสมกันได้ ผสมน้ำโซดาก็อร่อยเหมือนกัน แต่เท่าที่ฉันสังเกตมีแต่เจ้าภาพที่จัดงานได้ดื่มน้ำผลไม้นี้ เนื่องจากไม่มีผู้สนใจอื่น ๆ เข้ามาในบูธเลยในตอนนั้น ฉันเห็นน้องคนหนึ่งรูปร่างเจ้าเนื้อมากได้เตรียมของสำหรับแจกให้กับผู้มาเยี่ยมบูธ เป็นลูกอมฮอลล์ถุงใหญ่มาก ๆ จำนวน 2 ถุง ฉันถามว่าน้องเอาลูกอมนี้มาทำไม เขาบอกว่าเตรียมไว้แจก ฉันจึงไปพูดคุยกับ หมอศุภลัคน์ว่าคงจะผิด Concept แล้วกระมังที่จะแจกลูกอม หลังจากนั้นฉันไม่เห็นลูกอม 2 ถุงใหญ่ที่เค้าเตอร์นั้นอีก
บูธโครงการกระต่ายขาเดียว ได้เขียนข้อความไว้ว่า No No No smoking Rabbit หมายถึงให้ปฏิเสธการชักชวนสูบบุหรี่จากเพื่อน ๆ แล้วทำไมต้องเป็นรูปกระต่ายล่ะ “ก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่า ไม่ ไม่ ไม่ นะซิ” แล้วทำไมต้องกระต่ายล่ะ “อ้อ กระต่ายฟันขาวสวยแข็งแรง อยากให้ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ฟันขาวสวยแข็งแรงดังกระต่ายไงล่ะ” ในบูธได้จัดแสดงการเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลไว้ อยากจะแนะนำให้น้อง ๆ เล่นกีฬาเมื่อมีเวลาว่าง ไม่ควรไปมั่วสุม หรือชวนกันสูบบุหรี่
บูธเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์ ได้ติดสัญลักษณ์เป็นรูปเมล็ดพันธุ์ยิ้มแย้ม ที่เห็นเด่นชัด สีเขียว บริเวณบูธนี้ได้จัดไว้สำหรับเด็ก ๆ ได้มาระบายสี ต่อจิกซอรูปฟัน ซึ่งมีนักศึกษาทันตแพทย์มาช่วยกันจัด ฉันนึกในใจก็ไม่เห็นมีเด็กสักคนเดินมาเลย แล้วใครจะมาระบายสีล่ะเนี่ยะ น่าจะนำไปจัดที่โรงเรียนอนุบาล หรือประถม เด็ก ๆ คงชอบแน่ ๆ
สำหรับบูธของเครือข่าย คทสส. นั้น จะมีฉากโปร่ง ๆ กั้นแบ่งโซนไว้ ค่อยข้างซับซ้อนเล็กน้อยในการเดินเข้าไปเยี่ยมชม มีเครื่องคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ววางไว้จำนวน 5 เครื่อง ได้ใส่ซีดีไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นเนื้อหาของการดำเนินงานของเครือข่ายต่าง ๆ เช่น ชมรมคนรักษ์ฟันราชบุรี ชมรมทันตภูธร แต่ไม่เห็นของ คทสต. นะ ซึ่งซีดีก็จะเปิดหมุนเวียนไปตลอดเวลา แต่เท่าที่สังเกตจะมีผู้สนใจไปยืนดู คลิกดู ค่อนข้างน้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่อยู่ในเครือข่ายนี่แหละไปคลิก คนนอกไม่มีเลย
จากการพูดคุยกับหมอศุภลักษณ์ว่ากลุ่มเป้าหมายในการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นใคร หมอบอกว่า เด็กวัยรุ่น เด็กนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่มาเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ วันนี้เป็นวันศุกร์ เป็นวันทำงานผู้คนที่มาเดินจึงค่อนข้างน้อยมาก เด็กนักเรียนไม่ค่อยเห็นมาเดินอาจจะต้องรอเวลาประมาณ 5 โมงเย็น แต่เวลา 5 โมงเย็นฉันคงต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว
