จาก...ข่าว

อนาถคนใจร้ายทิ้งทารกสุดน่ารักเผชิญชะตากรรม

สู่...สื่อ CAI

 

 

สวัสดีค่ะ..กัลยาณมิตรและเพื่อนครูที่รักทุกท่าน

กับวันนี้..วันสบายๆ วันฟ้ามืด สายฝนพรำ  

ขออนุญาตนำเสนอประสบการณ์การสร้างสื่อ CAI ของตัวเองค่ะ..นานหลายปีมาแล้ว

ความมุ่งหวัง คือ อาจเป็นตัวอย่าง  แนวทาง และ ข้อคิด สำหรับผู้สนใจในการสร้างสื่อ CAI ได้บ้าง

ซึ่งเป็นสื่อการเรียนรู้ประเภทหนึ่งที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ด้านเทคโนโลยีของเด็กๆได้

ประการสำคัญ คือ สำหรับน้องครูไทยคนหนึ่งที่มุ่งมั่นและตั้งใจไถ่ถามมาค่ะ 

 

เล่า..จากประสบการณ์ของตนเอง  เป็นต้นฉบับในการเริ่มทดลองใช้ 

เล่า..เพื่อแบ่งปันแนวทางการสร้างสื่อสำหรับผู้ที่สนใจ

เล่า..ให้ข้อมูลเป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อ CAI ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (แก้ไขจุดบกพร่อง)

 

 

(๑)                    จุดเริ่มต้น 

๑.พบข่าวสะเทือนใจ การทิ้งทารกน้อยน่ารักน่าเอ็นดูบนสะพาน จากข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

๒.สนใจเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาของสังคมที่ปรากฏค่อนข้างเยอะ  อยากจะนำมาสอนนักเรียนที่ย่างสู่วัยรุ่น

๓.คิดจะเอาเนื้อหาของข่าวมาสอนเด็ก โดยผ่านสื่อประเภทที่น่าสนใจ และสอนได้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล  

๔.ตัดสินใจเลือก สื่อ CAI(Computer Assisted Instruction)หรือเรียก “บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน” เพราะเด็กสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง (Self Learning)

๕.ด้วยเหตุผล  ๓ ประการ คือ 

        หนึ่ง..สื่อ CAI น่าสนใจ  ดิ้นได้  เร้าใจเด็ก  โต้ตอบมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้  มีเสียง มีภาพ

        สอง..สื่อ CAI ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ คนเก่งเรียนเร็ว คนอ่อนค่อยๆเรียนรู้

        สาม..ผู้เรียนประเมินตนเองก่อนเรียน-หลังเรียนได้ ย้อนกลับทันที  รวดเร็ว

. จึงตั้งชื่อบทเรียนนี้ว่า ข้อคิดจากข่าว  กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียน ชั้น ป.๕

 

กรอบนี้เป็นกรอบนำเข้าสู่บทเรียน

สวยมากค่ะ..เป็นภาพเลื่อนขึ้นข้างบน

ตัวหนังสือเลื่อนลง  มีเพลงบรรเลงล้านนาประกอบ

เพลงปราสาทไหว

กรอบที่ ๓ พยัญชนะแต่ละตัวจะค่อยๆเคลื่อนเข้ามาจากทุกทิศทาง

กรอบที่ ๔  ผู้เรียนจะต้องพิมพ์ชื่อตัวเองก่อนเรียน

ผู้เขียน ตั้งใจให้เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นตัวเดินเรื่อง

จึงวาดเธอขึ้นมา เป็นตัวเดียวในโลก

(จริงๆค่ะ..เพราะเกรงจะไปละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น)

เธอดิ้นได้นะคะ..ทุกอิริยาบท  แต่ไม่ค่อยสวย อิอิ..

กรอบที่ ๕  หน้าเมนูหลัก  เป็นหน้าหัวใจของสื่อ CAI ค่ะ

ความภาคภูมิใจของหน้านี้  คือ

มีลูกเล่นเยอะมาก  เมื่อใช้เม้าท์ลากไปณ บริเวณใดที่มีดอกไม้สีชมพูกระพริบ

ก็จะปรากฏคำอธิบาย ตรงดอกนั้นๆ ว่ากล่าวถึงรายละเอียดเรื่องใด

มีเพลงรำวงวันลอยกระทงคลอเบาๆ

กรอบที่ ๖ เมื่อเด็กคลิกจุดประสงค์การเรียนรู้ในหน้าเมนูหลัก

ก็จะปรากฏกรอบนี้ค่ะ

กรอบที่ ๘-๒๖ เป็นการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ๒๐ ข้อ ค่ะ

หลังจากทำแบบทดสอบแล้ว เด็กก็สามารถเฉลยเอง พิจารณาตนเองว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่

..ดูตัวอย่างเฉพาะข้อ ๑ นะคะ..

