ตอนที่ 1 เตรียมงาน เตรียมความพร้อม

ค่ายกลุ่มเสี่ยงมาแล้วค่า.... ..งมกันมาสัก 2 เดือนเห็นจะได้.....ท้าทายคะ...  ก็เพราะอยากทำให้ได้ดี   และมีคำถามในใจเสมอ รูปแบบอย่างไร ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม.....การจัดกิจกรรมไม่ใช่ของโหลๆ นะคะ   ต้องคิด ต้องวิเคราะห์   ต้องวางแผน เพื่อให้ออกมาคุ้มค่า คุ้มทุน สัมฤทธิ์ผล และสุขใจ ทั้งผู้จัด และ ผู้เข้าร่วมประชุม  เหมือนการแต่งตัวเลยคะ เสื้อผ้า หน้า ผม   ต้อง OK    โครงการนี้ก็เช่นกัน........ถ้าทุกองค์ประกอบ OK  ก็น่านะ   น่าจะดูดี......   

......เมื่อได้การบ้านมา  มือใหม่ ก็ต้อง ทั้งพลิกตำรา  แสวงหาความรู้  รูปแบบกิจกรรม อะไรๆที่ว่าดีๆ ที่ใครๆเคยทำมา  จะจับมาทำอย่างไรให้ลงตัว.... ลงทุนไปนั่งขึ้นอืด ฟังอาจารย์ ดนัย ที่มาอบรม advocacy 2 วัน ..ที่ฟังแล้ว ปิ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ เออ...ดี..ดีจัง จินตภาพทางบวกเริ่มมา แต่มาแบบสับสน  เอาไงดีนะตู   หลังจากนั้น ไป ตีลังกา หัด ทำงานโดยใช้ OM ก็ดีนะ ที่มีเพื่อนชื่อ KM มาก่อนมา  เลยไม่กลัวที่จะ บอกว่าไม่เก่ง  ไม่รู้จริง แต่อยากทำ  และเชื่อว่า การใช้แผนที่นำทาง จะนำเราสู่ผลลัพธ์ที่หวังและฝันไว้   และก็ไปแทรกตัวในกิจกรรม การวาดภาพ จินตภาพทางบวก” ของอาจารย์หมอหนู   

(รูปกิจกรรมในค่ายเบาหวานเด็ก)

  พอลงไปนั่งวาดรูปเอง  เออ....ดีๆ  ปิ๊ง ๆๆ อีกหละ  ........แต๋น..แตน.....แต้น... และก็มาสู่ โครงการ ลดเสี่ยง เลี่ยงโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ที่   ชื่อก็ดูงั้นๆนะคะ เพราะ ไม่บรรลุ ในการหาชื่อ nick name ของโครงการ ที่เป็น key massage ได้    

การจัดกิจกรรมลดเสี่ยง ในพี่ป้าน้าอา ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร อยู่ระหว่าง 100-125 mg%( pre-diabetic) และประชาชนที่มีระดับความดันโลหิต130/80-140/90 mmHg ( pre-hypertension) การวางแผนการทำงานมีหลายขั้นตอนแต่มุ่งหวังที่จะให้เกิดโครงการที่ดีและเหมาะสม และเกิดผลที่ดี

เริ่มจาก

·       การวางแผนการคัดกรอง (อ่านเพิ่มในพลังชุมชนคัดกรองเบาหวานความดันนะค่ะ)

(ข้อมูลกลุ่มเสี่ยง แบบแน่น ปึ๊ก)

·       การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ และให้ชุมชนทราบสภาพปัญหา ของชุมชนและปัญหาที่เกิดเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

·       การหาพื้นที่เสี่ยง และการวางแผนการหาบุคคลเป้าหมาย 300 คน จาก 14,279 คน

·       การทำโครงการ โดยใช้แผนที่ผลลัพธ์  ก็ลองๆดู แต่การหัดใช้ทำให้เรามองงานรอบด้าน   นำสู่การออกแบบกิจกรรม  แบบมีแนวร่วม หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีบทบาท เกิดการมีส่วนร่วม และเหมือนทำให้ โครงการนี้มีพลัง พลังที่ว่า เป็นทั้งพลังที่ช่วยขับเคลื่อนงาน ให้บรรลุผลลัพธ์ที่เราต่างคนต่างรวมกันทำ     จากโครงการเล็กๆ  ที่อ้อหวังว่า อาจจะคือจุดเริ่มในการเปลี่ยนแปลง สู่สิ่งใหญ่ๆ ได้ มีความเป็นไปได้  ผ่านกิจกรรมรุ่นที่ 1 ในครั้งนี้สมาชิกกว่า 150 คน ต่างมี  expect to see  ที่ เริ่มสนใจ ฉุกใจคิด  ในการลดเสี่ยง จากที่เหล้าเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต อ้วน กินไม่ยั้ง  ต่างคนต่างบอกว่า ชั้นจะทำให้ได้ และเกิดเป็นเป็นหัวข้อที่พูดคุยกันกลุ่ม  like to see  กลับจากกิจกรรมครั้งนี้ จะเกิดกลุ่มก้อน  กว่า 10 ตำบล ที่จะค่อยๆ แทรกซึมขยายผล ไป สู่ครอบครัว ชุมชน เกิดชมรม  อบต. ให้งบประมาณ  และ love to see  เราหวังว่า อาจได้เห็นตำบลลุกขึ้นมา ดูแลสุขภาพแบบพอเพียง  โดยชุมชนอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

(วันที่รู้จัก OM ครั้งแรก ในงาน KMDM ครั้งที่ 2)

