อย่าดูถูกภาพต่างๆที่ผ่านเข้ามาสู่สายตานะ เห็นไหมว่าอีแค่แวบอะไรบางอย่างกับภาพที่ี่เคยคุ้น กลับมีมุมมองใหม่ ได้ความรู้ใหม่ออกมาใช้กับงานใหม่ที่ไม่เคยคุ้นได้ จุดสำคัญที่ทำให้ได้ความรู้มาจากเรื่องคุ้นชิน คือ วิธีตั้งคำถาม คิดใหม่ ทำใหม่ กับวิธีตั้งคำถามรึเปล่า น่าเรียนรู้ต่อไปเหมือนกันนะ

ไม่เชื่อก็ให้เชื่อเถอะว่าเพียงแค่นั่งรถไปนราธิวาส ทีมกระบี่ก็ได้นิยามตลาดนัดความรู้ที่เข้าใจตรงกันมาว่า ตลาดนัดของเราจะเป็นตลาดเล็กๆที่ไม่ใหญ่โตนัก ตลาดนี้จะมีสินค้าคือความรู้การดูแลเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงมาวางแผงให้ซื้อขายกันออกมาได้อย่างปราศจากข้อกังขา เห็นภาพตลาดนัดความรู้ที่เลือนรางชัดขึ้นอีกโข

ต่อมาเราได้คุยกันในเรื่องการแบ่งพื้นที่ขายให้กับแม่ค้าที่เราจะให้แมวมองไปชวนมาเข้าตลาดนัดของเราต่อ เราพบว่ายังพึงทำความเข้าใจให้ตรงกันในเรื่องระดับของสินค้าด้วย เป็นการทำความเข้าใจให้ตรงกันเพื่อให้ต่างคนต่างไปทำหน้าที่แมวมองผู้สามารถ ซึ่งอาจจะต้องทำความตกลงเงื่อนไขกับแม่ค้าที่ติดต่อขอเข้ามาในตลาดนัดของเราด้วย  

 

ในช่วงแรกข้อสรุปร่วมกันของเราออกมาว่า เราจะทำงานในฐานะหน้าม้าอยู่ในพื้นที่ดำเนินการเปิดตลาดนัดแห่งใหม่ในภาคใต้ ในฐานะแมวมองเราจะยอมให้มีสินค้าหลากหลายมาวางแบให้เลือกในตลาดของเรา ใครใคร่ค้าม้าก็ค้าได้ ใครใคร่ค้าช้างก็ค้าได้ ใครใคร่ค้าผ้าก็ค้าได้ สุดแต่แม่ค้าที่ขอเข้ามาจะถนัดขายอะไร แต่ว่าการสรุปแค่นี้ยังไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกชิวๆในการทำงานต่อได้

พวกเราถอดความรู้จากตลาดนัดธรรมดาที่เรารู้จักเพื่อทำความเข้าใจงานต่อ แล้วได้ความรู้มาว่า เมื่อตลาดนัดใหม่เปิดขึ้นแล้วจะมีคนซื้อเดินเข้ามาหลากหลายเชียวนะ  บางคนไม่ได้ตั้งใจจะซื้อสินค้าอะไรแต่อยากมาเดินๆชมตลาดใหม่ ประเภทนี้จะซื้อสินค้าก็ต่อเมื่อเดินไปแล้วก็พบสินค้าที่ตนเองถูกใจหรือสนใจอยู่ตรงหน้า บางคนไม่ได้ตั้งใจนำสินค้าของตนมาขายแต่คนที่มาซื้อด้วยกันถูกใจขอตื้อหรือเชียร์ให้ขายสินค้าที่ติดตัวมาอย่างบังเอิญแล้วพอตกลงใจขายก็ขายได้ ประเภทนี้ก็จะกลาบเป็นทั้งแม่ค้าและลูกค้าไปด้วย สินค้าที่ถูกซื้อขายในตลาดนัดแบบนี้เกรดเดียวกันกับสินค้าในห้างก็มี เกรดไม่เหมือนในห้างก็มี มีทั้งด้อยกว่าและดีกว่าก็มี  มีของแถมบ้าง ไม่มีบ้างแล้วแต่สไตล์แม่ค้า ไม่แปลกอะไรที่จะมีสินค้าเกรดต่างกันมาแบขายเกลื่อนกล่นอยู่ในตลาดนัดด้วย

