บันทึกนี้เป็นบันทึกสบาย ๆ นะครับ

ไม่มีอะไรมากไปกว่าความสบายใจในคืนวันอาทิตย์


ปกติผมเป็นคนชอบฟังเพลง ฟังทุกประเภท
ไม่เฉพาะเจาะจงประเภทใดประเภทหนึ่งแบบรักพี่เสียดายน้องไม่มีทางแน่ครับ
ฟังได้ทุกแนว และผมยังมีคอนเซปส่วนตัวคือยังเป็นเด็กแนวอยู่ตลอดเวลา 5555

และด้วยความที่ผมรักในบทกวี 
เพลงลูกทุ่งจึงมีอิทธิพลสำคัญต่อความรู้สึกของผมเป็นอย่างมาก
จะด้วยการปั้นแต่งตัวอักษรให้เป็นท่วงทำนองที่งดงาม
การจัดรวมกลุ่มของตัวอักษรที่บรรยายถึงความรู้สึก
และบรรยากาศของบทเพลงได้สวยสด
ทำให้จิตใจของผู้ฟังอย่างผมอ่อนโยนยวบเยียบขึ้นมาได้ทันที

อิอิ .. อาทิตย์หน้าผมจะกลับบ้านที่หนองคาย อิอิ ไปกินแกงไตปลาฝีมือแม่
ทำให้ผมนึกถึงเพลง ๆ นี้ ที่ผมชอบฟัง และฟังอยู่เกือบทุกวัน 
ที่ผมฟังเกือบทุกวัน อาจเป็นเพราะว่าเนื้อหาของเพลงนี้
มันโดนเต็ม ๆ ที่หัวใจของคนไกลบ้านอย่างผม
ซึ่งจะว่าไปแล้วด้วยรอยทางแห่งชีวิตทำให้ไม่ได้อยู่ใกล้บ้านเท่าไหร่นัก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ยังต้องหาเวลากลับไปเติมพลังใจที่บ้านอยู่เป็นประจำ
เพลงนี้จึงโดน โดน และโดนใจ ทำให้คิดถึงบ้านทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้

ผมจึงอยากนำเสนอบทเพลงที่งดงามของท่วงทำนอง
ความสวยงามของภาษาและเสียงใส ๆ
ของนักร้องหนุ่มเมืองบั้งไฟ นาม ไผ่ พงศธร ให้ได้ฟังกันทุก ๆ คนครับ
กรุณาฟังอย่างน้อยสองรอบนะครับ
รอบแรกให้หลับตาแล้วฟังแบบสบาย ๆ ใจ 
รอบที่สองให้ลืมตาดูและฟังมิวสิควีดีโอ 
ผมเชื่อว่าทุก ๆ คนที่ได้สัมผัสเพลงนี้จะรู้สึกไม่ต่างจากผมเลยครับ

ลมหนาวลูบข้าวรวงไหวลู่ตามแรง
ตะวันโอบแสงกอดผืนนาปลายฟ้าหน้าหนาว
กลับมาเหยียบยืนบนผืนแผ่นดินบ้านเดิมของเรา
กลิ่นหอมของอ้อมรักเก่า ได้มาแนบเนาก็ยังชื่นใจ

ไปเพื่อขายแรงงาน พลัดบ้านไกลถิ่น
บางวันได้ยินเสียงหัวใจบ่น กับเงาเดือนหงาย
ตื่นเพื่อแข่งขัน หลับเพื่อหยุดฝันถึงวันต่อไป
เก็บเหงากลับมาถามไถ่ ถึงกำลังใจในยามล้าอ่อน

** ก็รู้ว่าเธอ คอยอยู่เสมอทุกลมหายใจ
ก็รู้ว่าใคร สิงสู่อยู่ในหัวใจคนจร
กลับมากอบกำ คำรักทุกคำที่เคยเว้าวอน
ก่อนหวนมหานคร เป็นกรรมกรเหงื่อรินแลกเงิน**

ลมหนาวลูบดวงใจ ให้ยิ่งหนาวหนัก
กุมมือคนรัก อีกไม่นานนักคงต้องห่างเหิน
สองตาสบตา ทวนคำสัญญาหัวใจสะเทิ้น
ปลายฝันที่ยังไกลเกิน เธอจะร่วมเดินสู้ด้วยหรือเปล่า

ปลายฝันที่ยังไกลเกิน เธอจะร่วมเดินสู้ด้วยหรือเปล่า