ตอนที่ลงมือลองทำนะคิดแต่ว่าจะได้เพียงแค่นี้ แต่เอาเข้าจริงพอลงมือทำไปแล้วกลับได้มากกว่าที่คิดอีกแน่ะ

13-15 พฤษภาคม 2552 คือช่วงเวลาที่ทีมเรากำหนดขึ้นเพื่อคุยกับบรรดาแมวมองจากจังหวัดต่างๆ ตอนที่เซ็ทวันขึ้นนั้น เราได้สืบค้นว่ามีใครมั๊ยที่รู้จักตัวชี้วัดงานเบาหวานที่ถูกกำหนดขึ้นมาให้ใช้อย่าง TCEN ปรากฎว่าถามกันไปมา ไม่ใคร่พบว่าจะมีคนบอกว่ารู้ สำหรับในกระบี่เองหน่วยงานที่ทำงานระดับนโยบายก็ตอบเราว่าไม่รู้จัก แล้วจะทำยังไงดีนะนี่ จึงจะได้รู้จักทั่วกันในกระบี่  เราจึงคุยกันว่างั้นในช่วงที่เราจะคุยกับแมวมอง  เราจัดเวลาของวันที่เราจะคุยกับทีมรักษาเบาหวานจากหน่วยงานอื่นๆในกระบี่ได้รู้จักตัวชี้วัดตัวนี้กันให้ต่อช่วงไปเลยน่าจะดี  จังหวัดต่างๆที่สนใจจะรู้จักมันก็จะได้เดินทางมากันรวดเดียว  คิดอย่างนี้แหละเราจึงเชิญไปยังร.พ.ที่ชวนไว้ว่าใน 3 วันที่เราจัดเวทีคุยนั้นจะมีการชี้แจงเรื่องการใช้ TCEN ด้วย หนังสือเชิญเราก็ออกจากร.พ.กระบี่นี่แหละ ไม่ได้โอนไปให้สปอนเซอร์ทำให้หรอก

วันหนึ่งขณะนั่งทำงานก็มีโทรศัพท์กริ๊งเข้ามาจากผู้ประสานงานของสปอนเซอร์นัดหมายมาว่าขอเชิญให้เข้าไปกรุงเทพฯเพื่อคุยกันในเรื่องที่เคยเล่าว่ายังมีข้อมูลไม่พร้อมสำหรับการจัดการให้เกิดงานตลาดนัดเบาหวานภาคใต้ รวมทั้งจะให้รับรู้เรื่องการเตรียมจัดงาน มหกรรมเบาหวานระดับประเทศในวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 ด้วย ฉันตั้งใจจะเดินทางไปภาคกลางอยู่แล้วเพื่อเยี่ยมลูกสาว  จึงรู้สึกว่าคล่องตัวและโชคดีที่จะได้เดินทางรวดเดียว ไม่ต้องเทียวขึ้นเทียวลงหลายรอบ

เมื่อถึงเวลาเดินทางก็ปรากฏว่าได้เดินทางรวดเดียวเกือบเต็มสัปดาห์ เริ่มจากวันอาทิตย์ไปยังอุทัยธานี็เพื่อเี่ยี่ยมลูกสาวที่ฝึกงานอยู่ที่ร.พ.อุทัยธานี เดินทางไปที่นั่นโดยรถตู้ถึงก็เย็นแล้ว ทีแรกกะว่าจะค้างกับลูกสาวแค่คืนเดียวแล้วกลับมานอนกรุงเทพฯ แต่การเดินทางดูเหมือนใช้เวลาไม่มาก เดินทางมากรุงเทพฯเช้าก็ยังทันประชุม จึงเปลี่ยนใจอยู่กับลูกสาวซะ 2 คืน