ถอดความรู้กันได้แล้ว ความจำมันก็เตือนขึ้นว่า จำได้ไหมว่าเคยคุยกับน้องหมอนิพัธ ร.พ.พุทธชินราช ตอนเริ่มพาตัวเข้ามายุ่งกับเรื่องเบาหวาน แล้วได้คุยกันเรื่องของคนที่ควรชวนมาร่วมเวที KM ที่น้องเขาช่วยมาเป็นวิทยากรให้แล้วน้องเขาพูดว่า "เจ๊เชื่อเหอะ คนที่เข้ามาสู่เวทีทุกคน เขามีเรื่องในตัวเขาที่จะร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องเบาหวานได้ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้รับผิดชอบงานเบาหวานโดยตรง ใครอยากมาร่วมให้เขาเข้ามาเหอะ" ก็เลยมีคำถามแวบขึ้นมาให้ตัดสินใจร่วมกันในทีมต่อ คำถามที่แวบขึ้นมามีว่าตลาดนัดใหม่ที่จะเปิดขึ้นในภาคใต้ครั้งนี้ จะมีกำหนดเกณฑ์เลือกแม่ค้าหรือสินค้าที่จะให้เข้ามาแบขายในตลาดรึเปล่า ถามแล้วก็อึ้งกันไปอยู่นานเหมือนกันว่าควรจะตัดสินใจยังไง แล้วเราก็ไม่ตอบหรอกนะ รับรู้แค่ว่ามีโจทย์ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจด้วยแล้วหละแล้วก็วางมันไว้ก่อนค่อยมาว่ากันต่อ

เราชวนกันเรียนรู้จากตลาดนัดที่เรารู้จักกันต่อเพื่อทำความเข้าใจความเป็นตลาด เออ! การเชิญคนมาร่วมงานตลาดนัดความรู้ของเรานี้ก็เหมือนการที่เจ้าของตลาดนัดอยากชวนให้แม่ค้าและลูกค้าเข้ามาในตลาดนัดของเขานะ ภายใต้หลักการนี้การชวนให้แม่ค้า-ลูกค้าเข้ามาในตลาดก็เหมือนการเชิญแม่ค้ามาร่วมในตลาดนัดที่เคยเห็นซินะ  การจะชวนให้ลูกค้าเข้ามาในตลาดจะใช้เทคนิคมีโปรโมชั่นหรือว่าขายไปเงียบๆหรือว่าลดแลกแจกแถมล้วนเป็นเรื่องระหว่างแม่ค้าและลูกค้าทั้งสิ้นนะ หน้าม้าจะไปเกี่ยวตรงไหนนะ

แล้วเราก็อ้ออีตรงที่ว่า การเปิดตลาดจะขอแค่มีที่จัดตลาดแล้วมีแผงให้ต่างคนต่างได้เจอกัน ได้คุยแลกเปลี่ยนกันก็พอแล้ว  อย่างอื่นมันเป็นไปตามธรรมชาติของตลาดเองอยู่แล้ว ถอดความรู้จากตลาดนัดที่เรารู้จักมาถึงตรงนี้ เราก็ได้หลักการของการเปิดตัวตลาดนัดความรู้ของเราชัดๆแล้วหละ ว่าจะเปิดตัวครั้งแรกในเพลานี้อย่างไรก็ควรตกลงใจเอาหลักการของคนที่ให้ทุนเปิดตลาดนัดเป็นหลัก แล้วสุ่มความต้องการของแม่ค้า-ลูกค้าดูก่อน เราก็น่าจะได้คำตอบว่าในฐานะหน้าม้าซึ่งมีหน้าที่ทำให้ตลาดนัดแห่งนี้คึกคักชวนมาเที่ยวชมและร่วมซื้อขายนั้น ควรจะกำหนดลักษณะของตลาดนัดความรู้ของกระบี่้ให้เป็นตลาดระดับไหนจึงจะทำให้มีแม่ค้าและลูกค้าเข้ามาร่วมได้ตามจำนวนที่คาดหวัง