วันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะวันนี้ตรงกับวันพระ คนไม่มีรากจึงพาหลานสาวสามใบเถาไปวัดใกล้บ้านแต่เช้า อยากให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การทำบุญ ตักบาตร สวดมนต์ ฟังธรรม นอกเหนือจากการไปเดินห้างสรรพสินค้าในวันหยุดซึ่งเป็นวิถีปกติของคนกรุงเทพ ฯ

วัดยานนาวา กรุงเทพฯ
หลังจากทำบุญตักบาตรแล้ว จึงพาสามสาวน้อยมากราบพระประธานในโบสถ์ ให้นั่งอธิษฐานกับองค์พระพร้อมธูปเทียนและดอกไม้ที่เตรียมมา ... สักครู่ได้ยิน...เสียงกระซิบการซาบลอยมาเบา ๆ พี่รองพลอย : โบว์...พอแล้ว ขอนานจัง... น้องเล็กโบว์: อ้าว...ไหว้พระต้องขอไง มาว่าหนูทำไม...เจ้พลอยก็ขอตั้งนาน... พี่ใหญ่บิ้ว: มาไหว้พระอย่าทะเลาะกัน ... เลิกเป็นลูกคุณช่างขอได้แล้ว...พอ ๆ ๆ เสียงพี่ใหญ่บิ้วปรามน้องสองสาว พี่รองพลอย: โบว์อ่ะ อะไรก็ขอ ๆ เนอะเจ้บิ้วเนอะ... น้องเล็กโบว์: “ลูกคุณช่างขอ”..แปลว่าอาไร เจ้บิ้ว... คุณยายน้อยอย่างคนไม่มีราก...ฟังแล้วได้แต่อมยิ้ม ปล่อยให้สามใบเถาได้ถกปัญหาคาใจกันต่อไป...

พระนอน วัดโพธิ์ กทม.
คิดย้อนไปถึงข้อความที่เคยอ่านของ ดร.สนอง วรอุไร จากนิตยสารเดอะซีเคร็ต ฉบับที่ 13 ประจำเดือนมกราคม 2552 ตอนหนึ่งว่า....
“...การขอเป็นการพูดให้เขาให้สิ่งที่เรายังขาด ... พระพุทธเจ้าจึงไม่สอนชาวพุทธทำตัวเป็นผู้ขอ แต่ท่านสอนให้ตั้งจิต “อธิษฐาน” คือ การตั้งความปรารถนาเพื่อให้สำเร็จในสิ่งที่ดีงาม เมื่ออธิษฐานแล้วต้องทำเหตุให้ถูกตรง แล้วสิ่งต่าง ๆ ตามที่ปรารถนาจะเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง...”
ตอนที่ถูกกระตุกมือจากเจ้าตัวเล็ก สาวโบว์ พร้อมถามว่า ... ลูกช่างขอแปลว่าอาไรค้า...เจ้พลอยว่าหนูทำไม...
หันไปยิ้ม ๆ กับแก้มยุ้ย ๆ แดง ๆ แล้วว่า... เจ้พลอยไม่ได้ว่าหนู เพราะหนู “อธิษฐาน” กับพระใช่ไหมคะ
น้องเล็กโบว์: ใช่ค่ะ...เสียงเบายังกังขา ด้วยวัยเพียง 5 ขวบ
คุณยายน้อย: อธิษฐานแปลว่า ตั้งใจทำในสิ่งที่ดี ๆ หนูต้องทำเอง พระให้ไม่ได้หรอกจ้ะ...
น้องเล็กโบว์: จริง ๆ ๆ หนูไม่ได้ขอ หนูอธิษฐาน ... หนูไม่เป็น ลูกคุณช่างขอ...สักหน่อย... คราวนี้สาวน้อยยิ้มแป้น หัวเราะเสียงดังอย่างถูกอกถูกใจ...ไปพร้อม ๆ กับคุณยายน้อยของเธอ..
สี่ชีวิตจับจูงมือกันเดินไปอย่างมีความสุข เดินพลางชี้ชวนกันชมความงดงามของวัดวาอาราม ต้นไม้ใบหญ้า และผู้คน... คุณยายน้อยหันไปบอกกลั้วเสียงหัวเราะกับสามใบเถาว่า...
