ผมเคยคิด serious เล็กน้อย เพราะทำ "ใจ" ให้ปรับตัวต่อการเกิดหลักสูตรกิจกรรมบำบัด แห่งที่สองของประเทศไทย ในโครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว
ผมเข้าใจวิสัยทัศน์ของผู้บริหารโครงการจัดตั้งฯ และมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตนักกิจกรรมบำบัด...วิชาชีพที่กำลังขาดแคลนอย่างมากในประเทศไทย ลองคลิกอ่านรายละเอียดที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/92038
ในบทความจาก นสพ. ผู้จัดการ ที่ช่วยลงข่าว ข้างล่าง

จำได้ว่านักข่าวได้รับข้อมูลจากอาจารย์และนักกิจกรรมบำบัดอย่างสมบูรณ์ ไม่แน่ใจว่าบรรยากาศของส่วนงานที่อยู่ภายในตึกคลินิกกายภาพบำบัด โครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ อาจทำให้นักข่าวเขียนข่าวสลับกันว่านักกายภาพบำบัด (Occupational Therapist) จริงๆ ก็มีเสียงจากนักกิจกรรมบำบัดไทยหลายคนที่ทักท้วง ผมก็ได้แต่บอกว่า นักข่าวอาจรีบเขียน...เลยไม่มีเวลาตรวจสอบคำ จากนั้นผมจึงนำมาร้อยเรียงใน Blog โดยพิมพ์คำว่า นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) แทน
พอหลักสูตรเปิดรับนักศึกษา ผมก็ต้องพยายามปรากฎตัวทุกครั้งในวันพบผู้ปกครอง วันปฐมนิเทศนักศึกษา งานออกชุมชน ฯลฯ เคียงข้างอาจารย์หลักสูตรกายภาพบำบัด ด้วยเหตุผลสำคัญสองประการ ได้แก่
- สร้างความเข้าใจว่าโครงการจัดตั้งคณะฯ นี้มี 2 หลักสูตรระดับปริญญาตรี คือ กายภาพบำบัด และกิจกรรมบำบัด
- สร้างความเข้าใจว่านักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดเป็น 2 วิชาชีพทางการแพทย์ที่สำคัญและสามารถแสดงตัวอย่างของการศึกษาร่วมกันระหว่างสองวิชาชีพเพื่อสร้างการทำงานเป็นทีมสุขภาพกับสาขาวิชาชีพอื่นๆ
แต่ "ต้องใช้เวลาในการปรับทัศนคติ...ของการทำงานเป็นทีมระหว่าง 2 วิชาชีพนี้" ประเด็นนี้เกิดขึ้นในหลายหน่วยงานทั่วโลก บางมหาวิทยาลัยก็มี School of Physical and Occupational Therapy คลิกดูที่ http://www.mcgill.ca/spot/
ผมต้องปรับ "ใจ" มากขึ้น ด้วยความเคารพในความเก่าแก่ของโรงเรียนกายภาพบำบัดและในความชื่นชมของผู้บริหารโครงการจัดตั้งคณะฯ ที่มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษากิจกรรมบำบัดขึ้นในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมได้เรียนรู้การพัฒนาหลักสูตรกิจกรรมบำบัดและการบริหารจัดการที่เป็นตัวอย่างที่ดีจากหลักสูตรกายภาพบำบัดแห่งแรกของไทยจนกำลังขยายงานเป็นคณะฯ
ปัจจุบันชื่อคณะยาวๆ ได้ปรับเป็น "คณะกายภาพบำบัด" ตามประกาศของสภามหาวิทยาลัย ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการปรับให้สั้นกระชับและนำเสนอต่อสาธารณชนได้ดีกว่าชื่อเดิม
แต่อาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรกิจกรรมบำบัดคงต้องทำงานหนักขึ้น...ในการนำเสนอ "วิชาชีพกิจกรรมบำบัด" แก่สาธารณชนด้วยความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจของตนเองต่อการเรียนการสอนหลักสูตรกิจกรรมบำบัด แห่งที่สองของเมืองไทย ภายใต้ร่มเงาอันอบอุ่นของคณะกายภาพบำบัด
ผมอยากให้นักกิจกรรมบำบัดไทยทุกคนตระหนักและไตร่ตรอง "คุณค่าแห่งวิชาชีพกิจกรรมบำบัด" จาก "ใจ" ของทุกท่าน และพยายามเข้าใจ/ยอมรับที่มาที่ไปของชื่อคณะกายภาพบำบัด ...


