สรรพสิ่ง เมื่อมาอยู่ในฉากเดียวกัน ก็ย่อมเป็นส่วนประกอบของกันและกัน

  จริงหรือ ที่คนที่เราติดต่อสื่อสารกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นผู้มีตัวตนจริงๆ เคยแอบคิดกับคนบางคนว่า เขาอยู่ในโลกเดียวกับเราหรือเปล่า ไม่เคยเห็น ไม่เคยพบ แล้วจะให้คิดว่าอย่างไร

 แต่นั่นก็ไม่ใช่สาระสำคัญ ของการจะอยู่หรือไม่อยู่ในโลกเดียวกัน เพราะบางครั้ง เรากลับทำสิ่งดีต่อกัน ได้มากเสียยิ่งกว่าผู้ที่ใกล้ชิด อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเสียอีก

 เขาว่าคนต้องมีกรรมผูกพันต่อกัน ทางโคจรจึงจะมาบรรจบกัน กระแสดึงดูดจะมีอานุภาพรุนแรงเป็นพิเศษ  และหนีกันไม่พ้น ก็สุดแต่ใจเรา ว่าจะเลือกทำกรรมดีต่อกัน หรือกรรมที่เป็นทุกข์ต่อกัน ขึ้นชื่อว่ากรรม เมื่อลงมือทำ ย่อมมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ

 

เหมือนมีวัตถุ มีแสง ก็ย่อมเกิดเงาสะท้อน

 

และสรรพสิ่ง เมื่อมาอยู่ในฉากเดียวกัน ก็ย่อมเป็นส่วนประกอบของกันและกัน

อาจจะส่งเสริมให้สวยงามขึ้น หรือทำให้ภาพนั้นน่าชังก็ได้

เรามักเชื่อในสิ่งที่สัมผัสได้ ใกล้ชิด ว่ามีจริง

 แต่สิ่งที่แยกรายละเอียดไม่ได้ด้วยสายตา

เราก็มักมองเป็นแค่ภาพลวงตา หรือจินตนาการเท่านั้น

การสิ้นสุดของบางสิ่ง อาจหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ของบางอย่างก็ได้

เมื่อโลกต่างประกอบด้วยธรรมชาติ ที่หลากหลาย แตกต่างกันไป

เราก็อย่าได้สงสัยเลย ว่าบางสิ่งที่เราสัมผัสนั้น จะอยู่แห่งใดของโลก

อย่าคิดว่าเป็นสิ่งแปลกประหลาด

เพราะในสิ่งที่เราเห็น ย่อมมีความซับซ้อน ซ่อนบังกัน จนมองไม่เห็นตัวตน ก็มากมาย และเราก็อาจกำลังถูกซ่อนบัง จนบางคนหาเราไม่เจอก็ได้เช่นกัน