บันทึกกวี : คนละโลก
ศิวกานท์ ปทุมสูติ
.
.
.
ได้ไปร่วมฟังพระงานศพคุณพ่อของญาติธรรมในละแวกตำบลท่านหนึ่งมาสามคืนติดต่อกัน แต่ขออนุญาตที่จะไม่เอ่ยออกนามท่าน เพราะว่าสิ่งที่จะนำมาพูดถึงในบันทึกกวีครั้งนี้เป็น “ความจริงด้านมืด” ที่อาจไม่เหมาะควรต่อความดีงามของเจ้าภาพ และภาพพจน์ของชุมชนโดยรวม นั่นก็คือ...เจ้าภาพเป็นผู้ใฝ่ในธรรม ใช้ชีวิตเป็นแบบอย่างดีงาม เป็นผู้นำต้นแบบที่ดำเนินวิถีชีวิตแบบพอเพียง และวิถีเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ
.
ในค่ำคืนที่สามของการสวดพระอภิธรรมศพของคุณพ่อ...ท่านจึงนิมนต์สมณะซึ่งเป็นปราชญ์ทางเกษตรอินทรีย์ฯ มาแสดงธรรมเกี่ยวกับ "ความพอเพียง" ให้ญาติพี่น้องที่มาร่วมงานได้ฟังกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่คนตั้งใจฟังมีไม่มากนัก เพราะส่วนหนึ่งไม่ตั้งใจ เอาแต่พูดคุยกันกลบเสียงพระ แม้จะมีลำโพงขยายเสียงการแสดงธรรมของพระก็ตามที ก็เหมือนจะช่วยสถานการณ์ไม่ได้สักเท่าไรเลย
.
ชาวบ้านสองสามคนนั่งหลบมุมเสพน้ำบางชนิด ที่โชยกลิ่นละมุดกระทบจมูกเมื่อเดินผ่าน ดีว่ายังหลบมุมมืดชายขอบรอบงาน ให้ความเคารพเกรงอกเกรงใจเจ้าภาพอยู่บ้าง ขณะที่อีกบางกลุ่มหลบไถลไปตั้งวงตั้งโต๊ะสุมหัวกันได้เสีย...ใต้ชายคาของบ้านญาติเรือนเคียง ถือโอกาสอิงอาศัยประเพณีงานศพงานตายเล่นได้ทั้งไพ่และไฮโล ตำรวจไม่กล้าจับ...
.
ท่ามกลางบรรยากาศดังกล่าวนั้นเอง ที่ผมเกิดความบันดาลใจเขียน "บันทึกกวี" ต่อไปนี้...น้ำมาฝากมิตรผู้อ่านทุกท่านครับ
.
กราบเรียนครูกานท์ที่เคารพ
ครูตาเห็นพ้องตามบทกวีทุกประการ เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมากมายในงานศพ ทางบ้านครูตาก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน คนไทยส่วนใหญ่ไม่มีวัฒนธรรมแห่งการเป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้เลย คิดไม่เป็นอีกตะหาก เหล้า การพนันเพียบ ทำไมเป็นได้ถึงเพียงนี้นะ ทั้ง ๆ ที่เป็นเมืองพุทธ อนาถใจค่ะ
กราบสวัสดีค่ะครู...
แถวบ้านหนูเมื่อก่อนนี้มีเยอะมาก เหตุผล(ที่อ้าง)คือ อยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพ(จนถึงเช้า)
แต่ปัจจุบันนี้แทบไม่เหลือแล้วค่ะ ถ้าจัดงานที่วัดท่านเจ้าอาวาสองค์ใหม่ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ ชาวบ้านเลยเกรงใจท่าน กลายเป็นว่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครยอมอยู่(นอน)เป็นเพื่อนเจ้าภาพ(ซะงั้น) นอกจากญาติๆกันเองและคนที่สนิทชิดชอบกันจริงๆเท่านั้น บางงานมีน้อยๆๆๆมาก ... ^__^
.. ด้วยความเคารพ ..
.. ครูตุ๊กแกค่ะ ..
อายุบวร "ครูตา" และ "ครูตุ๊กแก"
.