โรงเรียนกายภาพบำบัด ภายใต้ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธฯ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชฯ ได้เสนอโครงการเพื่อจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดครั้งแรกในปี 2535 เพื่อบรรจุในแผน 7ฯ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เสนอโครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดอีกครั้งเพื่อบรรจุในแผน 8ฯ เมื่อปี 2538 ก็fail อีก ด้วยเหตุผลว่าปริมาณงานของสาขากายภาพบำบัดเพียงสาขาเดียวยังน้อยเกินไปที่จะจัดตั้งเป็นคณะฯ จึงเป็นที่มาของการเสนอโครงการใหม่เป็นคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ซึ่งประกอบด้วย 4 สาขาด้วยกัน คือ กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด นันทนาการบำบัด และวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 306 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2542 จึงมีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งโครงการจัดตั้งคณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ขึ้นในสังกัดสำนักงานอธิการบดี จากนั้นเป็นต้นมาคณะก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และเปิดหลักสูตรกิจกรรมบำบัดในปี 2551 โดยมีความฝันที่จะเห็นความผูกพันระหว่างสาขาวิชาชีพกายภาพบำบัดกับสาขาวิชาชีพกิจกรรมบำบัดตั้งแต่เขาเป็นนักศึกษาและเติบโตมาด้วยกันจนทำงานเป็นทีมสุขภาพเพื่อให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน มีความหวังว่าพี่ใหญ่อย่างกายภาพบำบัดจะช่วยประคับประคองหลักสูตรกิจกรรมบำบัด เอาอดีตเป็นบทเรียนแล้วช่วยสร้างนักกิจกรรมบำบัดรุ่นใหม่ให้ทันต่อความต้องการของสังคมที่นับวันแต่จะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น สังคมที่มีแต่ความเครียดมากขึ้นจนคนมีสุขภาพจิตที่เสื่อมลง ประชาชนทุกวัยจะได้รับการบำบัดด้วยกิจกรรมอย่างมีเป้าประสงค์สอดคล้องกับปัญหาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่แล้วเค้ารางแห่งฝันร้ายก็เริ่มขึ้น ทำไมแค่ชื่อคณะที่คิดว่ายาว เมื่อจะตัดให้สั้นขึ้นถึงได้ลืมกิจกรรมบำบัด และถ้าชื่อคณะกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด เหมือน School of physical and occupational therapy ของ McGill University ในคานาดา ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี และถ้าพี่ใหญ่สนับสนุนสาขาOT ให้เติบโตไวๆ ก็จะได้แยกออกเป็นคณะกิจกรรมบำบัด ด้วยความสำนึกในบุญคุณของสาขากายภาพบำบัด ตลอดไป
รศ. ชนัตถ์ อาคมานนท์
มหาวิทยาลัยมหิดล
สวัสดีค่ะ อ.ป๊อบ
เพิ่งได้มีโอกาสเข้าไปดูเวปบอร์ดของ www.otinthailand.org
ถึงได้เห็นกระทู้ที่อ.ป๊อบได้โพสต์ไว้