“จากนี้ไป...เราสี่คนสัญญากันว่าจะไม่ทำตัวเป็น คนช่างขอ แล้วนะ...”
(^___^)
มาเยี่ยมด้วยความระลึกถึงค่ะ :)
มาเจอคนช่างขอเหมือนกันข้างบน ^__^
แต่เราไม่ใช่ขอขจิต...แต่เป็นขอปันใจให้รู้ตัว...*_____*
สวัสดีค่ะ..
สวัสดีค่ะท่านคนช่างขอ...อ.ขจิต...
โห...มาแบบตกใจเลย...
ไม่งงค่ะ ดีใจที่มาทักทาย
วันหยุดเด็ก ๆ มักต้องตามพ่อแม่ไปห้าง ซื้อของใช้ ทานข้าวนอกบ้าน ดูหนัง ไม่ค่อยยอมพาไปวัดบ้าง....คุณยายน้อยต้องทำหน้าที่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ มาทักทายบันทึกล่าสุดค่ะ
http://gotoknow.org/blog/kelvin/206731
“จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนของแดง ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน ข้อยายพร เลี้ยงน้องข้าเถิด ข้อยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง ”
ในประเทศไทย และในโลกอันแร้นแค้นนี้ ยังมีเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากผู้มีน้ำใจอีกมาก เขาไม่มีข้าวไม่มีแกง ที่จะกลืนกินลงลำคอ ขอจากใครก็ขอไม่ได้ ได้แต่วอนขอจากพระจันทร์วันเพ็ญ
ลูกอีช่างขอน่าจะมาจากอาขยานบทนี้กระมังครับ
ยังอยากเป็นคนช่างขอค่ะ
ขอ"ความคิดถึง"สักครึ่งวัน
มาแวะเยี่ยมญาติที่หาดใหญ่ค่ะ
กลับเย็นนี้ ได้ไปไหว้พระด้วย
มีความสุขด้วยกันนะคะ
ภาพนี้ มุมมองดีมากๆ ครับ สะท้อนอะไรได้หลายๆอย่าง ขอตั้งชื่อว่า วัด กับ วัตถุ(นิยม)
เห็นมั้ยครับว่า วัตถุ(นิยม) เจริญ สูงส่งกว่า วัด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็อาจจะได้ว่า วัตรปฏิบัตรที่ดีงาม ต่ำต้อยกว่า วัตถุนิยม
ขออนุญาตลัดคิว....
คุณกวิน...
จริงค่ะ บรรยายได้ตรงใจมาก ๆ มีบันทึกเก่า ๆ ของคุณกวินที่เขียนไว้เรื่องทำนองนี้ไหมคะ จะได้ตามไปอ่านให้ฉลาดขึ้นสักหน่อยค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะคุณ CK
ขอปันใจให้รู้ตัว...อือ...ดีจังค่ะ
คิดถึงค่ะ
(^___^)
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก
ขออนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะ
คำอธิษฐานเวลาทำบุญ
ขอบุญ ......... ที่ข้าพเจ้าได้กระทำมาทั้งหมดในชาตินี้ ..........จงถึงแก่
เจ้ากรรมนายเวร และผู้ปกปักรักษาดูแลช่วยเหลือข้าพเจ้าและครอบครัวที่มีมาถึงตัวทุกภพทุกภูมิ
ขอบุญนี้จงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้า ......พ้นจากสภาวะการณ์คับขันและเลวร้าย ให้อยู่รอดปลอดภัย มิพบกับความยากลำบาก ณ ปัจจุบัน ... แลอนาคต
หากไม่ถึงเพียงใด ขอให้คำว่าไม่มีไม่รู้ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้ปรากฎแก่ข้าพเจ้ า
ขอให้ ......หน้าที่การงานที่ข้าพเจ้ากระทำอยู่ ให้ได้กระทำได้สำเร็จ.....อย่างมั่นคง
ขอพระจงเป็นสักขีพยานในการ .........อธิษฐานจิต...............ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ
(และจากนี้จงกอบแต่กรรมดี)
มาชม
ทายทัก แบบสบาย ๆ
น่าสนใจ...ขอ...นะครับ
สวัสดีค่ะ คนไม่มีราก
นกทะเลก็ขอบแซวเพื่อนๆร่วมทำบุญว่า...ทำไมอธิษฐานกันนานจัง...ค้ากำไรเกินควรหรือเปล่าเนี่ย...สรุป อ่านแล้วก็ได้ข้อคิดชีวิตงามค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ส้ม นัฐพร จันทร์ส่งสิงห์
ดีใจมาก ๆ ค่ะที่พี่สาวมาทักทาย...หายไปนานเลยค่ะ
...คิดถึงค่ะ...
