วัดอรัญญาวาสหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดป่า เป็นที่ตั้งของมูลนิธิฮักเมืองน่าน มีท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ ผู้ก่อตั้งกลุ่มฮักเมืองน่าน เป็นเจ้าอาวาส ที่นี่จึงเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชาวบ้านและเครือข่ายต่างๆ
ที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดป่า เพราะที่นี่มีต้นไม้จำนวนมาก แต่ละวันพระเณรและลูกศิษย์ต้องเก็บกวาดใบไม้จำนวนมาก ในอดีตก็จะใช้วิธีกำจัดโดยเอาไปกองทิ้งไว้หลังวัด และใช้วิธีเผาบ้าง ฝังบ้าง แต่ด้วยจำนวนใบที่มีมาก ทำให้ไม่สามารถจัดการได้ เกิดปัญหากับทางวัด การใช้วิธีเผาก็ส่งกลิ่นควันและมลพิษของศรัทธาญาติโยม ชุมชน และสถานที่ใกล้เคียง ทำให้พระครูพิทักษ์นันทคุณซึ่งได้เห็นว่าเศษใบไม้ที่เอาไปฝังไว้ที่หลังวัดนับวันก็มากขึ้นเรื่อยๆ และมีการย่อยสยายช้ามาก จึงคิดว่าน่าจะมีการจัดการเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยจึงปรึกษาหารือกับหลายฝ่าย

ศูนย์การเรียนรู้โจ้โก้ (ดูรายละเอียดโจ้โก้) ได้เข้ามาสอนพระเณรและลูกศิษย์วัดในการทำจุลินทรีย์ท้องถิ่น (ดูเรื่องจุลินทรีย์ที่นี่) เพื่อนำมาใช้ในการย่อยสลายขยะ และแนะนำการเลี้ยงหมูหลุมเพื่อนำเอามูลมาใช้ในการย่อยขยะและปลูกผัก เพื่อให้เกิดการจัดการแบบครบวงจร
ศูนย์การเรียนรู้ไชยสถานได้เข้ามาสอนเทคนิคการทำปุ๋ยหมักจากขยะ
หลังจากการเรียนรู้ พระเณรและลูกศิษย์วัดก็ได้ทดลองดำเนินการเลี้ยงหมูหลุมโดยใช้เศษอาหารจากการฉันและการกินของพระเณรและลูกศิษย์วัดมาเลี้ยงหมู นำจุลินทรีย์ท้องถิ่นมากำจัดกลิ่นมูลเพื่อรบการรบกวนกลิ่นไปยังชุมชนและสถานที่ใกล้เคียง มูลหมูที่ได้ก็นำมาเป็นส่วนประกอบการทำปุ๋ยหมักจากขยะ และนำไปใช้เป็นปุ๋ยสำหรับต้นไม้และแปลงผัก
การทำปุ๋ยหมัก ทำให้สามารถจัดการเศษขยะใบไม้ที่กองทับถมกันมานานหลายปี กลายเป็นปุ๋ยที่สามารถนำไปใช้ในต้นไม้ดอกไม้ในวัด และการปลูกผักที่หลังวัด และเหลือแบ่งปันไปให้กับญาติโยมและศรัทธาที่จะเอาไปใช้
หลังการเรียนรู้ ฝึกทดลอง และปฏิบัติ จนเกิดความเชี่ยวชาญพอควรแล้ว มูลนิธิฮักเมืองน่าน จึงได้ชักชวนเอาศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษา จำนวน ๗ แห่ง และโรงเรียน ๔ แห่ง เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการเลี้ยงหมูหลุม และการทำปุ๋ยหมักจากขยะ
ผู้ร่วมเรียนรู้จากศูนย์ฯ ต่างๆ และโรงเรียน รวมร่วม ๕๐ คน ได้ กระบวนการเรียนรู้เริ่มจากท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณได้กล่าวเปิดเวทีและแนะนำวัดอรัญญาวาส หลังจากนั้นทีมวิทยากรศูนย์วัดอรัญญาวาสได้แนะนำหลักสูตรการเรียนรู้ และแบ่งผู้เข้าร่วมเวทีเป็น ๒ กลุ่ม เพื่อไปเรียนรู้ ๒ ฐานการเรียนรู้สลับกัน ได้แก่
ฐานที่ ๑ การเลี้ยงหมูหลุม

ฐานที่ ๒ การทำปุ๋ยหมักจากขยะ

กระบวนการเรียนรู้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากกันและกันของผู้ปฏิบัติที่มีเทคนิควิธีการที่แตกต่างกันไป ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายมีและขาด ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องหมูหลุม ปุ๋ยหมักจากขยะ ทั้งในมิติของเทคนิควิธีการ องค์ความรู้ และความเป็นวิชาการทางวิทยาศาสตร์

บทเรียนและตัวอย่างของวัดอรัญญาวาสในการจัดการขยะ น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีของวัด สถานที่ราชการหลายๆ แห่งที่ประสบกับปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ เป็นการเปลี่ยนขยะที่มี่ค่าให้มีคุณค่าและมูลค่า
คุณค่าแห่งการอยู่ร่วมกันระหว่างพระ คน สัตว์ ต้นไม้ ใบไม้ ขยะ จุลินทรีย์ นี่คือธรรมะสำคัญที่พระพุทธองค์สอนเราไว้ว่า สรรพสิ่งทุกอย่างล้วนอิงอาศัยกันและกัน ขยะช่วยให้ต้นไม้งดงามได้ฉันใด ต้นไม้ก็ให้อาหารแก่จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิต หมุนเวียนไปกันนี่คือสัจธรรมของชีวิต
สวัสดีครับ - เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ รักษาสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้ครบองค์ทั้งวัด-บ้าน-โรงเรียน
ผมเองในสัมยเด็กๆ พ่อก็เคยพาทำเช่นนี้เหมือนกัน สนุกและตื่นเต้นมาก คิดถึงห้วงหนึ่งของบ้านเมืองนะครับ สมัยที่มีวาทกรรม "ตาวิเศษเห็นนะ" ...ก็ถือได้ว่า สร้างกระแส ความตระหนัก และจิตสำนึกได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน
ขอบคุณครับ
เป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคนค่ะ กิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อสังคมมาก น่ายกย่องค่ะ
ความเข้มแข็งของชาวเมืองน่านบอกถึงความฮักถิ่นกำเนิด และสร้างสรรสิ่งดีงามให้บ้านเรา เป็นเมืองสงบร่มเย็น มีความก้าวหน้าพัฒนาแบบยั่งยืนต่อไปค่ะ