ฉันสังเกตดูเวลานี้ก็ประมาณ 16.00 น. คนที่สนใจเข้ามาชมยังมีน้อยมากจะมีแต่เฉพาะเจ้าภาพและคณะนักศึกษาที่มาร่วมจัดงานเท่านั้น เวลา 16.00 น. พิธีกรสาวสวยที่ฉันเห็นเมื่อเธอนั่งท่องสคริปอยู่หลังฉากก็ได้มากล่าวสวัสดีต้อนรับ พูดให้ฟังว่าเรามาทำอะไรกันในวันนี้ “สวัสดีค่ะ ทุกท่าน วันนี้เราได้จัดงาน I Smile ทันตแพทย์เพื่อรอยยิ้ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ประชาสัมพันธ์การทำงานสร้างเสริมสุขภาพของทันตแพทย์ สร้างจิตสำนักทันตแพทย์ในการทำงานเพื่อประชาชน สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันในวิชาชีพทันตแพทย์ การเสริมสร้างสุขภาพช่องปากของประชาชน” “วันนี้ท่านจะได้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก ได้รู้และเข้าใจการทำงานของทันตแพทย์ รู้จักเครือข่ายทันตสุขภาพ รู้ถึงความสำคัญของการไม่กินหวาน การดูแลสุขภาพทุกด้าน ได้รู้ถึงการแปรงฟันที่ถูกวิธี รู้อาหารสูตรอ่อนหวาน ลดการกินหวาน แนะนำการดูแลช่องปากของคนในครอบครัว ดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองมากขึ้น” ทั้งหมดที่พิธีกรกล่าวมานั้น ฉันคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์สำหรับคนที่อยู่ร่วมได้ตลอดงาน แต่สังเกตแล้วคนส่วนใหญ่เดินหยุดดูแล้วก็เดินจากไป ไม่ได้ยืนฟังนาน ๆ
เมื่อพิธีกรเริ่มด้วยการแจ้งวัตถุประสงค์แล้ว ก็เปิดงานด้วยการแสดงของน้องนักศึกษาทันตแพทย์ เป็นการเต้นบี-บอย เปิดเพลงเร้าใจชวนให้เต้นไปพร้อม ๆ กัน อันนี้เป็นที่สนใจของผู้คนที่เดินผ่านไปมา พวกเขาหยุดดูจนน้อง ๆ เต้นเสร็จ ส่วนผู้ที่เดินอยู่ไกล ๆ เมื่อได้ยินเสียงเพลงก็วิ่งมาดู การแสดงมี 2 ชุด อีกชุดหนึ่งเป็นการแสดงการทำเสียงให้เป็นเพลงแต่ไม่ออกมาเป็นเนื้อร้อง ก็เรียกความสนใจจากผู้ชมได้ไม่น้อยเหมือนกัน สักครู่พิธีกรได้กล่าวเชิญพิธีกรอีกท่านหนึ่งมาร่วมด้วย เธอเป็นผู้หญิงสาวสวยใบหน้ารูปไข่ รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว เธอเป็นทันตแพทย์หญิง และเป็นพิธีกรในรายการทีวีเกี่ยวกับสุขภาพ เธอได้รับเชิญให้มาพูดและเป็นพิธีกรร่วม ได้มาให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นการพูดสั้น ๆ สลับการโชว์ตัวของ Mascot มดสีชมพู และ Mascot ของเครือข่ายทั้ง 4 เครือข่าย หลังจากที่ Mascot ได้มาโชว์ตัวบนเวทีแล้ว ก็ได้เดินไปรอบ ๆ งาน เรียกร้องความสนใจจากผู้พบเห็นได้ไม่น้อย บางคนขอเข้ามาถ่ายรูป ฉันคิดว่าถ้าเดินในโรงเรียนอนุบาล หรือโรงเรียนเด็กประถมก็คงได้รับความสนใจจากเด็กได้มากทีเดียว ดูแล้ว Mascot แต่ละตัวคงน้ำหนักไม่เยอะเหมือน Mascot ยิ้มแฉ่งของเรา