·       การออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เกิดการอยากเปลี่ยนตัวเอง หันกลับมา ดูแลตนเอง  ในกิจกรรมครั้งนี้เราใช้หลายวิธี ภายใน  2 วัน ของการอยู่ร่วมกัน กลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ล่วงหน้า กลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้มีความแตกต่างกันมากทุกด้าน ซึ่งเป็นความยากในการออกแบบกิจกรรม  แต่มีความเหมือนกันอย่างนึงคือ เกือบจะเป็นโรค ไม่เกิน1 – 2 ปี ได้กินยาแน่ๆ

·       ความเสี่ยงของแต่ละคนก็แตกต่าง บางคนอ้วนมากๆ อ้วนน้อย เกือบอ้วน บางคนไม่อ้วน บางส่วนทานเหล้าแบบติดงอมแงม (พกมาด้วยเพราะขาดไม่ได้) ติดบุหรี่  แค่รายละเอียดความเสี่ยงก็มาก  เราจึงออกแบบกิจกรรม ต้องได้ทั้งความรู้ และทักษะ นำสู่พลังใจที่ต้องการเปลี่ยนตัวเอง  โดยให้ความรู้ที่จะให้แทรกอยู่ตามจุดต่างๆ มิฉะนั้นกิจกรรมของเราคงหนีไม่พ้น

การบรรยาย แบบฟังกันน้ำลายยืด น้ำลายบูด ตูดบานอยู่ติดเก้าอี้ เป็นเหน็บ เป็นตะคริว คอเคล็ดจากการสัปหงกเป็นแน่แท้

·       เรื่องความรู้  เราจัดมุมความรู้แทรกทุกมุม ทุกกิจกรรม เพื่อให้ ทุกคนได้ shopping อ่าน ให้ผ่านตา ผ่านหู  ดังเช่น   เอกสารคู่มือ 1 เล่มที่แจก  บอร์ดหน้าห้องที่แยกเฉพาะเรื่อง ให้เลือกอ่านได้ตามสบายโดยเฉพาะข้อที่ตรงกับความเสี่ยงของตนเอง  ป้ายชื่อและแบบคำนวณอาหารเฉพาะราย ที่พลิกอ่านได้ตลอดเวลาที่นึกหิว  ป้ายพลังงานอาหารในอาหารว่าง และอาหารแต่ละมื้อ  พิธีกร พี้เลี้ยง มีจุดเน้นย่ำในประเด็นสำคัญ ที่เป็น key word เหมือนกัน และรับช่วงเป็นทอดๆ  เป็นต้น

·       กิจกรรมที่ให้ทุกคนได้ หัดฟังและหัดพูด ให้เป็น แบบที่เรียกว่า สุนทรียสนทนา ที่ทำให้เราได้เรียนลัดการดูแลตนเองจากเพื่อน  อีกทั้งการพูดเป็น และฟังเป็น  ทำให้เราได้เรียนรู้ ที่จะเข้าใจตนเองได้มากขึ้นอีกด้วย  ตรงนี้มีพลัง และสำคัญเช่นกัน

·       การสร้างจินตภาพทางบวก โดยอาจารย์นายแพทย์พงศกร    ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม กล้าคิด กล้าจินตนาการ  ไปในทางบวก  โดยใช้จินตภาพที่เป็นพลังผลักดันให้เราลุกไปหยิบ นำความรู้ ทักษะที่ได้ มาปรับใช้กับแต่ละคน  จากจินตภาพที่ว่า เช่น “ชั้นจะกลับไปใส่กางเกงสุดสวยตัวนั้นให้ได้  มุ่งมั่นสู่การมีพฤติกรรมใหม่    และกลับไปค้นหาวิถีที่ทำให้ตนเองบรรลุเป้าหมาย ลดหุ่นจนทำให้จินตภาพที่ตั้งไว้เป็นจริง   

·       การทำพันธะสัญญา  “สัญญาใจ”ที่ให้ไว้ ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เกิดความมุ่งมั่นต่อตนเองและต่อเพื่อนในกลุ่ม ในการเปลี่ยนตนเอง  

·       กิจกรรมการแสดง ที่สื่อถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในรูปแบบการแสดงพื้นบ้าน ที่มีเนื้อหา สะท้อนถึงการลดความเสี่ยง มีรูปแบบ วิธีการที่จะทำ สอดแทรกอยู่ในเนื้อหาแบบพื้นบ้าน นับว่าเป็น สิ่งที่กินใจ และฝังลึกจริงๆ  ดังเช่นตัวอย่างการแสดง  ลำตัด  เพลงมาลัย ที่ให้แต่ละกลุ่มแสดง  เพียงแค่ 15 นาที แต่ต้องบอกว่าได้  ได้ลึกซึ้งไปถึงใจ จริงๆ    และการถ่ายทอดแบบนี้ ทำให้สมาชิกแต่ละคนของเรา ได้ไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว    อาจเข้าไปสู่วิถีของชุมชนได้ดีกว่า รูปแบบการให้ความรู้แบบดิบๆของเราที่เป็นทีมสุขภาพ

·       บรรยากาศการอบรม ความสนุกสนาน เป็นกันเอง เสียงหัวเราะ ต้องตลบอบอวล ไปตลอดทุกช่วงเวลา ซึ่งต้องบอกว่า เราทุกคนในทีม 20 ชีวิต ก็เป็นทีมที่สามารถ ตั้งคณะตลก และมีลูกบ้าในตัวมากพอดู   เย้..... หาอาชีพเสริมได้อีกละ......

อ่านต่อตอน 2 - 3 - 4  ด้วยนะคะ

ผู้เล้า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์