เพราะผู้ใหญ่หมกมุ่นอยู่กับความมืดเมานี้แหละครูตาและครูตุ๊กแกเอ๋ย มันเป็นผลกระทบสำคัญที่คุณครูผู้มุ่งหวังตั้งใจสั่งสอนให้เด็กๆ ดีงาม ด้วย "จริยปัญญา" ไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จอันชื่นใจ ก็เนื่องจากเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวซึ่งไร้ต้นแบบดีงามนั้น เธอทั้งหลายย่อมซึมซับชีวิตวิถี "ความเสื่อมทางพฤติกรรมและสติปัญญา" กันมาไม่มากก็น้อยตามแต่สภาพครอบครัว ที่พอรู้บันยะบันยังบ้าง รู้เวลาและโอกาสบ้างก็คงพอประคับประคองกันไปได้ แต่ประเภทที่ "เป็นประจำทุกค่ำเช้า" นั่นสิ...หนักหนา กระหน่ำซ้ำชะตากรรมของเด็กๆ เหลือเกินแล้ว นี่ยังมิได้พูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตผิดหลงเตลิดไปในด้านอื่นๆ อีกมากมายหลายเรื่องนะครับ
การศึกษาที่ต้องสมควรเป็นวาระแห่งชาติขณะนี้คือ "การศึกษาเพื่อยกระดับจิตวิญญาณและสติปัญญาของครอบครัวไทย" ให้มีคุณภาพต่อการหลอมปั้นเด็กๆ และเยาวชนกันอย่างจริงจัง...
ขณะเดียวกันก็คงจะต้องไม่ละเลย วาระแห่งชาติเพื่อพัฒนาและยกระดับครูของเราที่ยังอ่อนแอแพ้กระแสความเสื่อม เหล่านั้นด้วย
ที่เด็กๆ เป็นเช่นไรในวันนี้ ก็เพราะพ่อแม่ ครู และผู้ใหญ่ในสังคมของเราเป็นเช่นนั้นนั่นเอง...
สำหรับท่านที่ดีงามและใคร่ครวญตรวจสอบตน ขัดเกลาตนเอง และกระทำในสิ่งที่มีคุณค่าเบื้องหน้าภารกิจชีวิตอยู่แล้วก็มิอาจท้อถอย ต้องเคี่ยวกรำให้หนักยิ่งขึ้น ทั้งกับตนเองและสรรพสิ่งอันเป็นเหตุปัจจัยแวดล้อมชีวิต
ครูตาและครูตุ๊กแกสบายดีนะครับ ทำงานที่เชื่อมั่นว่าดีงามให้มีความสุขทุกขณะ เท่านี้ก็วิเศษสุดแล้วของการมีชีวิต...ขอเป็นกำลังใจให้ตลอดไปครับ
.
บุญรักษา
.
ครูกานท์
ทุ่งสักอาศรม
.
ปล. ๑-๗ มิถุนายน นี้ ครูกานท์ก็จะเดินทางไปจัดค่ายอบรมครูใกล้ๆ บ้าน "ครูตา" คือที่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดตาก และที่โรงเรียนตากสินราชานุสรณ์
.
.
เป้นเหมือนกันทุกที่เลยนะคะครู เด้กที่บ้านดอยของหนูเขายังเล่าประเพณีงานศพที่บ้านให้ฟังว่า ทุกคืนต้องมีการเล่นการพนันเพราะถือว่าจะได้อยู่เป็นเพื่อนเจ้าของงาน ครั้นพอถามต่ออีกว่าเป็นแบบนี้มานานแล้วหรือ ยึดถือเป็นกฏกันเลยหรือ เด็กตอบว่าไม่ เมื่อก่อนไม่มีแต่เดี๋ยวนี้ต้องมี เห็นไหมคะ การกระทำของผู้ใหญ่บางกลุ่มนั้นปลุกฝังค่านิยมผิดๆให้กับเยาวชนแล้ว นี่ขนาดว่าอยู่บนดอยนะคะครูน่าสงสารอนาคตของประเทศชาตินะคะ
โลกกำลังเคลื่อนไปในเงามืด
ชีวิตเริงร่ำกับความอาดูร
ที่คืบเข้าหา
จิตบอด
...