สุขภาพดี สร้างได้ด้วยตัวคุณ
โรคหัวใจ มัจจุราชเงียบ
คุณมีอาการหัวใจกำเริบหรือเปล่า ในประเทศไทย โรคหัวใจถือเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ส่วนใหญ่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือที่เรียกว่าหัวใจขาดเลือด สาเหตุที่พบบ่อยคือมีคราบไขมันสะสมในผหนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบส่งผลให้รับและส่งเลือดได้ไม่เต็มที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาอเลือด ทำให้เกิดอาการเจ็บหน้าอกหรือกล้าเมื้อหัวใตตาย นอกจากนี้การมีไขมันสะสมในหลอดเลือดมีผลให้เกิดหลอดเลือดในสมองแตก/ตีบ จึงสูงมากคาดกันว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลราว 100,000 คน และมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจรายใหม่ราว 21,700 คน
ที่สำคัญยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและเสียชีวิตก่อนไปถึงโรงพยาบาล จากสถิติของกระทรวงสาธารณะสุขพบว่าตั้งแต่ ปี พ.ศง 2543 - 2548 มีผู้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้นเกือบ สองเท่า และแม้จำนวนผู้เสียชีวิตจากอาการหัวใจพิบัติจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง แต่จำนวนคนที่มีชีวิตอยู่กับโรคหัวใจกลับเพิ่มขึ้น
มิเพียงแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้นผู้หญิงก็มีปัญหาหัวใจ เนื่องจากผู้ชายมักมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคหังใจมากกว่าผู้หญิง ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าผู้หญิงมีโอกาสน้อยที่จะเป็นโรคหัวใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันผู้หญิงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองแตก/ตีบอยู่มากเช่นกัน สิ่งที่น่าห่วงยิ่งกว่าคือแม้โรคหัวใจ จะคร่าชีวิตผู้หญิงมากกว่ามะเร็งเต้านมถึง 4 เท่า แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่กลับกังวลกับโรคมะเร็งเต้านมมากกว่า
ปัจจุบันยังมีความเชื่อผิดๆ อยู่ 2 ประการประการแรกคือ มีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ประการที่สองคือ ผู้หญิงจะมีความเสี่ยงก็ต่อเมือถึงวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงคือมีผู้หญิงจำนวนมากพอกับผู้ชายที่ต้องทนอยู่กับโรคหัวใจ และมีแนวโน้มว่าตัวเลขกำลังเพิ่มขิ้นเรื่อยๆ
ภัยที่คุกคามหัวใจคุณ ปัจจุยที่จะกล่าวถึงต่อไปจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่นับเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อหัวใจคุณ
1.ไขมันสะสมในร่างการ มักมีคำถามว่าเหตุใดรูปร่างอ้วนกลม น่ารักจึงมีอันตรายถึงชีวิต ข้อมูลจากงานวิจัยมากมายเปิดเผยว่า ไขมันอันตรายที่สุดคืดไขมันหน้าท้องหรือไขมันรอบเอวซึ่งรวมไปถึงไขมันที่หุ้มอวัยวะในช่องท้องด้วย ไขมันหน้าท้อง เป็นเป็นเหตุของความดันโลหิตสูงไขมันหน้าท้องสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกริยาเคมีในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินทำให้โรงเบาหวานประเภทที่ 2 โรงหัวใจโรคหลอดเลือดในสมองแตก/ตีบ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมากภาวะไตวายและโรคอัลไซเมอร์
2.คอเลสเตอรอล ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าระดับคอเลสเตอรอลจะเป็นอันตรายต่อหัวใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างคอเลสเตอรอล 2 ประเภทคือ แอลดีแอล(LDL: low-density lipoprotein)หรือคแลสเตอรอล"ร้าย"กับเอชแอล(HDL:high-density lipoprotein)หรือคอเลสเตอรอล"ดี" ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจพบว่าการมีไขมันเอชดีแอลปริมาณสูงและไขมันแอลดีแอลปริมาณต่ำ ถือว่าเป็นความสมดุลของคอเลสเตอรอลที่เหมาะสม เนื่องจากช่วยลอโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะหัวใจพิบัติ
แอลดีแอล:ยิ่งต่ำ ไขมันแอลดีแอลเปรียบเหมือนรถบรรทุกไขมันที่แล่นไปตามกระแสเลือด คอยป้อนคอเลสเตอรอลให้กับเซลล์ทั่วร่างกาย หากมีไขมันแอลดีแอลมากเกินไปจนอัดแน่นอยู่ในหลอดเลือด เซลล์ของผนังหลอดเลือดจะดูดไขมันไปสะสมในเนื้อเยื่อ จนกระทั่งกลายเป็นคราบไขมัน อันตรายจะเพิ่มจึ้นหากเกิดตะกอนไขมันในหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเวล่ผ่านไปนานเข้า ไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และสารเหนียวหนืดต่างๆจะสะสมเป็นคราวหนาขึ้น หลอดเลือดจึงตีบแคบลง ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง หากระดับไขมันแอลดีแอลแดงแข็งโอกาสที่จะเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็งมีสูง แน่นอนว่าหากระดับไขมันชนิดนี้ลดลงโอกาสเกิดโรคก็จะลดลงเช่นกัน หากระดับคอเลสเตอรอล(รวม)ในเลือด ลดลงจาก 225มก/ดล.(มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร)
การลดระดับไขมันแอลดีแอลช่วยลดโอกาสเป็นโรงหัวใจ คอเลสเตอรอลแอลดีแอลเป็นคอเลสเตอรอลที่มีอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นคุณจึงควรดูแลให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย คือต่ำกว่า 135มก/ดล สำหรับไขมันชนิดเอชดีแอลจัดเป็นคอเลสเตอรรอลที่ดี ควรดูแลให้อยู่ในระดับสูงกว่า 38 มก/ดล คอเลสเอตรอลรวมในเลือดระดับที่เหมาะสมที่สุดคือ ไม่ควรมากเกิน 193 มก/ดล
เอชดีแอล:คอเลสเตอรอลดี เอชดีแอลคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด(อิอิเหนื่อยแค่นี้ก่อนครับ)รอตอนต่อไปนะครับ
ได้ความรู้ดีครับ...มาให้กำลังใจครับเพื่อนชาว Gotoknow ครับ สำหรับสิ่งที่ดีๆ
สวัสดีครับ คุณเสรี
ขอบคุณครับที่ให้กำลังใจ เกร็ดความรู้สุขภาพครับ จากการกิน การออกกำลังกาย และวิธีผ่อนคลายจิตใจ จะนำมาฝากอีกครับ