โลกนี้มิได้เต็มไปด้วยความมืดมิดเพียงด้านเดียว มันยังมีอีกด้านหนึ่งพอมีแสงสว่างส่องให้เราเห็นความหวัง

มันเป็นเรื่องแปลกสำหรับชีวิตคนเรากว่าจะพบกับความฝันอันเป็นจริงได้นั้นต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมาย บางคนค้นพบตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ของวัยหนุ่มสาว บางคนเพิ่งเจอเอาตอนบั้นปลายของชีวิต  แต่บางคนพบแต่ความว่างเปล่า  และจบชีวิตลงอย่างหาคุณค่าอะไรไม่ได้เลย

โลกนี้มิได้เต็มไปด้วยความมืดมิดเพียงด้านเดียว  มันยังมีอีกด้านหนึ่งพอมีแสงสว่างส่องให้เราเห็นความหวัง  บางครั้งคนเราอาจจะมีความมืดมน คือมีความเชื่อในความคิดว่าตัวเอง ทำไม่ได้ เพราะมันเป็นตัวปิดกั้นหนทางแห่งความสำเร็จในชีวิตของคนเรา ชีวิตคนเราเปรียบเสมือนการเดินทางมันเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป ยึดถือความสมดุลและความมีเหตุมีผล คือพยายามหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป เรียกง่าย ๆ ว่า ยึดทางสายกลาง เพราะการใช้ชีวิตอย่างมีความสมดุลจะนำพาไปสู่ความสำเร็จ โดยยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานแห่งความรักเป็นหลักสำคัญ  พยายามควบคุมความคิดให้คิดถึงแต่สิ่งที่ดีงาม ทำจิตใจให้ชุ่มฉ่ำมีแต่แนวสร้างสรรค์  แค่นี้ชีวิตก็จะมีแต่ความสงบและร่มเย็นเหมือนการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกด้วยมือของตัวเอง  อย่าลืมว่าชีวิตคนเราจะไม่ได้อะไรหรอก หากไม่ลงทุนทำอะไร  หากจะมองในอีกมุมหนึ่งชีวิตก็เปรียบได้กับการสร้างอาคาร  แบบแปลนของชีวิตเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวง  ดังนั้นใครก็ตามที่ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอยไร้ทิศทาง  มักจะพบกับความมืดมนเสมอ  จะเห็นว่าโอกาสที่ดีนั้นมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง  มันจะมาเยือนคุณหลายหนหลายครั้งในชีวิต  แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยเฉลียวใจ  กลับมัวแต่ปล่อยให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยกล้าคิดกล้าทำอะไรมาบั่นทอนความก้าวหน้าให้หมดไปอย่างน่าเสียดาย  เราทุกคนต่างก็มีเวลาเช่นเดียวกับบุคคลอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ  แต่เราจะใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ให้มันคุ้มค่าต่อชีวิตได้อย่างไร  นั่นคือคำถามที่ชวนท้าทายไม่น้อย  หลายคนทีเดียวที่ชอบอ้างว่า ไม่มีเวลา ซึ่งความจริงก็ทำตัวยุ่ง ๆ ไปอย่างนั้นเอง  เลยทำให้ชีวิตสับสนยุ่งเหยิงไปหมด  ดังนั้นเวลาจะเป็นตัวสร้างฐานะให้คุณมหาศาล  ถ้าคุณรู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์   มีคนจำนวนมากต่างรอคอยเวลาอันเหมาะสม  แต่วันเวลากลับล่วงเลยไปทุกที  ดังนั้นอย่ามัวรอโอกาสหรือเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบ ไม่งั้นแล้วคุณจะไม่มีโอกาสทำอะไรเลย  การช่วงชิงชัยชนะในสงครามชีวิตของมนุษย์เรา 

ถ้าดูเบื้องหลังแห่งความสำเร็จทุกครั้งแล้ว  ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่และสำคัญไปกว่า ความคิดและสติปัญญา  เพราะสิ่งนี้คือที่มาแห่งความสมบูรณ์พูนสุข  ความก้าวหน้าในชีวิตทั้งหลายทั้งปวง  คุณลองไม่เปิดรับโลกใหม่ทางความคิดหรือภูมิปัญญาใหม่ ๆ เข้ามาก็เท่ากับว่าคุณได้ปิดกั้นอนาคตไว้ในมุมมืดอันน่าเศร้า

ที่มา : โดย เชาว์ศิลป์  จินดาละออง   

สำนักพิมพ์ อินฟอร์มีเดีย บุ๊คส์