อยากให้เข้าใจตลาดกล้วยไม้นิดนึง
จากที่ผมลงบันทึกฉบับที่แล้วเรื่องแกรมมาโตฯ ต้นละ 5,000 บาทนั้น
มีบางท่านมองว่ากินก็ไม่ได้ เสียดายเงิน
น่าจะเอาไปเป็นประโยชน์แก่นักเรียนผู้ยากไร้ หรือผู้ด้อยโอกาสจะดีกว่า
บางท่านถึงกับรับผู้เขียนไม่ได้ว่า
ที่แท้ก็มองกล้วยไม้เป็นเงินนั่นเอง
แล้วก็นำเจ้ากล้วยไม้ที่เคยมี ไปบริจาคสาปส่งไปเลย....
ตรงนี้ไม่เป็นไร
แต่ต้องให้เข้าใจอันนึงก่อนว่า....
เดี๋ยวนี้ นโยบายการเกษตรของไทยเรา กำลังพยายามหนีตลาดล่าง
คือพวกพวกพืชไร่ราคาถูกต่าง ๆ
เพราะหลายประเทศในอินโดจีนเขาทำได้ ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าเรา เราจึงขาดทุน
การหนีตลาดล่างก็คือ หันไปผลิตสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงไปขายในตลาดบน
เช่น กล้วยไม้ ที่ขายเป็นไม้ตัดดอกและไม้ต้น สู่ต่างประเทศ เป็นต้น
การจะขายตลาดบนได้ ต้องให้ตลาดบนเห็นคุณค่าสมราคา
ดังนั้น จุดขายของกล้วยไม้ก็คือ ปลูกยาก ออกดอกเพียงปีละครั้ง แต่ดอกมีความอิสระ ไม่เหมือน กุหลาบเยอบีร่า ดอกบัว ฯลฯ ที่มีกันดาษดื่น ...ราคาจึงสูง
ถ้าเราทำได้ เกษตรกรไทยก็จะสามารถสร้างโรงเรือนหลังเล็กๆ แต่มีกล้วยไม้เลี้ยงไว้ขายได้เงินต้นละพันกว่าบาท
ส่วนข้าว ก็ทำนาให้เพียงพอแก่การบริโภค มีพืชผักสวนครัว ไม้ผล แบบไร่นาสวนผสม หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ไป ไม่เห็นจะเป็นไร บูรณาการเข้าหากันได้
อยู่ที่ดีมาน ซัพพลายนั่นเอง
เราก็น่าจะดีใจ ที่เขาไม่ต้องไปหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน แล้วขาดทุนใช่ไหมครับ....
ซึ่งเราก็ไม่เคยได้ไปร่วมขาดทุนกับเขาสักที (ซื้อข้าวแพงหน่อยก็บ่น)
อุดมการ ผมว่ามีทุกวงการ กล้วยไม้ก็มี ดังกล่าว...
เพียงแต่เราไม่ได้มากรี๊ดกัน เพราะช่วงนี้ เป็นช่วงงานประกวดกล้วยไม้(ก็ส่งเสริมให้ชาวต่างชาติมาชื่นชม จะได้ยอมซื้อในราคาสูงนั่นแหละ ที่เรียกว่าตลาดบนนั่นเอง)
ตรงไปตรงมาแบบนี้นะ...
.... .... ....
ชยพร แอคะรัจน์ - ผู้เขียน
หมายเหตุ : ท่านผู้อ่านสามารถดู สารบัญ ฉบับย้อนหลังได้ โดยคลิ้กที่นี่นะครับ
สวัสดีคะพี่ชาย
มาเยี่ยมคะ พี่ชายมางานประกวดกลวยไม้ที่ขอนแก่นไหมคะ จัดได้สวยมากคะวันนี้ แอบไปดูเมื่อวาน วันนี้จัดประกวด บ่าย ๆถึงจะเปิดให้ชมและถ่ายภาพ ไก่กำลังจะไปตูตอนเช้าก่อนคะพร้อมออกกำลังกาย ถ้าไม่ติดบรรยาย น่าจะมานะคะ เป็นประโยชน์กับการเรียนการสอนของพี่ชายนะคะ มีคนในวงการกล้วยไม้มามากคะ ไก่เป็นสมาชิกชมรมนี้อยู่คะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ชาย
อ่านแล้วยิ้ม ๆ ...ตรงไปตรงมา...อย่างนี้คนไม่มีรากว่า "ดีค่ะ"
บางคนก็ใช้ความคิดของตน ตัดสิน ความคิดคนอื่น...
