อยู่กับสิ่งที่ต้องการจะได้ ต้องการจะเห็น ต้องการจะเป็น ตั้งแต่ตอนนี้เลย ต้องการจะทำอะไรให้ครอบครัว ต้องการจะทำอะไรให้พ่อแม่. .

  ผมได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งจั่วหัวเรื่องว่า “อ่านหนังสือวุฒิภาวะ แต่คิดไม่ตก” ผมรีบเปิดอ่านทันที ข้อความมีดังต่อไปนี้:

อาจารย์คะ

      มีข้อข้องใจที่คิดไม่ตกค่ะ หนูอ่านงานแปลของอาจารย์เกือบทุกเล่ม ตั้งแต่ “ปัญญาญาณ วุฒิภาวะ อิสรภาพ” แต่ไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไร เพราะยังทำให้บุพการีไม่ดีพอ หนูมีครอบครัวแล้วอยู่ในกรุงเทพฯ พ่อแม่อยู่ต่างจังหวัดบ้านเกิด หนูรู้ว่าพ่อแม่อยากให้กลับไปอยู่ด้วยที่บ้านเกิด แต่ก็ไม่ได้บีบบังคับ ไม่ได้ร้องขอ หนูรู้สึกผิด และคิดเสมอว่า ถ้าตัวคนเดียวคงไม่ยุ่งยากที่จะโยกย้าย  อยากย้อนเวลาถ้าทำได้ก็คงจะไม่สร้างพันธะผูกพันกับใครทั้งสิ้น  นี่เป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในจิตใจหนูเสมอมา หรือว่าหนูรักพ่อแม่น้อยไป หนูมักรู้สึกว่าไม่ได้ทำอะไรให้พ่อแม่เลย และรู้สึกเสียใจเสมอ

อ่านแล้วทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความในใจของผู้ถาม อยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการแชร์อะไรบางอย่างออกมา โดยที่ว่าไม่ได้มีเจตนาต้องการจะแสดงว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้แต่ประการใด บางทีคำแนะนำที่ให้อาจจะสะท้อนเข้ามาในชีวิตผมได้เช่นกัน ผมได้ตอบเมล์กลับไปว่า . . .

สวัสดีครับ คุณ. . . . .

       ตามความคิดของผมแล้ว ไม่มีอะไรจะ "อันตราย" เท่ากับความ "ว้าวุ่นใจ" นะครับ ที่เราว้าวุ่นเป็นเพราะเรามี "มาตรฐาน" อะไรบางอย่างอยู่ในใจ ไม่ว่าจะเรื่อง “การเป็นลูกที่ดี” ที่มีคนพูดกรอกหูเราอยู่ตลอดเวลาว่าลูกที่ดีต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้กับพ่อแม่ ต้องทำเหมือนกับที่คนนั้นทำ และในเวลาเดียวกันก็มีอีกเสียงหนึ่งบอกว่า “ภรรยาที่ดี” ต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในชีิวิตของหลายๆ ท่าน ผมเชื่อมั่นว่าไม่มีทางที่เราจะทำตาม "มาตรฐาน" เหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่าการใช้ชีวิตแบบ Live "up to" อะไรบางอย่าง คือพยายามจะไปให้ถึง "สิ่งที่คาดหวัง" หรือ "มาตรฐาน" ที่ (เราหรือชาวบ้าน) ตั้งไว้

แล้ว "ทางออก" ของเรื่องนี้คืออะไร?

ผมว่าเราต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตของเราใหม่  ไม่ไปเสียเวลาอยู่กับการ    "ตั้งมาตรฐาน" แล้วหันมา "ทำร้าย" ตัวเองด้วยการเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้น กับมาตรฐานที่ตั้งไว้ . . . ที่พูดไปเช่นนี้ ไม่ได้แปลว่าถ้าเช่นนั้นก็คงไม่ต้องไปแคร์อะไร? และก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเลือก please พ่อแม่ หรือสามี (ครอบครัว) ดี? ในชีวิตไม่จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเชิงปรนัย (ก-ข-ค-ง) เช่นนี้

คำตอบน่าอยู่ที่ว่าเราน่าจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตใหม่ ให้เป็นการใช้ชีวิตแบบ Live "into" คืออยู่กับสิ่งนั้นๆ ตั้งแต่บัดนี้ ตั้งแต่ในตอนนี้เลย ไม่ต้องรอคอยอนาคต ไม่ต้องรอ set มาตรฐาน หรือความคาดหวังอะไร อยู่กับสิ่งที่ต้องการจะได้ ต้องการจะเห็น ต้องการจะเป็น ตั้งแต่ตอนนี้เลย ต้องการจะทำอะไรให้ครอบครัว ต้องการจะทำอะไรให้พ่อแม่ ก็ให้ทำทันที ทำได้แค่ไหน? ทำเต็มกำลังแล้วหรือไม่? ก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ ทำจนรู้สึกว่าเรากำลังอยู่กับ "สิ่งนั้น" ตั้งแต่ "ตอนนี้" . . . สิ่งที่สำคัญก็คือต้องหมั่น "ให้กำลังใจ" ตนเอง อย่าำคอยแต่ตำหนิติเตียน อย่ามัวแต่ทำร้าย ทำลายตัวเองด้วยความคิด พยายามตามความคิดให้ทัน (ด้วยการหันมาฝึกสติให้ว่องไว) จะได้ไม่ตกลงไปใน "กับดัก" ของความคิด

นี่เป็นข้อเสนอนิดๆ หน่อยๆ ที่น่าจะลองเอาไปทำดู พอดีผมเพิ่งเขียนเรื่อง  “Live into กับ Live up to” ไว้ใน บันทึกที่แล้ว ก็เลยใช้เป็นคำตอบให้ในวันนี้ แต่จะใช้ได้หรือไม่ ก็ขอให้ทดลองดู ผมจะคอยเป็นกำลังใจให้ และเชื่อมั่นว่าคุณ . . .  จะได้พบกับชีวิตที่สมดุลและลงตัว (ผมเขียนผิดไป นั่นเป็นการเขียนแบบ Live up to จริงๆ แล้วผมต้องพูดว่า . . . "เชื่อมั่นว่าคุณ . . .  มีชีวิตที่สมดุลและลงตัว" ไม่ใช่พูดว่า “จะได้พบกับ. . .” )

ขอให้โชคดีและมีความสุขในชีวิตครับ