เรื่องสนใจเป็นอาจารย์ OT มหิดลน่ะค่ะ
ก็เลยอยากจะถามว่า
ถ้าจบโอทีแล้วเรียนต่อสาขาอื่นที่ไม่ใช่โอทีพอจะได้มั้ยคะ
โอทีของเรามันไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจริงๆค่ะ
ไม่เหมือนพีที
โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างจังหวัด เค้าเรียกกันไม่ถูกเลยค่ะ
โดยส่วนตัวแล้วอยากให้งานโอทีแพร่หลายกว่าในตอนนี้มากๆ
เพราะดูเหมือนโอทีจะเป็นที่รู้จักหรือว่ากระจุกตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ๆเท่านั้น
ตามต่างจังหวัดยังมีโรงพยาบาลที่มีแผนกโอทีน้อยมาก
ถ้าเรามีการผลิตนักกิจกรรมบำบัดที่มีคุณภาพมากขึ้น
ก็อาจจะทำให้โอทีของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้นก็ได้ค่ะ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ชนัตถ์มากครับ
ได้ครับน้องโอที เราสามารถเรียนอะไรก็ได้ที่รับวุฒิ วทบ อาจเปลี่ยนแนวอื่นนอกเหนือจาก OT ครับ
ตอนนี้ก็คงต้องปรับตัว ปรับใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่มาทำงานที่คณะกายภาพบำบัดและวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ตัวเองก็รู้สึกแปลกใจที่ชื่อคณะยาวมาก ถึงแม้สาขากิจกรรมบำบัดที่อยู่ในคณะนี้มีจะยังไม่มีความชัดเจน ยังไม่ได้รับนักศึกษา ตนเองได้แต่เข้าใจเอาเอง ว่าเราคงอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวประยุกต์ ซึ่งก็ยังทำให้คนอื่นได้รู้ว่ามีสาขาอื่นอยู่ในคณะนี้ด้วย
เพราะตั้งแต่ในอดีต กิจกรรมบำบัด ซึ่งมีบุคลากรน้อย มีที่ผลิตเพียงที่เดียวของประเทศไทย โดยรวมทั้งประเทศยังมีไม่ถึงพันคน แต่สังคมมีความต้องการที่มากขึ้นในทุกวัน
นักกิจกรรมบำบัดได้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักกายภาพบ้าง เป็นครูบ้าง ซึ่งเราเองก็ต้องเพิ่มการอธิบายให้คนอื่นเข้าใจถึงความแตกต่างและบทบาทของนักกิจกรรมบำบัดอยู่ตลอดมา การเปลี่ยนชื่อคณะในครั้งนี้ ในฐานะอาจารย์ที่สอนว่าที่นักกิจกรรมบำบัดก็คงต้องทำความเข้าใจกับนักศึกษาและบุคคลภายนอกมากขึ้น รวมทั้งยังต้องไปสู่เป้าหมายคือสร้างนักศึกษากิจกรรมบำบัดที่มีคุณภาพ สามารถออกไปเสนองานกิจกรรมบำบัดที่ทำให้คนอื่นยอมรับ และทำงานร่วมกับคนอื่นในทีมสหวิชาชีพได้ แบบเคารพซึ่งกันและกัน เห็นใจผู้อื่น เสียสละ ยึดประโยชน์ของผู้รับบริการมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่เอาเปรียบคนอื่น ซึ่งทีมอาจารย์กิจกรรมบำบัดมหิดลรู้ดีว่า งานหนักกำลังรอเราอยู่ข้างหน้า ซึ่งไม่เพียงแต่เราเท่านั้น แต่เป็นพี่น้องชาวโอทีทุกคนที่จะสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นในวิชาชีพต่อไป
