เราเดินกลับเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง เดินไม่หยุด โดยที่บ่าผมมีเนื้อหมูป่าหกกิโลกรัม ปืนแก๊ปและห่อสัมภาระ จนเข้าไต้เข้าไฟพวกเราจึงมาถึงบ้านคำบาก

        ทุกคนมารวมกันตรงที่ผมยิงหมูป่าได้ ทิดมีเดินไปจับพลิกดูหมูป่าที่นอนแน่นิ่ง

        "อือ...ครูใช้ลูกโดดสองลูกใช่ไหม" ทิดมีถามผม

        "ใช่ครับ...โตขนาดเม็ดถั่วลิสงสองเม็ด" ผมตอบ

        "เม็ดหนึ่งโดนก้านคอแล้วทะลุคออีกด้าน แต่อีกเม็ดนี่เด็ดขาด เข้าคอข้างซ้ายไปตุงสะโพกขวาเลย ตายเพราะเม็ดนี้แหละ เฉียบขาดมาก" ทิดมีชมผม

        "เอ๊ะ...ทิดมีดูสะโพกข้างซ้ายซิ คล้ายมีเลือดออก" อัญญาสอนพูดขึ้นด้วยความสงสัย

        "เออ..ใช่จริงๆ ลูกปืนผมนี่ ผมนึกว่ายิงไม่ถูกมันซะอีก" ทิดมีพูดและยิ้มออกมาได้

        หมูตัวนั้นเป็นตัวเดียวกันกับตัวที่ทิดมียิงไม่ตายวิ่งหนีมา จนสุดท้ายถึงฆาตด้วยกระสุนปืนของผม

        พอดีชาวบ้านตัดกิ่งไม้ที่มีใบหนาเป็นพุ่มมาถึง แกปูลงที่พื้น ทิดมีกับอัญญาสอนช่วยกันยกหมูป่าวางลงบนกิ่งไม้ 

        ทิดมี อัญญาสอนกับชาวบ้านคนหนึ่งช่วยกันชำแหละหมูป่าตัวใหญ่ พ่อเหรียญกับชาวบ้านอีกคนชำแหละหมูป่าตัวเล็ก ส่วนผมทำไม่เป็นได้แต่นั่งเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ดูพวกเขาทำงาน

        "ครู...แก้หิวก่อนสักคำไหม" อัญญาสอนถามผม มือซ้ายของเขาถือชิ้นเนื้อหมูดิบขนาดพอดีคำ ยื่นให้ผม ผมมองดูชิ้นเนื้อนั้นอย่างชั่งใจ แล้วตัดสินใจหยิบชิ้นเนื้อหมูดิบจากมือแก

        "อร่อยนะ...รู้สึกไหม เนื้อยังเต้นอยู่เลย" อัญญาสอนพูดต่อ ผมสะดุ้งเล็กน้อย นิ้วมือที่หยิบก้อนเนื้อมีความรู้สึกว่าเนื้อหมูกระตุกเป็นจังหวะเบาๆ สักพักก็นิ่ง

        ผมตัดสินใจเอาเข้าปากเคี้ยว แปลก..ผมคิดว่ามันคงเหนียว แต่ไม่เลย เนื้อนุ่ม หวาน อร่อยเหมือนที่อัญญาสอนพูดจริงๆ

        บ่ายวันนั้นผมได้กินลาบหมูป่าดิบแบบป่าแท้ๆ นั่นคือ ไม่มีไฟ เนื้อหมูหั่นเป็นแผ่นเล็กๆ ปรุงรสด้วยเกลือและพริกป่นแค่นั้นเอง นับเป็นการกินเนื้อหมูดิบครั้งแรกของผม กับข้าวเหนียวแห้งที่อร่อยมาก

        หลังจากอิ่มอัญญาสอนกับชาวบ้านสองคนได้ช่วยกันแบ่งเนื้อหมู ทิดมีคนยิงคนแรกได้เนื้อสันนอกข้างหนึ่งเป็นพิเศษ ผมยิงซ้ำได้เนื้อสันในอันหนึ่งซึ่งเล็กกว่าเนื้อสันนอก เนื้อหมูที่เหลือแบ่งเท่าๆ กัน 

        ผมมองกองเนื้อหมูส่วนของผม ก็หนักใจ ผมจะนำกลับอย่างไร คะเนน้ำหนักไม่น้อยกว่าหกกิโลกรัม ขณะที่คิดอยู่นั้นอัญญาสอนก็ช่วยผม แกเอาเถาวัลย์มาร้อยเนื้อแยกเป็นสองพวง หาท่อนไม้มาทำเป็นไม้คาน

        เราเริ่มเดินกลับเมื่อเวลาประมาณบ่ายสามโมง เดินไม่หยุด โดยที่บนบ่าผมมีเนื้อหมูป่าหกกิโลกรัม ปืนแก๊ป และห่อสัมภาระ จนเข้าไต้เข้าไฟพวกเราจึงถึงบ้านคำบาก

        ผมเหนื่อยมาก คิดว่าอาบน้ำแล้วจะนอนเลย แต่พอผมลงไปอาบน้ำที่ตุ่มข้างบ้าน เสร็จแล้วขึ้นบ้านเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกมาจากห้องก็พอดีหลินยกสำรับข้าวเย็นวางลงกลางห้อง เป็นเนื้อหมูป่าย่าง กลิ่นหอม ผมรีบเข้าไปร่วมวง การกินข้าวเย็นของผมครั้งนั้น อร่อยมากที่สุด มากกว่าครั้งใด ๆ ในบ้านคำบากที่ผ่านมา เพราะเนื้อหมูป่าย่างหวาน ไม่มัน ไม่เหนียวแต่นุ่ม และที่สำคัญกลิ่นหอม หอมจริงๆ

อ่านต่อ ตอน 29. ศึกษานอกสถานที่....ไปกินเห็ดระโงก