GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ธรรมชาติคือครู

สื่อการเรียนรู้...มศว มศวกับสังคม เปิดโอกาศให้คนเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
    

     ธรรมชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวสัมพันธ์กับมนุษย์ แต่คนไทยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติน้อย ไม่เข้าใจธรรมชาติ จึงไม่เห็นความหมายและคุณค่า ทำให้ไม่เกิดความรัก ความชอบพอธรรมชาติ ปัจจุบันคนใช้ธรรมชาติมาก จะเห็นได้จากคนต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย เช่น พวกยุโรป ชาวอเมริกัน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอยู่ที่มนุษย์เห็นความเข้าใจของธรรมชาติ ทำให้กล่าวได้ว่าธรรมชาติเป็นพื้นฐานของมนุษย์ มนุษย์ปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ มนุษย์สร้างวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นคนไทยควรสนใจเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ ลม ไฟ ที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในรูปภูมิทัศน์ของธรรมชาติ หรือรูปของสิ่งแวดล้อม

     มนุษย์เราควรให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ชาติต่างๆในโลกให้ความสำคัญกับธรรมชาติ แต่กับคนไทยเราเองไม่ตระหนัก เพราะว่าเราไม่ได้มีพื้นฐานมาตั้งแต่เด็กๆ ในบางครั้งคนไทยไม่เข้าใจโลก ไม่เข้าใจธรรมชาติจึงได้สิ่งต่างๆในทางที่ผิด ตัวอย่างเช่น เมืองไทยมีความหลากหลายใน ป่าไม้ ภูมิอากาศ มีอากาศหนาว อากาศร้อน อากาศชุ่มชื้น มีดินอุดม มีภูเขาสวยงาม แต่การใช้ทรัพยากรไม่ได้รักษาความสมดุลย์ของธรรมชาติซึ่งก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น การแล้งจัดของธรรมชาติ เพราะเกิดจากการทำลายป่าไม้ และทำให้เกิดการแปรปรวน การเกิดเรื่องสึนามิ ประชาชนไม่มีความรู้ว่ามีรอยเลื่อนใต้เปลือกโลกอยู่ภายใต้ทะเลอันดามัน ไม่มีความรู้เลยคิดกันว่าไม่เกิดเรื่อง คนไทยเรารู้เรื่องนี้น้อยไป จึงควรให้คนไทยเรียนรู้ธรรมชาติมาก เพราะว่าธรรมชาติสอนให้รู้มาก คนไทยทั่วไปเข้าใจลึกซึ้ง ผู้ใหญ่รุ่นปัจจุบันยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างดีพอ หลักสูตร พ.ศ. 2544 จะเห็นความสำคัญทางภูมิศาสตร์ ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ จะบรรจุมากขึ้น เด็กไทยรุ่นหน้าจะได้รับสิ่งเหล่านี้มากขึ้น รายการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างองค์ความรู้ สร้างสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ สอนเด็กรุ่นนี้ และผู้ใหญ่ รุ่นหน้า เพื่อจัดระเบียบ ระบบ ให้อยู่ใกล้ธรรมชาติ โดยอยู่ได้อย่างมีความสุข