ฉันอยากอยู่ในงานนี้จนถึงเวลาเลิก แต่ฉันก็ทำไม่ได้ เพราะฉันต้องไปให้ถึงสนามบินก่อนหกโมงเย็น ฉันจึงออกมาจากงานเวลา 17.00 น. เป็นเวลาที่หมอทรงวุฒิขึ้นเวทีพอดี อ้อ! แล้ว หมอทรงวุฒิก็แจกเสื้อยืดสีขาว มีโลโก้ “I Smile” อยู่ด้านหลังสวยดี ฉันคิดในใจว่า ถ้าทีมงาน คทสต. เราทำเสื้อทีมอย่างนี้บ้างก็ดี เผื่อเวลามีงานร่วมกันจะได้ใส่ทำให้ดูเป็น Unity ดี หลังจากนั้นฉันจึงไม่รู้ว่างานนี้ดำเนินไปอย่างไรต่อ แต่ทราบว่างานเสร็จสิ้นเวลา 20.00 น. ฉันนึกสงสารตัวแทนบางคนที่เดินทางมาจากที่ไกล ๆ มาดูงานในครั้งนี้แต่แทบจะไม่ได้ดูเลยเพราะต้องเดินทางกลับก่อน
ฉันอยากที่จะลองนำรูปแบบงานที่ไปดูงานครั้งนี้มาทำดูเหมือนกัน แต่อยากจะไปจัดในโรงเรียน หรือถ้าเป็นในห้างสรรพสินค้า ก็คงต้องไปจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เขาจัดอยู่แล้วอย่างเช่นที่เราเคยร่วมงานกับ อบต. คลองแห จัดงานวันพ่อที่ห้างบิ๊กซี ที่หาดใหญ่ ซึ่งลักษณะการจัดงานในวันนั้นเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นอย่างมากมาย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่เข้ามาร่วมงานกับเราเป็นจำนวนมาก คิดว่ารูปแบบเช่นนี้น่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าแบบที่ฉันมาดูงานครั้งนี้ ส่วนการจ้างพิธีกรสวย ๆ มืออาชีพนั้น ฉันเห็นว่ายังไม่ถึงกับจำเป็นจะต้องจ้าง เพราะค่าจ้างค่อนข้างแพง แล้วพิธีกรก็ไม่รู้ลึกถึงงานของเราเท่าไรนัก เขาจะอ่านตามสคริบ แล้วพูดไปตามนั้น ไม่ได้มีลูกเล่นหรือเทคนิคอื่นใดให้น่าสนใจ ฉันว่าพิธีกรโดยเฉพาะอาจารย์ในทีมงานของพวกเราที่คณะทันตฯ มอ. นี่แหละดีกว่าเยอะเลย ว่าแล้วฉันก็อยากจะวางแผนทำงานเช่นนี้อีกครั้ง แต่คงต้องให้พี่วาลี เป็นแม่งานเพราะพี่วาลีเป็นมือโปร อย่างเช่นที่พี่วาลีเคยจัดงานแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง เช่น งานสานฝันเพื่อน้องฟันสวย ที่ฉันได้มีโอกาสไปช่วยพี่วาลีด้วย ชอบมาก ๆ สนุก ได้ประโยชน์ ทั้งคนจัดและเด็ก ๆ กลุ่มเป้าหมายชัดเจน บรรลุตามวัตถุประสงค์ พี่วาลีและพวกเราหลายคนก็ถนัดที่จะจัดในรูปแบบการจัดกิจกรรมแบบนี้อยู่แล้ว ประกอบกับเรามีวัสดุอุปกรณ์ กำลังพลพร้อม หวังว่าเราคงได้จัดงานแบบนี้ในสไตล์ของเราที่หาดใหญ่ในเร็ว ๆ นี้ แล้วจะเขียนมาเล่าให้ฟังค่ะ ****************************************
หมายเหตุ ต้องขออภัยถ้าเขียนไปพาดพิงผู้ใดเข้า กำลังหัดเขียนหลังจากที่ได้รับความอนุเคราะห์จากหมอทรงวุฒิให้เข้าอบรมการเขียนเรื่องเล่ามาค่ะ อิ ร้อนวิชา