ถึงแม้จะไม่มีใครรู้จักเราในวันนี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครรู้จักเราในอนาคต ตราบใดที่เรายังทำตนเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น คงจะมีสักวันที่เขาจะได้เห็นทองที่ปิดอยู่หลังพระ
ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านในสาขากิจกรรมบำบัดที่มหิดล คณาจารย์ทุกท่านที่มช.อาจารย์ทุกท่านที่เข้าใจและเป็นห่วงเป็นใยต่อวิชาชีพนี้ ที่สอนเราให้มีความอดทน มีความพยายาม และเอาใจเขามาใส่ใจเรา
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกหล่อหลอมให้แกร่งมากขึ้น
สู้ต่อไปค่ะ
ในความฝันของคณะกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดของข้าพเจ้า อยากเห็นการพัฒนาทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกขององค์ความรู้ด้านกายภาพบำบัดและ Movement science ที่เป็นหัวใจของวิชาชีพกายภาพบำบัด สำหรับกิจกรรมบำบัดควรมีโอกาสได้พัฒนาองค์ความรู้และขยายงานด้านกิจกรรมบำบัด นันทนาการบำบัด และ Occupational science พร้อมทั้งประยุกต์ให้เหมาะกับวัฒนธรรมและสังคมไทย ถ้าทั้งสองวิชาชีพ (กายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด) ได้ร่วมกันสานฝัน เราสามารถช่วยกันเติมเต็มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย แต่ถ้าแต่ละวิชาชีพมีความเป็น Professionalism มากเกินไป โดยไม่คำนึงถึง Populationalism ก็เท่ากับเราทำให้คนไทยเสียโอกาสที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพที่สมบูรณ์โดยเร็ววัน.........อาจไม่ทันถึงในวันที่เราทุกคนต้องเจ็บป่วยและแก่เฒ่า และจำต้องใช้ชีวิตอย่างขาดคุณภาพตามผลกรรมที่เราได้ก่อขึ้นด้วยความเห็นแก่ตัวในวัยทำงานที่เราควรมีความเสียสละและเอื้อเฟื้อให้แก่คนในสังคม
28 พค 52
รศ. ชนัตถ์ อาคมานนท์
มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณ อ.ชนัตถ์ และ อ. อ้อม มากครับ
เข้ามาแสดงความคิดเห็นตั้งแต่เมื่อวาน หายไปไหนไม่รู้ครับ สู้ต่อไปครับอาจารย์ป๊อป
ขอบคุณครับคุณยงยศ
ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่ ๆ OT ทุกคน ที่ ม.มหิดล ด้วยครับ
เชื่อมั่นว่า ไม่ว่า ชื่อคณะจะเปลี่ยนไปอย่างไร
สิ่งสำคัญคือ เอกลักษณ์ของวิชาชีพ ที่พร้อมจะทำงานให้กับสังคม
เป็นที่พึ่งอันอบอุ่นของประชาชนที่มั่นใจได้ครับ
Cheers!
ขอบคุณครับน้องสุภัทร
ตอนแรกดีใจมากที่มี "กิจกรรมบำบัด" เปิดเพิ่มขึ้นอีกที่
วิชาชีพกิจกรรมบำบัดจะได้พัฒนามากขึ้น
...ถ้าจะกล่าวถึงชื่อ "กิจกรรมบำบัด" กับ "กายภาพบำบัด"
ถ้าใครไม่เคยได้ยินมาก่อนคงติดกับคำว่า "กายภาพบำบัด"
ถามว่าชื่อสำคัญไหม..
ในความคิดเห็น..ก้อสำคัญนะค่ะ จะได้บอกความเป็นตัวเอง
แต่เมื่อใดก้อตามเราไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมได้..