รุ่งขึ้นแต่เช้ามืดของวันที่ 5 พฤษภาคม เดินทางมาประชุมที่ร.พ.เปาโลตามนัดหมาย  ที่ว่าเดินทางรวดเดียวเกือบเต็มสัปดาห์ก็เพราะว่า เสร็จจากประชุมที่ร.พ.เปาโลแล้ว ฉันยังมีรายการรอประชุมเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อีก 3 วัน วันกลับจึงเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์พอดี สัปดาห์นี้ก็มีวันหยุดยาวต่อกัน 4 วัน เจ้าลูกสาวฉวยโอกาสอันดีนี้ กลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมแม่ซะเลย

การประชุมดำเนินไปที่ร.พ.เปาโล สะพานควาย เป็นครั้งแรกที่ฉันเหยียบเข้าไปยังร.พ.แห่งนี้อย่างจริงจัง เป็นร.พ.ที่ทันสมัยน่ามาเยือนแห่งหนึ่ง เดินดูรายชื่อแพทย์ประจำแล้วทึ่ง มีจำนวนมากมายเลยเชียวแหละ เมื่อขึ้นลิฟท์ขึ้นไปถึงชั้นห้องประชุม อาจารย์อารยาได้รอต้อนรับอยู่แล้ว อาจารย์น่ารักจริงๆ อุตส่าห์มารอต้อนรับด้วยตัวเอง  ต้อนรับขับสู้ชวนดื่มเครื่องดื่มให้หายเหนื่อย ขอบคุณนะค่ะที่ให้เกียรติเด็กๆขนาดนี้ ขอบคุณค่ะอาจารย์ขา เด็กชื่นใจที่ได้เจอผู้ใหญ่น่ารักนะค่ะ

รอกันไม่นานผู้ร่วมประชุมก็ทะยอยกันมา คุยปรึกษาหารือเรื่องการจัดมหกรรมเบาหวานที่กรุงเทพฯ และทวนสอบเวลาจัดประชุมตลาดนัดเบาหวานของแต่ละภาค รับรู้การบ้านเรื่องช่วยกันหาเรื่องดีๆไปนำเสนอในงานมหกรรมเบาหวานระดับประเทศในเดือนสิงหาคมนี้ ช่วยกันเป็นแมวมองหาผู้เชี่ยวชาญที่มี explicit knowledge ในด้านต่างๆที่ต้องใช้กับแผนการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงมาร่วมงาน ช่วยกันแบ่งงาน-รับงาน  ตกลงธีมของงานในบางมุมแล้วจึงแยกย้ายกันกลับ

เมื่อถึงวันเปิดทำงานหลังหยุดยาวซะ 4 วัน สามสาวก็ี่ทวนสอบเรื่องราวที่ดำเนินการไปแล้วด้วยกัน เหลืออีกวันเดียวก็ถึงวันนัดหมายประชุมกับร.พ.ต่างๆที่เชิญไว้  สาวๆ 2 คนในทีมมาปรึกษาว่า เชิญร.พ.ไปหลายโรง มีี่ตอบมาว่าสามารถมาร่วมได้นะีน้อยโรง โรงที่มาไม่ได้เขาอยากมาแต่ติดงานรับพรพ.บ้าง ติดการประเมินคุณภาพทางการพยาบาลบ้าง ติดไปราชการซ้อนบ้างหลายแห่ง  หวั่นใจว่าจะมีคนมาประชุมด้วยน้อยอยู่เหมือนกันนะ  แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วตั้งใจแล้วนัดหมายแล้ว แล้วใจมันเชื่อมั่นว่ามีคนสนใจในเรื่องราวที่เราเชิญไปอยู่นะ บางที่่อาจจะตอบรับเรามาไม่ทัน การเดินหน้าต่อเรื่องการประชุมที่นัดไปแล้วจึงเป็นเรื่องควรทำต่อไป

วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 เช้าวันแรกไม่ผิดหวัง ที่มีแมวมองสาวสวยมาแต่เช้าตั้ง 2 คนให้ดีใจ น้องมด สาวสวยจากร.พ.หลังสวนมาถึงเป็นคนแรก มาแบบเดี่ยวคนเดียวมาเลยนะนี่ เก่งจริง อีกคนคือน้องโอ สาวตาคมหน้าหวานจาก ร.พ.สตูล คนนี้ ขอตัวมาจากผอก.ที่เป็นเพื่อนกัน ซึ่งเขามาเยี่ยมร.พ.ก่อนหน้านี้ราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน แล้วเขาก็ยินดีส่งคนมาร่วม ชอบใจจริงๆเพื่อนคนนี้ขออะไรได้หมด ขอเอ่ยนามไว้หน่อยด้วยความขอบคุณ ขอบคุณนะค่ะนายแพทย์ธีรชัย เอื้ออารยาภรณ์ ผู้อำนวยการร.พ.สตูลที่เอื้อให้ลูกน้องมาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกระบี่ 

คุยกันทำความรู้จักกันไปจนใกล้ 3 โมงเช้า ก็มีร.พ.อีก 2 โรงทะยอยมาสมทบ คือ ร.พ.ชัยบุรี มีน้องต้อยกับน้องดีมาด้วยกัน แล้วมีน้องบลและน้องแสนจากร.พ.ตรังตามมาติดๆ  แล้วอีก 2 โรงก็โทรส่งข่าวเข้ามาว่าจะมาช้าสักหน่อย

ช่วงแรกเริ่มต้นทำความรู้จักกัน ฉันเกริ่นเล่าที่มาที่ไปของการนัดหมายมาคุยกัน เล่าไปว่ากระบี่รับหน้าเป็นแกนหลักในการช่วยทำความเข้าใจเรื่องราวของการจัดตลาดนัดความรู้ภาคใต้ซึ่งจะจัดที่กระบี่ในเดือนหน้า และมีเรื่องที่จะขอความช่วยเหลือในการนำเรื่องราวมาร่วมแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายกัน เมื่อทำความเข้าใจความหมายของตลาดนัดความรู้ในตอนแรก ดูเหมือนหลายคนจะงงๆกับมัน ต่างก็พากันออกตัวว่า ไม่มีสินค้าดีอะไรจะนำไปขายได้

ฟังแล้วเป็นไปตามคาด ไม่รู้คนใต้จะเป็นอย่างนี้กันหมดทุกคนรึเปล่า ที่มีดีแล้วมักจะถ่อมตัวว่าไม่มีดีอะไร อยู่ร่ำไป เพื่อให้แมวมองเข้าใจว่าสินค้าที่ต้องการให้นำมาในตลาดนัดนั้น เป็นสินค้าที่หน้าตา่ดูดีเป็นอย่างไร พวกเขาจะได้กล้าที่จะนำมันมาขาย มันก็ต้องลองแสดงสินค้าแบออกมาให้พอเห็นหน้าตาสินค้านั้นว่าไม่ได้ต้องการอะไรที่หน้าตาหรูหราหรอก ฉันจึงเริ่มต้นการเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยการลองเล่าเรื่องคนไข้ของฉันให้ฟังก่อนหนึ่งเรื่อง ฟังแล้วเขาก็อ๋อสินค้าอย่างนี้เอง พอเข้าใจแล้วฉันก็ให้แต่ละคนร่วมกันฝึกฟังก่อนเล่า ภาคเช้าพวกเขาจึงได้ฝึกการฟังเรื่องเล่าจากทีมงานของกระบี่ก่อน และบางคนได้ลองฝึกแบสินค้าออกมาขาย