     ความสำคัญของคำว่าธรรมชาติดาวเคราะห์คือ โลก หรือ Earth สิ่งที่เกิดพร้อมกันคือธรรมชาติ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ในสาขาวิชาการ ส่วนของแข็งคือวิชาธรณีวิทยา ดินคือวิชาปฐพีวิทยา อากาศคือวิชาอุตุนิยมวิทยา พืชพรรณธรรมชาติคือวิชาชีววิทยา หรือพฤกษศาสตร์ น้ำคือวิชาอุทกศาสตร์ หรือมหาสมุทร สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่เกิดก่อนมนุษย์ องค์ประกอบธรรมชาติเป็นปฐมภูมิ เพราะเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตที่เกิดมาทีหลัง ธรรมชาติมีมาก่อน มีวิวัฒนาการ มีความซับซ้อน ถ้าใครเข้าใจธรรมชาติอย่างเป็นระบบถูกต้องก็จะอยู่อย่างมีความสุข มนุษย์มาอยู่ที่หลัง ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ต้องมาปรับตัวกับธรรมชาติ มนุษย์ร่วมกับธรรมชาติสร้างวัฒนธรรม เช่น มนุษย์ร่วมกับธรรมชาติสร้างวัฒนธรรม เช่น มนุษย์อยู่ริมน้ำมีป่าไม้ตัดต้นไม้มาทำบ้าน บ้านปรับตามสภาพแวดล้อม มีหน้าต่าง มีใต้ถุนสูง อากาศร้อนก็ทำช่องลม หน้าต่างมากๆ บ้านนั้นเป็นภูมิปัญญาตรงที่มนุษย์เรียนรู้ สิ่งแวดล้อม และปรับแต่งที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม บ้านจึงเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรม บ้านเป็นตัวแทนปัญญาของมนุษย์แต่ละถิ่น เช่น ใต้ถุนสูง บ้านทรงไทยเป็นภูมิปัญญารุ่นหนึ่ง ป้องกันน้ำท่วม บ้านหน้าจั่วสูง เป็นปัญญาแต่ละรุ่น ปัญญาประกอบในบ้านหลังนี้ บ้านเป็นหลักฐานทางภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม กล่าวได้ว่าธรรมชาติเป็นปฐมภูมิ มนุษย์เป็นทุติยภูมิ บ้านเป็นตติยภูมิ ธรรมชาติเป็นบ่อเกิดของมนุษย์ เป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรม ธรรมชาติเป็นปฐมภูมิของทุกสิ่ง ธรรมชาติมีระบบ ถ้ามนุษย์เรียนรู้ดี มนุษย์ก็จะปรับตัวได้อย่างมีความสุข สร้างสรรค์วัฒนธรรมดีๆ ให้กับธรรมชาติได้ จึงอยากให้คนไทยเรียนรู้ธรรมชาติมากๆ และลุ่มลึกด้วย

     เพราะว่าธรรมชาติเป็นสิ่งแวดล้อมรอบๆตน ถ้าตั้งใจ สนใจ มองสิ่งต่างๆให้รู้จักและเข้าใจ เมื่อเข้าใจ เด็กก็จะมองเห็นความหมายของสิ่งเหล่านั้น และมองเห็นคุณค่าเข้าใจแล้วเห็นคุณค่า ก็จะรักและช่วยธรรมชาติ หากคนไทยมาสนใจธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น ป่าไม้เป็นภาพองค์รวมเป็นภูมิพฤกษ์ มีไม้หลายชนิดอยู่ร่วมกัน ทั้งขนาด ชนิด รูปร่างอยู่อย่างสัมพันธ์กับดิน อากาศ ป่าไม้จะแตกต่างกันไป ป่าไม้มีความสำคัญ หรืออิทธิพลต่อสิ่งต่างๆ เช่น ป่าไม้ให้ความร่มรื่น ให้ฝนตกได้ ป่าไม้ป้องกันการทะลายของดิน ฯลฯ ถ้านักเรียนเข้าใจ นักเรียนหรือคนไทยก็จะไม่ไปทำลายป่าไม้ แม้แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้น เพราะว่าป่าไม้ลดลง เพราะว่ามีการทำลายป่า ถ้าเข้าใจ การทำลายป่าก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นระบบในเชิงภูมิศาสตร์ เพราะว่าสรรพสิ่งทั้งหลายเกี่ยวข้องกัน ไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว ต้องประกอบสัมพันธ์กัน ถ้ามีการทำลายสิ่งหนึ่งระบบจะเกิดการขาดตอน เกิดผลลบ ตามความเข้าใจชาติ คือการเกิด ธรรมะคือสมดุลย์ การเกิดสมดุลย์ เช่นภูเขาสูงจะสูงเด่น จะถูกกัดเซาะกับดิน ก็ถูกน้ำพัดพาไปทับถม ที่ต่ำจะถูกทับให้สูง ที่สูงจะถูกกัดเซาะให้ต่ำ เมื่อเท่ากันก็จะหยุดทำให้เกิดความสมดุลย์ ตราบใดที่ไม่เท่ากันความเคลื่อนไหวก็ยังมีอยู่การเกิดความสมดุลย์ พอดี เมื่อเกิดขึ้นสังคมจะไม่มีการอิจฉา ปัญหาไม่มี สังคมมีความยุติธรรม ธรรมชาติก็จะเป็นระบบ สอนให้เกิดการเรียนรู้ หากทำตัวให้อยู่กับธรรมชาติก็จะเกิดความพอดี ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนให้ประชาชนอยู่ในวิถีแห่งความพอเพียงก็คือสมดุลย์นั่นเอง ธรรมชาติสอนสมดุลย์ ทำไมมนุษย์ไม่เรียนรู้ ความพอเพียงกับสมดุลย์ไม่ต่างกัน มนุษย์หากอยู่ที่ใดควรมีความพอเพียงและสมดุลย์ คนไทยอยู่ในธรรมชาติที่สมดุลย์ ถือว่าโชคดี แต่ใช้ธรรมชาติมากขึ้น ทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ ภูมิอากาศแห้ง น้ำน้อย ทำให้ปัญหาทางเกษตรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นตัวอย่างของความไม่เข้าใจ สมดุลย์ การเรียนการสอนในระดับพื้นฐาน ประถม มัธยม อุดมศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญด้านนี้น้อย