ลืมคิดไปว่า...แต่ละคนย่อมมีเหตุผลต่างกัน...
(^___^)
เข้าใจแล้ว ทำไมคนฉลาด เขาถึงพยายามไขว่คว้าเรียนรู้การเลี้ยงกล้วยไม้ นอกจากจะสวยแล้ว ออกดอกช้าอีกด้วย พอออกแล้วแสนงาม เอ้า!ไปตรงกับสุภาษิตจริงๆด้วย แล้วแถมมีราคา คนจึงพยายามที่จะเลี้ยงกล้วยไม้ เผื่อเป็นงานอดิเรกแล้วมีรายได้เพิ่ม น่าสนใจจริง
เข้าใจแล้วคะ ตลาดล่าง ตลาดบน เราส่งเสริมเพื่อตลาดบน หาเป็นของสิ้นเปลืองไม่ ถ้าทำได้ ย่อมได้ชื่อเสียง ที่ปลูกกล้วยไม้เก่ง แล้วยังผสมผสานพันธ์ออกมาสีสวย หลากลาย ชอบมากๆกล้วยไม้
ผมขอเป็นน้องชายอาจารย์แล้วกันครับ
ผมเป็นคนที่มักชอบแอบอ่าน เรื่องราวที่พี่เขียนครับ
ผมอยากบอกจริงๆ จากใจผม ว่าผมอยากได้คุยกับพี่ ตัวจริงๆครับ
ผมยินดี นะครับที่ได้รู้จัก (หวังว่าอาจารย์คงยินดีด้วย)
ผมมีความคิดอยู่อย่างหนึ่งครับ ไม่ว่าผลิตผลการเกษตรตัวไหน
ผมได้นโยบาย ใหม่ๆ มาอย่างเช่น การเลี้ยงหอยเชอรี่ ครับ (อันนี้ตัวอย่าง)
แล้วเป็นงัยครับ ทุกวันนี้ ข้าวในนา ก็ต้องใช้ยาฆ่า ฆ๋าไม่ได้ก็กิน กินก็เกิดพิษสะสมที่ตับ
ตับอักเวบ ไม่สบาย พอไม่มีตลาด แล้วเราผลิต เราก็ตาย ตายเพราะต้องลงทุนกู้เงินมาเพื่อผลิตครับ
อีกอย่างที่ผมเห็น ต้นยูคา ครับ ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ ยูคาเป็นพืชดูดน้ำได้ดี แต่มันทำให้ดินเสือมคุณภาพ เราก้อปลูกครับ และทุกวันนี้หล่ะครับ ผมว่ามันยังมีอีกเยอะแยะที่เป็นแบบนี้
ถ้าเป็นไปได้ เรามาสร้างเอกลักษณ์ หรือลักษณะที่เป็นของ ของเราเอง หรือหาที่มีซัพพลายน้อย (ตามระบบทุนนิยม) เพื่อให้ได้ราคาที่สูง
แต่ นั้นคืออะไรหล่ะครับ ใช่ไหมพี่ชายครับ
ผมว่ากล้วยไม้ ก็เป็นอีกทางออกนึง ครับ
เพราะเราผสมเองได้
เพราะเราพัฒนาพันธุ์เองได้
เพราะเราได้ต้นทุนทางธรรมชาติ(เพราะเราร้อนชื้น)
และ เพราะเรายังมีคนกลุ่ม หนึ่ง ที่ยังทำงานอย่างการดูกล้วยไม้อยู่
เป็นกำลังใจให้อาจารย์(พี่ชาย)ครับ
พี่ชาย ชยพร แอคะรัจน์