ทุกข้อฝึกการคิดวิเคราะห์ทั้งหมดค่ะ

เริ่มตั้งแต่ การสังเกต   การเปรียบเทียบ  การจัดกลุ่ม  การตีความ  การแปลความ

การสรุปความ  การแยกข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น  การเชื่อมโยงสู่ชีวิตจริงของผู้เรียน

..ต่อไปเริ่มเข้าสู่เนื้อหา..

(๒)                    ลำดับขั้นตอนการสร้างสื่อ CAI     เรื่อง ..ข้อคิดจากข่าว..

๑.     กำหนดจุดประสงค์หลัก คือ   ให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์การอ่านข่าว  เพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง

๒.    ศึกษาตัวชี้วัดของ “การคิดวิเคราะห์” ว่ามีอะไรบ้าง  เพื่อการนำมากำหนดบทเรียนและแบบทดสอบ

๓.    ออกแบบสื่อ CAI  ตาม องค์ประกอบที่ควรจะมี  ได้แก่

หนึ่ง..บทนำเรื่อง (Title) กำหนดคำชี้แจงบทเรียน (Instruction)  จุดประสงค์การเรียนรู้ (Objective) ครบ ๓ ด้าน K A P  หลังจากเรียนโดยใช้สื่อนี้แล้ว

สอง..แบ่งเนื้อหาที่จะให้เด็กเรียนรู้(Information) ออกเป็นกรอบ ( frame) เรียงลำดับจากง่ายไปหายาก   ณ ที่นี้ ใช้เนื้อข่าวโดยละเอียด จากหนังสือพิมพ์  แบ่งออกเป็น ๑๕ กรอบ    ประกอบด้วยกรอบเนื้อหาข้อความข่าว ๑๐ กรอบ   กรอบแบบฝึกหัด  ๑๓  กรอบ(บางเนื้อหามี ๒ แบบฝึก)   

สาม..จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน(Pre-Post test)เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ รวม ๔๐ ข้อ

           

              ..กรอบสรุปบทเรียนกล่าวถึงผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำครั้งนี้..

 

ห้า..ออกแบบหน้าเมนูหลัก (Main Menu) ที่ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง  วันเวลาที่เด็กแต่ละคนเข้าไปใช้สื่อรายละเอียดของสื่อ  โดยนำเสนอเป็นภาพเคลื่อนไหวเล็กๆ คลิกลิงค์ต่อไปได้ในแต่ละหัวข้อ   ได้แก่ (๑) จุดประสงค์การเรียนรู้ (๒) แบบทดสอบก่อนเรียน  (๓) เนื้อหา-การทำแบบฝึกหัด   (๔) การทดทดสอบหลังเรียน   

หก..ออกแบบไอคอน ในการลิงค์ข้อมูล  เช่น ออกจากระบบ-เข้าสู่ระบบ-กลับสู่หน้าหลัก-หน้าถัดไป-ย้อนกลับหน้าเดิม-เฉลย ฯลฯ

 ๔.ออกแบบแต่ละหน้า แต่ละเฟรม ให้น่าอ่าน สีสันของภาพ ควรใช้สีเย็นตา เพราะเด็กต้องใช้เวลาในการอ่านและเรียนรู้นาน   ความพอเหมาะของเนื้อหา ไม่แน่นจนเกินไป   ภาพประกอบขนาดสวยงาม พอดี ขนาดอักษรพอเหมาะกับวัยของเด็กในแต่ละเฟรม  ประเด็นหลัก-ประเด็นรอง

  

ในการสร้างสื่อผู้เขียนได้ใช้โปรแกรม flash ๕  ณ เวลานั้น (เดี๋ยวนี้สามารถใช้ได้หลายโปรแกรมค่ะ เช่น Flash Professional 8 , SWiSH max, Namo Free Motion 2008, Captivate2 ,Captivate 4 เป็นต้น)

        

ของฝากเพื่อนๆ ค่ะ ..

การออกแบบหน้าจอของบทเรียน
    สื่อ CAI  เป็นการนำเสนอผ่านคอมพิวเตอร์   ดังนั้นการออกแบบหน้าจอจึงเป็นสิ่งสำคัญด้วย เพื่อดึงดูดความสนใจและช่วยให้จัดรูปแบบการนำเสนอที่สมดุลกันขององค์ประกอบต่างๆ บนจอภาพ เพราะถ้าเนื้อหาถึงจะดีเพียงใดก็ตาม หากหน้าจอไม่ดี หรือไม่ดึงดูด ก็ส่งผลต่อการใช้โปรแกรมได้ คุณค่าของสื่อก็จะลดลงด้วย โดยองค์ประกอบเกี่ยวกับการออกแบบหน้าจอได้แก่  

การใช้สีเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนั่งดู และศึกษาบทเรียนได้ดี ควรใช้สีในโทนเย็น หรืออาจจะพิจารณาองค์ประกอบร่วมกัน คือ สีของพื้น (Background) ควรเป็นสีขาว, สีเทาอ่อน ในขณะที่สีข้อความควรเป็นสีในโทนเย็น เช่น สีน้ำเงินเข้ม, สีเขียวเข้ม หรือสีที่ตัดกับสีพื้น จะมีการใช้สีโทนร้อนกับข้อความที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษเท่านั้น และไม่ควรใช้สีเกิน 4 สีกับเนื้อหาข้อความไม่ควรสลับสีไปมาในแต่ละเฟรม