..เราจงพยายามมีจุดยืนของเรา..และแสดงให้เขาเห็นถึงความแตกต่าง
ระหว่าง "กิจกรรมบำบัด" กับ "กายภาพบำบัด"
ยังงัยก้อเป็นกำลังใจให้พี่ป๊อปและน้องๆ OT มหิดล
สู้ต่อไปนะค่ะ
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจจากน้อง Aoi
อาจารย์ป๊อปต้องสู้ต่อไปนะ
เพราะอาจารย์ยังมีพวกเรา นักศึกษาOT
ขอบคุณมากครับและให้กำลังใจน้องนักศึกษา OT
รุ่นพี่หลายๆรุ่นเป็นตัวอย่าง เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานด้านกิจกรรมบำบัด เห็นพวกพี่หลายคนพยายามทำงานเพื่อกิจกรมบำบัด ต่อสู้หลายอย่าง ผมอยากเป็นเหมือนอย่างรุ่นพี่ อยากเก่ง อยากร่วมพลัง อยากรักษาดูแลวิชาชีพ ที่ทำให้ผมเป็นผู้ช่วยเหลือคนในสังคม หลายครั้งที่เหนื่อย ท้อ เสียใจ เบื่อ ร้องไห้ ด้วยเรื่องต่าง ๆ แต่พอหันไปมองข้างบนเห็นพี่ๆโอทีทำงานกันหนักมาก เพื่อน้องโอทีในอนาคต เพื่อโอทีที่ทำงานทั่วเมืองไทย ความเหนื่อย ท้อแท้ ก็หายไป มีแต่กำลังกายกำลังใจเข้ามาแทนที่ ผมและเพื่อนๆในรุ่น OT 23 ยังคงเป็นกำลังใจให้เสมอ ปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ ปัญหาที่บั่นทอนกำลังใจ เชิดใส่เลยครับ ไม่ต้องสนใจ
หนึ่งชาย วีน cmu 45
อดีตประธานหอพักนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ ปี 2549
(ตอนนี้ไม่มีหอนั้นแล้ว เศร้ามากๆ )
ขอบคุณมากครับน้องหนึ่งชาย เป็นกำลังใจให้น้องเช่นกันในการทำงานเพื่อพัฒนาวิชาชีพกิจกรรมบำบัด
อ.ป๊อบคะ
หนูเป็นคนหนึ่งที่ติดตามสาขากิจกรรมบำบัด มาตลอด เพราะมันน่าสนใจ ถึงมาจะมีแล้วสามสิบกว่าปี แต่มันก้อยังดูใหม่มากสำหรับประเทศไทย
ขนาดกายภาพบำบัดที่มีมาแล้วสี่สิบปี ยังดูเหมือนเพิ่งเปิดมาไม่นานเลยค่ะ ชาวบ้านยังไม่รู้จัก กายภาพดี เพิ่งจะมาปีนี้หนูค่อยมีคนถามลดลงว่า กายภาพบำบัด เรียนไปทำอะไร
สำหรับหนู ถึงแม้ว่าชื่อคณะเราจะถูกตัดลงไป แต่ความสัมพันธ์ของPT และ OT ของหนู ไม่เคยลดลงเลย หนูไม่เคยลืมคำว่ากิจกรรมบำบัดไปจากใจ เป็นสาขาที่ละเอียดมากๆเลยค่ะ เข้าลึกถึงความคิดความรู้สึกทั้งกาย และใจ
คณะ มีชื่อสั้นลง แต่ทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม
นศ.แทบทุกชั้นปีที่หนูได้มีโอกาสพูดคุย ต่างเคืองทั้งนั้น ว่าทำไมสภา มาตัดชื่อ คณะเราเนี่ย งงมาก แต่ก้อทำอะไรไม่ได้ ทำไมไม่เปลี่ยนเป็นคณะกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ก้อเดาเอาว่าอาจจะโดนค้านมาได้ว่า ถ้าเราเปิดหลักสูตรอื่นเพิ่มอีก เราต้องต่อชื่อยาวไปอีกมั้ย
กลัว OT จะน้อยใจ มากๆ
การที่หนูได้ไป ขึ้น ward ที่ตึกคณะที่ปิ่นเกล้าทำให้หนูได้เห็นอะไรๆ มากขึ้นเข้าใจว่าPTและOTทำงานต่อเนื่องกันอย่างไร
และที่สำคัญหนูเชื่อว่า OT จะต้องก้าวต่อไป อย่างสวยงามแน่นอน ในม.มหิดล
ทุกอย่างต้องอาศัยเวลา มากขึ้นๆๆๆ ทุกอย่างก้าวไป
เดี่ยววันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ หนูต้องไปแล้ว
สู้ๆนะคะอ.
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากนักศึกษากายภาพบำบัด ม.มหิดล ที่มีความรู้สึกที่ดีถึงการทำงานเป็นทีมระหว่างกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด
edit นะคะ PT มีมาเป็นปีที่ 46 ค่ะ