คุณยายน้อยจะนำไปส่งให้สามใบเถาค่ะ...
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
http://gotoknow.org/blog/2etc/185337 เรื่องย่อ นิทานต้นแอปเปิลกับเด็กน้อย (The Giving Tree)
ภาพจาก amazon เรื่องย่อ นิทานต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย ( The Giving Tree ) ของ Shel Silverstein ผู้ที่สนใจสามารถเข้าคลิกชม clip นิทาน + website ของ Shel Silverstein <-ที่นี่ ขอขอบพระคุณ คุณหมอ มัทนา สำหรับข้อมูล ที่มาของ หนังสือนิทาน +ชื่อผู้เขียน+ภาพประกอบ+clip +website ของ Shel Silverstein
สัญลักษณ์ในนิทาน
ต้นแอปเปิลในเรื่องก็คือพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าของเรา เมื่อครั้งที่เราเป็นเด็กตัวเล็กๆ เรารักที่จะเล่นกับพ่อกับแม่... ครั้นเมื่อเราโตขึ้น เราทอดทิ้งพ่อ และแม่ และกลับมาหาท่านอีกครั้งก็ต่อเมื่อ เราต้องการบางสิ่งบางอย่าง หรือเมื่อเรามีปัญหา ไม่ว่าอย่างไร...พ่อ และแม่ของเราก็จะอยู่และให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านสามารถจะหาให้ได้ พ่อและแม่ของเราท่านหวังก็แต่เพียง ให้เรามีความสุข
กวินมาคิดต่อเชื่อมโยงกับ เรื่อง ลูกอีช่างขอ ถ้าพ่อแม่ตามใจ ลูก ก็จะกลายเป็น พ่อแม่รังแกฉัน ในแบบที่ท่านเจ้าคุณ อุปกิตศิลปสาร นิพนธ์เอาไว้ ชอบกลอนท่อนที่ว่า
เอาอะไรได้ทุกอย่างช่างสะดวก
จะหยิบหมวกหมวกรี่เหมือนผีสิง
ทุกอย่างรู้เอาใจไม่ประวิง
ดูเหมือนชิงกันมาคราต้องการ
ไม่ช้านักทรัพย์ลดหมดสะดวก
จะหยิบหมวกหมวกกระเดียดข้างเกียจคร้าน
ถ้าเผลอหน่อยคอยหนีตะลีตะลาน
วิ่งเข้าร้านโรงจำนำไม่อำลา
เขาว่า คนเราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน ถ้าเลี้ยงลูกด้วยเงินพอเงินหมด ก็จะเป็นแบบในคำกลอนว่ามั้ยครับ
สวัสดีค่ะคุณ KRUPOM
ขอบคุณค่ะ ....
(6___^)
http://www.olddreamz.com/alldreamz/rungkae.html พ่อแม่รังแกฉัน ๏ ๏ ๏ ๏ จากหนังสือ คำประพันธ์บางเรื่อง ของพระยาอุปกิตศิลปสาร
สวัสดีค่ะคุณกวิน
วันนี้การบ้านเยอะจัง ตามไปอ่านจนตาลายแล้ว....
ขอบคุณค่ะ
ชอบกลอน พ่อแม่รังแกฉัน ของพระยาอุปกิตศิลปสาร ค่ะ ได้เรียนตอนเป็นเด็ก ๆ ด้วย
(^___^)
สวัสดีครับ
คนไม่มีราก
• แวะมาอ่าน"คนช่างขอ"
• บทสนทนาของหลาน ๆ และ คุณยาย ..ให้ข้อคิดแก่สังคมไทยดีจัง ครับ
• ขอบคุณที่แวะไปเยือน ไปอ่าน แสดงความเห็นที่บล็อก ครับผม