รูปแบบของการจัดหน้าจอ   รูปแบบของการจัดหน้าจอ ที่สมดุลกันระหว่างเมนู  รายการเลือก เนื้อหา ภาพประกอบจะช่วยให้ผู้ใช้สนใจเนื้อหาได้มาก โดยมากมักจะแบ่งจอภาพเป็นส่วนๆ ได้แก่ ส่วนหัวเรื่อง
ส่วนเนื้อหา   ส่วนภาพประกอบ    ส่วนควบคุมบทเรียน    ส่วนตรวจสอบเนื้อหา  ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น นาฬิกาแสดงเวลา   หมายเลขเฟรมลำดับเนื้อหา  คะแนน ฯลฯ

 

 

ประโยชน์ของสื่อ CAI ต่อการเรียนรู้ของเด็ก

๑.สร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้

๒.ดึงดูดความสนใจ  ด้วยเทคนิคภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว แสง สี เสียง สวยงามและเหมือนจริง

๓.ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และเข้าใจเนื้อหาได้เร็ว ด้วยวิธีที่ง่ายๆ

๔.ผู้เรียนมีการโต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน มีโอกาสเลือกและตัดสินใจ  ได้รับการเสริมแรงจากการได้รับข้อมูลย้อนกลับทันที

๕.ช่วยให้ผู้เรียนมีความคงทนในการเรียนรู้สูง เพราะได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง เรียนรู้จากขั้นตอนง่ายไปหายากตามลำดับ

๖.ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความสนใจและความสามารถของตนเอง บทเรียนมีความยืดหยุ่น สามารถเรียนซ้ำได้ตามที่ต้องการ

๗.ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ควบคุมการเรียนด้วยตนเอง มีการฝึกคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี

๘.สร้างความพึงพอใจแก่ผู้เรียน เกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียน

๙.ครูมีเวลามากขึ้นที่จะช่วยเหลือผู้เรียนในการเสริมความรู้ หรือช่วยผู้เรียนคนอื่นที่เรียนอ่อนก่อน

๑๑.ประหยัดเวลาและงบประมาณในการจัดการเรียนรู้ โดยลดความจำเป็นที่จะต้องใช้ครูที่มีประสบการณ์สูง หรือเครื่องมือราคาแพง เครื่องมืออันตราย

 

ข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือสื่อCAI

๑.การพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์

๒.ต้องอาศัยความคิดจากผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ จำนวนมากในการระดมความคิด

๓.ใช้เวลาในการพัฒนานาน

๔.การออกแบบสื่อ กระทำได้ยาก และซับซ้อน

 

ข้อควรแก้ไข สื่อ CAI เรื่อง ข้อคิดจากข่าว กรอบที่ ๕ หน้าเมนูหลัก **  คือ

๑)มีเวลาในการเริ่มเรียนแล้ว-ควรมีเวลาออกหลังจากใช้สื่อแล้วด้วย

๒)ควรปรับแก้ไขให้ข้อความที่อธิบายดอกไม้แต่ละดอกขึ้นมาอยู่บนหน้าจอ (ให้ยกเลิกการลิงค์)

๓)ควรใส่หมายเลขกำกับหน้าข้อ เรียงตามลำดับด้วย เพื่อเด็กจะได้เรียนรู้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน

 

ในภาพรวมของสื่อ ยังคงมีต้องแก้ไขอีก ๒ ประเด็น ได้แก่

๑) กลุ่มเป้าหมายควรปรับเปลี่ยนเป็นระดับมัธยมศึกษา  เพราะเนื้อหาจะให้ข้อคิดต่อเด็กกลุ่มนี้ได้มาก

๒) แบบฝึกหัดที่ให้เด็กทำแบบอัตนัย  เด็กต้องเขียนในกระดาษนอกเครื่องคอมพิวเตอร์ หากสามารถให้เด็กทำในเครื่องคอมที่หน้าจอได้จะดีมาก   แต่คำเฉลย ครูต้องจัดเตรียมไว้หลายประเด็น และจัดทำเป็นระดับคุณภาพ(Rubric) เพื่อให้เด็กได้ประเมินตนเองด้วย

 

หมายเหตุ..ข่าวที่นำมาจัดทำสื่อชิ้นนี้ เป็นข่าวการนำเด็กมาทิ้งไว้จริง เป็นข่าวที่ปรากฏอยู่หน้าหนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน เนื่องด้วยความน่ารักของเด็ก   มีผู้คนขอรับเป็นบุตรบุญธรรมหลายราย  แต่ท้ายที่สุดพ่อแม่ก็มาขอรับคืน  เนื่องจากสาเหตุทะเลาะกัน  

                             ผู้เขียนได้เผยแพร่แก่คุณครูที่สนใจไปจำนวนมากพอควรแล้ว

 

 

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่สนใจค่ะ