     ในอดีตการเรียนการสอนจะปฎิบัติตามหนังสือ ครูผู้สอนจบการศึกษามาจากต่างประเทศ เอาตำรามาจากเมืองนอกมาสอนโดยตรง ไม่สอนตามสิ่งแวดล้อมของตนเอง ธรรมชาติตนเอง อาจเป็นวัฒนธรรมทางความคิดหรือการเรียนรู้ ทำให้คนไทยเข้าใจธรรมชาติน้อยลง มนุษย์ในสังคมมักจะไม่สนใจเรื่องไกลตัว ครูมักจะยกตัวอย่างข้างนอกไม่ยกตัวอย่างข้างใน เรื่องไกลตัวไม่สนใจเรื่องใกล้ตัว ซึ่งการกล่าวเช่นนี้อาจจะขัดแย้งกับเมื่อสักครู่ เรื่องไกลตัวคือเรื่องสิ่งแวดล้อมคือไม่สนใจ แต่ในที่นี้คือสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว เพราะว่าไม่เดือดร้อน เนื่องจากประเทศอุดมสมบูรณ์ แต่ท้ายสุดทุกสิ่งไม่สมดุลย์ขาดตกบกพร่อง เมื่อมีประชากรเพิ่มขึ้น คือถ่วงสมดุลย์ พอทุกอย่างไม่สมบูรณ์ก็จะขาดตกบกพร่อง ประชากรเพิ่ม เกิดการบริโภคเพิ่มมากขึ้น สมดุลย์น้อยลง ดังนั้นการเข้าใจธรรมชาติจึงจำเป็น เด็กไทยรุ่นหน้าควรเข้าใจธรรมชาติให้มากขึ้น หลักสูตรจึงควรปรับไปด้วย หลักสูตรปี 2544 มีอยู่จุดหนึ่งคือสร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับชุมชนที่นักเรียนเรียนอยู่ ซึ่งตัวนี้จะเป็นการชี้บอกให้โรงเรียน หรือแม้แต่ให้บุคลากร วิทยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด นั่นคือการชี้ให้เห็นว่าเราหันมาให้ความสนใจในตัวเองก่อน สนใจสิ่งใกล้ตัวก่อนไกลตัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 26613
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)