ในทีมของกระบี่ก็ได้ตัวน้องทันตแพทย์ เภสัชกร น้องพยาบาลจากจิตเวช และน้องจากโภชนากรมาร่วมวงคุยเล่าให้รู้จักการเล่าเป็นน้ำจิ้มก่อนรอบหนึ่ง  ทีนี้ก็ง่ายขึ้นแล้วสำหรับแมวมองว่าเรื่องเล่านี้ไม่ได้มีอะไรมากมาย ฉันชวนให้เขาแลกเปลี่ยนกันว่าฟังแล้วมีเอ๊ะอะไรรึเปล่า ย้ำไปว่าไอ้เอ๊ะนี่แหละที่สำคัญเพราะว่านั่นแปลว่าเราเริ่มรู้จักคุณค่าของสินค้าที่คนเล่าเรื่องเขาใส่ตะกร้ามาให้เลือกแล้ว และการซื้อขายจะเริ่มขึ้นต่อมาเมื่อมีการสนทนากัน เล่ากันไปได้ไม่กี่เรื่องก็มีสมาชิกใหม่มาสมทบ น้องจิ๋มจากร.พ.ท้ายเหมืองนะเอง น้องคนนี้มาถึงใช้ได้ทีเดียวละค่ะ มีความเป็นบุคลากรที่มีหัวใจเป็นมนุษย์สูงเชียว เธอเล่าเรื่องของป้าหุ้ยให้เราฟัง เรื่องราวของป้าหุ้ยเป็นยังไง รออ่านต่อไปละกันนะค่ะ

เมื่อมีคนมาสมทบใหม่ จำเป็นที่ฉันจะต้องทำให้ทุกคนมีความเข้าใจเรื่องราวในระนาบและระดับเดียวกันเพื่อให้ร่วมทางไปทันๆกัน ฉันจึงยอมใช้เวลาท้าวความกลับไปยังเรื่องราวที่ได้คุยไปกับคนที่มาก่อนหน้าแล้วอีกรอบหนึ่ง ฉันว่าการพูดซ้ำได้ประโยชน์นะ ฉันว่า้แมวมองทุกคนเข้าใจประเด็นที่กำลังจะลงมือช่วยเหลือในการหาสินค้าเข้ามาในตลาดนัดของกระี่บี่เดือนหน้าดีขึ้นอีก  เที่ยงเราพักกินข้าวด้วยกันที่หน่วยโภชนาการของร.พ.กระบี่นี้เอง

รอบบ่ายเริ่มทำงานกับเรื่องเล่ากันต่อ ทำความเข้าใจร่วมกันถึงการเล่าเรื่องและสิ่งที่คาดหวัง ทำความรู้จักคุณอำนวย คุณลิขิต และทวนความรู้เกี่ยวกับ KM เท่าที่ฉันพอจะมีความรู้ เผื่อว่าน้องๆกลับไปร.พ.ของตนจะได้กล้าใช้มันในงานของตน  วันแรกเราเลิกกันแค่สี่โมงเย็นเพื่อให้น้องต้อยและน้องดีจากร.พ.ชัยบุรี สามารถเดินทางกลับไปอยู่เวรบ่ายได้ทัน  คนที่ค้างคืนที่กระบี่ต่างแยกย้ายกันไปหาที่พักค้างนอนในตลาดกระบี่

ก่อนแยกย้ายกันกลับ ฉันได้ลองนำเอาตารางอิสรภาพที่ทำขึ้นไว้ของกระบี่มาให้น้องๆประเมินร.พ.ตนเองส่งคืนมาให้ คิดว่าจะนำมาลองทำธารปัญญาเปรียบเทียบให้เห็นในวันรุ่งขึ้น แต่น้องๆขอเวลาที่จะนำกลับไปทำเป็นการบ้าน ขอนำมาส่งในวันรุ่งขึ้นก็เลยหยวนกัน ในใจคาดเดาว่าน่าจะไม่ได้นำมาใช้ทำธารปัญญาเพื่อดูด้วยกันในวันรุ่งขึ้น  ซึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะว่าแก่นของเรื่องราวใน 3 วันนี้ไม่ได้อยู่ที่ธารปัญญา แต่อยู่ที่ความเข้าใจในการไปค้นหาคุณกิจผู้สามารถมาให้ตะหาก