กายจากลาลับไกล สู่เถ้า ใจจักเฝ้าผู้ดำรง ห่วงหา แม้นจากจรไกลเจ้า สู่โลก วิญญา สถิตคู่จิตนั้นหนา สัมพันธ์ทรงจำ

 

 

ไว้อาลัย.......แด่ “พี่ชาย” และ “น้าชาย”

เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเสียใจมากกลับการจากไปของ “นายประสิทธิ์  ไกรพจน์”  พี่ชายเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระ  เป็นเวลา ๒๔  วัน   ด้วยเส้นเลือดตีบในสมอง  หมอและพยาบาลที่โรงพยาบาลน่ารักทุกคน เอาใจใส่ดูแลพี่ชายเป็นอย่างดี  แม่ไปเฝ้าพี่ชายทุกวันทุกคนเริ่มมีความหวังว่าพี่ชายคงหายดี   หมอบอกถ้าหายก็คงไม่เป็นปกติเหมือนเดิม  เพราะเส้นเลือดตีบตรงจุดสำคัญอยู่ช่วงก้านสมอง  ทุกคนมีความหวังแต่ก็ไม่เป็นไรขอให้หายดีก็แล้วกัน 

สิ่งที่ทุกคนกลัวก็เกิดขึ้น หมอบอกแม่และป้าที่คอยดูแลพี่ชายที่โรงพยาบาล พี่ชายมีโรคแทรกซ้อน เป็นเบาหวาน และติดเชื้อที่กระเพาะ  หมอให้ยาฆ่าเชื้ออยู่หลายวัน น้ำตาลในเส้นเลือดเริ่มเป็นปกติ การติดเชื้อที่กระเพาะไม่มีแล้ว  แต่ผลการตรวจของหมอพบว่าพี่ชายติดเชื้อที่ปอดอีก  หมอให้ยาฆ่าเชื้ออยู่หลายวันมาก พี่ชายกลับดื้อยาหมอเปลี่ยนตัวยาอย่างดีให้ใหม่  แต่อาการพี่ชายเริ่มไม่ดี ร่างกายไม่ตอบสนองหลังจากที่หมอนำตัวไปเจาะคอ ตามมือ ขา แขน  เท้า เริ่มบวกเห็นได้ชัด  หมอบอกให้ญาติทำใจและความดันเริ่มลดลง 

ในวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๕๐ น.  พี่ชายจากไปอย่าสงบ    เป็นครั้งแรกที่เราเห็นน้ำตาพ่อ แม่   ทุกคนเสียใจตัวเราเองก็เสียใจมาก เช้าของวันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒  แม่ต่อว่าเรา เรารับปากแม่ว่าจะไปดูแลพี่ชายให้ แม่จะไปช่วงบ่าย  แต่เราขอเข้าที่ทำงานก่อนแล้วประมาณ ๑๐ โมง จะไปโรงพยาบาลเอง แต่เรากลับไม่ได้ไปดูแลพี่ชาย วันนั้นฝนตกหนักและมีงานที่ต้องรีบทำ เรากะว่าประมาณ ๑๑ โมงค่อยไป แต่แล้วพ่อโทรมาหาบอกว่า พี่ชายเสียแล้ว  เราวางมือจากงานทุกอย่างรีบไปที่โรงพยาบาลทันที่   แม่ พ่อ น้า ภรรยาพี่ชาย อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ทุกคนร้องไห้  แม่ให้เราเข้าไปหาพี่ชายและให้บอกว่าไม่ต้องกังวลหรือห่วงอะไรหลับให้สบาย เราจะดูแลพ่อ แม่เอง  พยาบาลเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พี่ชายเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่บอกกับเราว่าไม่มีใครได้ทันดูใจพี่ชายเลย ทางหมอและพยาบาลบอกไม่ทันพี่ชายหัวใจหยุดเต้นแล้ว

เรารอหมอออกใบรับรอง ทางโรงพยาบาลนำศพที่ชายลงไปเก็บไว้ห้องนิรมัย  ส่วนภรรยาพี่ชายไปติดต่อเรื่องวัดที่จะนำศพไป  เราไปเดินเรื่องที่จำนำศพพี่ชายออก แต่ไม่ทันต้องรอวันพรุ่งนี้ ทางโรงพยาบาลนัดมารับศพวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒  เวลา ๐๙.๐๐ น.

วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๒   เรานำเอกสารของเราและของพี่ชายไปยืนกลับเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาล เพื่อรับศพพี่ชายไปบำเพ็ญกุศล ณ วัดน้อยนพคุณ  เขตดุสิต  กรุงเทพฯ  และรดน้ำศพ เวลา ๑๖.๐๐ น. และสวดอภิธรรม ๓ คืน 

วันเสาร์ที่ ๒๓  พฤษภาคม  ๒๕๕๒   ซึ่งเป็นวันเผาพี่ชาย   มีการทำบุญเลี้ยงพระ  ญาติ  พี่น้อง  เพื่อนพี่ชาย และเพื่อนร่วมงานของเรามาร่วมในงาน  พ่อ แม่ ร้องไห้  พ่อ แม่ ยังทำใจไม่ได้กลับการจากไปของพี่ชาย เพราะครอบครัวเรามีพี่ชายคนเดียว   เวลา ๑๔.๐๐ น  ทำการเผาศพพี่ชายสายฝนเทลงมาตลอด บรรยากาศในงานทุกคนเศร้าโศก  มีแต่รอยน้ำตาเราเองเป็นคนสุดท้ายที่ไปวางดอกไม้จันทน์ และรอส่งพี่ชายเข้าเตาเผาความรู้สึกของเราบอกไม่ถูกมันวางเปล่า  คิดในใจต่อแต่นี้ไปเราไม่มีพี่ชายอยู่เคียงข้างอีกแล้ว หลับให้สบายไม่ต้องห่วงทางนี้เราจะดูแลพ่อ แม่ให้ดีที่สุด 

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม  ๒๕๕๒  เวลา ๐๙.๐๐ น.  ป้า ภรรยาพี่ชาย และเราไปที่วัดเพื่อเก็บกระดูกและทำบุญกระดูก  พ่อ แม่ไม่ได้มาเก็บกระดูกเราไม่ให้มา เรากลัวพ่อ แม่ทำใจไม่ได้ พ่อเป็นโรคหัวใจอยู่ด้วย  เราทำหน้าที่ทุกอย่างแทนพ่อ แม่  หลังจากนั้นเราและญาติไปลอยอังคารที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนำกระดูกบางส่วนเก็บบรรจุไว้ในโถเบญจณรงค์ไว้ ณ วัดสบสวรรค บางปะหัน  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

เช้าวันนั้นเราได้รับโทรศัพท์บางปะอิน น้าชายประสบอุติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา  หลังจากเสร็จงานพี่ชายแล้วเรารีบเดินทางไปเยี่ยมน้าชายที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถชนในคืนวันเสาร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒  เวลา ๒๓.๐๐ น  เรากับป้าแถบจำน้าชายไม่ได้เลย  ตามตัวไม่มีรอยบาดแผลนอกจากที่หัว หมอบอกว่าเลือกคลั่งในสมอง สมองบวมมากมีเลือกซึมตลอด หมอให้ญาติทำใจ และในที่สุดน้าชายก็เสียชีวิตลง  ญาติพี่น้องทุกคนทำใจกันไม่ได้เพิ่งจะเสียพี่ชายไปคนหนึ่งแล้วต้องมาเสียน้าชายไปอีก 

ขอไว้อาลัยทั้ง ๒ คนด้วยบทกลอนที่ตั้งใจขึ้นจากความรู้สึกลึกๆ  ในใจ

          จากแล้วหนอ.....จากไกล  ไปสุดฟ้า

          ลาแล้วหนา.......คนเคยใกล้  ให้โศกศัลย์

          จากกันแล้ว.......คราวนี้  ไม่มีวัน

          ไม่เจอหน้า  ทุกชั่ววัน  เพราะชีพวาย

                             ดั่งหัวใจ    แตกสลาย    เมื่อต้องจาก

                             ดั่งพลัดพราก  จากดวงจิต  มิตรสหาย

                             ไม่มีแล้ว   ดั่งวันวาน   ตลอดไป

                             ปวดดวงใจ  ร้าวดวงจิต  ตราบอาจิณ

          วิงวอนให้   สรวงสวรรค์   บนชั้นฟ้า

          เปิดรับอ้า  วิญญาณให้  ได้วิถี

          สุคติ  สัมปริญภพ  โอบกอดที

          ชีวิตที่  มลายไป  ให้เหลียวแล

                             คุณงาม   ความดี  ที่ฝากไว้

                             จะสถิตย์    ที่หัวใจ   ไม่เลือนหาย

                             จากคราวนี้  จากไกล  ทั้งร่างกาย

                             ยังอาวรณ์   ยังอาลัย  ให้ไปดี

                                                   จากน้องสาว “ปุย”  ขอฝากกลอนอาลัยแด่......พี่ชาย และ น้าชาย