การเรียนรู้ต้องต้นเริ่มที่ฉันทะก่อน แล้ววิริยะจะมาเอง

 

 

วันนี้มีคุณครูท่านหนึ่งโทรศัพท์มาปรึกษาว่าจะสอนเด็กประถมอ่านเขียนอย่างไรให้ได้ผล จึงแนะไปว่า

 

  • ให้ครูถามถึงเรื่องที่เด็กชอบก่อน แล้วชวนกันพูดคุยถึงเรื่องนั้นกันให้สนุกไปเลย

 

  • เด็กเล็ก จะเริ่มจำคำในลักษณะเดียวกับภาพ และเขียนด้วยการเลียนแบบคำทั้งคำเหมือนกับการวาดภาพโดยไม่มีการสะกดคำ ฉะนั้นเด็กจะอ่านและเขียนได้แต่คำคุ้นตาที่เขารู้จักเท่านั้น

 

  • เด็กประถม จะเริ่มแยกแยะ และประสมคำได้แล้ว เมื่อคุยกันแล้ว ให้ครูชวนเด็กออกเสียงคำหลัก ที่เป็นหัวข้อการพูดคุยนั้น ให้ชัดถ้อยชัดคำ  เช่น ถ้าคุยกันเรื่องแมว ก็ถามว่า ถ้าจะเขียนคำว่าแมวเราจะเขียนอย่างไร ให้เด็กลองหาพยัญขนะตัวที่ออกเสียงอย่างนั้น โดยครูจะต้องออกเสียง ให้เด็กเห็นรูปปาก ช้าๆ ชัดๆ (เม้มปากให้สนิทแล้วพูดคำว่า แ-ม-ว )

 

  • เมื่อเด็กพบด้วยตนเองว่าถ้าจะเขียนคำนี้ต้องมีพยัญชนะ คือ ตัว ม.ม้า แล้วจึงชวนกันหาสระ โดยครูอาจถามเด็กว่า ถ้าจะให้เสียง   เมอะ = ม ออกเสียงว่า แม จะเอาสระตัวไหนมาช่วยดี เมื่อหาพบแล้วก็ค่อยค้นหาต่อว่า ถ้าจะให้คำว่า แม ออกเสียงว่า แมว (คราวนี้ครูออกเสียงโดยเน้นที่เสียง ว ซึ่งเป็นเสียงท้ายให้ชัดเจน) จะเอาตัวอักษรตัวไหนเข้ามาช่วยสะกด เป็นต้น  แล้วค่อยๆ ขยายไปเขียนคำอื่นๆ ที่ออกเสียงใกล้เคียงกัน แต่เปลี่ยนเสียงพยัญชนะ เปลี่ยนเสียงสะกด เช่น อ่านคำว่า แมว ได้แล้ว ลองเปลี่ยน ตัว ม เป็น ตัว จ เป็น แจว แล้วดูว่าอ่านได้ไหม เป็นต้น

 

 

  • ครูต้องสำรวจก่อนว่าเขาแทนค่าเสียงคำกับพยัญชนะได้ถูกต้องไหม  เขารู้เสียงสระไหม ประสมอักษรได้ไหม รู้เสียงสะกดไหม รู้เสียงวรรณยุกต์ไหม สถานภาพความรู้โดยรวมของเด็กว่าเป็นอย่างไร ต้องเข้าไปช่วยเสริมพื้นฐานความรู้ในเรื่องใดไหม เพื่อที่ครูจะได้ตามไปปรับความเข้าใจ

 

 

 

  • ที่สำคัญคือ ทำให้เขารู้ว่าเสียงคำที่เขาพูดทุกคำ ถ่ายทอดออกมาเป็นรูปตัวอักษรได้ และทำให้เขามั่นใจว่าเป็นเรื่องที่เขาก็สามารถทำได้ไม่ยาก

 

 

  • จากนั้นค่อยๆ ทำให้รูปอักษรที่เขียนขึ้นนั้นมีความหมาย และสัมพันธ์กับชีวิตของเขา ด้วยการสร้างเงื่อนไขให้ได้ฝึกฝนการเขียนที่ผู้เรียนจะทั้งสนุก และเห็นคุณประโยชน์ของการเขียนจริงๆ เช่น ถ้าอยากให้คนอื่นรู้เริ่องที่เราคุยกัน จะทำอย่างไร ลองเขียนไปรษณียบัตรสั้นๆ เล่าให้เพื่อนห้องอื่นฟังไหม

 

 

  • การเรียนรู้ต้องต้นเริ่มที่ฉันทะก่อน  แล้ววิริยะจะมาเอง ถ้าเริ่มต้นได้อย่างนี้ผู้เรียนจะเกิดพลังการเรียนรู้ และแตกความเข้าใจนี้ไปสู่เรื่องอื่นที่เขาอยากรู้ หรือกำลังเรียนอยู่ในชั้นเรียนได้เอง