หากย้อนหลังไปเมื่อซัก 10 ปี ผู้เพาะเห็ดอาจยังไม่คุ้นกับ เห็ดนางรมที่มีชื่อว่าฮังการีซักเท่าใด เพราะไม่ด่อยได้มีนักวิชาการโปรโมต เหมือนเห็ดนางฟ้าภูฐาน  แต่ด้วยข้อเสีย ข้อจำกัดของเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดตระกูลนางรม-นางฟ้า สายพันธุ์อื่นๆ ที่มักเฉพาะเจาะจงกับสภาพอากาศเกินไป เช่น บางพันธุ์ออกดอกดีในฤดูร้อน  ส่วนบางพันธุ์ชอบฝน  ในขณะที่บางพันธุ์ชอบหนาว ทำให้เกษตรกรต้องเดือดจัดหาเชื้อพันธุ์เห็ดมาเปลี่ยนเพาะ   บางทีไม่ทันเปลี่ยนพันธุ์เห็ดเกิดสภาพอากาสเปลี่ยนแปลงกระทันหัน เช่น ฝน เป็น หนาวจัดทันที ใน 1-2 วัน ก็ทำให้เห็ดที่เพาะไว้ เป็นหมื่นๆ ก้อนไม่ออกดอกเอาดื้อๆ  เกษตรกรหลายฟาร์มจึงแสวงหาพันธุ์เห็ดที่สามารถเพาะได้ตลอดทั้งปี และเห็ดนางรมฮังการีก็เป็นเห็ดพันธุ์ดีที่เกษตรกรบอกต่อ ด้วยคุณสมบัติที่ดีหลายประการ ได้แก่

       1.ทนหนาว (มีสายพันธุ์เดิมมาจากประเทสฮังการีซึ่งเป็นเมืองหนาว) ในขณะที่เห็ดชนิดอื่นๆพักตัว แต่เห็ดฮังการีก็สามารถออกดอกได้ดี และมีสีสวยที่สุดในฤดูนี้ คือมีสีออกน้ำเงิน (จริงๆ)

       2.ในฤดูร้อนในขณะที่เห็ดอื่นๆ มีปัญหาเรื่องใบเห็ดม้วนงอ อันเนื่องมาจากการรบกวนของแมลงหวี่ แต่ดอกเห็ดฮังการรี่ก็ยังให้ดอกสวย เพราะใบดอกเล็กจึงไม่หงิกงอ ใบดอกไม่แห้ง และมีนำหนักดีกว่าดอกเห็ดอื่นๆ

       3.ในฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่เห็ดอื่นๆออกดอกได้ดี ฮังการีก็ยังออกดอกได้ดี พวงใหญ่เป็นพิเศษ สีขาวบริสุทธิ์ เพียงแต่ต้องลดการรดนำไม่ให้ดอกชื้นเกินไปเพราะเน่าง่าย

       4.ลักษณะที่ดีของพวงดอกเห็ดฮังการรีที่ใหญ่ หนึ่งพวงมีมากกว่า 20-30 ดอก ดอกเห็ดแน่น รสชาดหวานเหมือนกินยอดผัก กรอบ  นำหนักดี เริ่มเป็นที่นิยมของผู้บริโภคมากขึ้น เก็บในตู้เย็นได้นานเช่นเดียวกับเห็ดนางฟ้า ทนต่อการขนส่งเพราะเหนียว ไม่ช้ำง่าย(เมื่อช้ำใบดอกจะไม่เปลี่ยนเป็นสีนำตาล)

        5.เส้นใยเจริญเติบโตไว้ เพียง 25-30 วัน ในก้อนเชื้อเห็ด และพักรอเส้นใยรัดตัว เพียง 5-6 วัน ก็สามารถเปิดดอกได้

        หากเกษตรกรมือใหม่ ที่ริเริ่มทำฟาร์มเพาะเห็ด หรือแม้แต่เกษตรกรที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการเพาะเห็ดตระกูลนางฟ้า-นางรม ขอแนะนำให้เริ่มต้นที่เห็ดนางรมสายพันธุ์ ฮังการีนี้ดีที่สุด

ดอกเห็ดนางรม ฮังการีในโรงเรือนเกษตรกร ออกดอกช่วงเดือน  เมษายน (ในขณะที่ดอกเห็ดชนิดอื่นพักตัว)

ดอกเห็ดอังการีในฤดูหนาว ออกสีเข้ม ประกายน้ำเงิน