ลมหายใจเข้าและออก ณ จุดสุดท้ายของสายลมนั้น จะพบว่ามีชั่วขณะหนึ่ง ที่ลมหายใจหยุดนิ่งด้วย
สวัสดีค่ะ
วันนี้วันดี เป็นวันพระใหญ่ มีสิ่งดีๆที่ได้รับในวันนี้ ๒ ประการ
ประการแรกคือ พระอาจารย์อารย วังโส ได้มอบบทธรรม มาให้ชมรมสุขด้วยธรรม ของคุณพลเดช วรฉัตร ที่อยู่ประเทศอินเดีย แต่ผู้เขียนเป็นสมาชิก ที่อยู่ประเทศไทย หมายเลข 010 บทธรรมนี้ ว่าด้วยความสุขที่แท้จริงนั้น เกิดจากการหมดทุกข์ ดังนี้ค่ะ
"สุขใด ไหนเทียบเท่า สุขด้วยธรรม
สุขใด ไหนชี้นำ ให้สิ้นทุกข์
สุขใด ไหนเกินกว่า กล่าวว่าสุข
หากสิ้นทุกข์ จึงกล่าวได้ว่า สุขจริง"
ขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผู้เขียนว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่ได้รับในวันนี้ก็คือ
วันนี้ เป็นวันที่ชมรมโยคะของอ.ศรีราชา มานัดพบเจอกัน เดือนละหนึ่งครั้ง หลังจากฝึกโยคะทางร่างกายแล้ว ด้วยท่าอาสนะ จากนั้นครูกวี คงภักดีพงษ์ ได้สอนการหายใจให้แก่พวกเรา
คนเราเกิดมาต้องหายใจเป็นกันทุกคน และหยุดหายใจไม่ได้ด้วย จนกว่าจะถึงวันสิ้นลมปราณ ใช่ครูกวี กำลังจะสอนปราณยมะ การเรียนรู้ลมหายใจของตัวเอง
ลมหายใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา แต่ก็น้อยคนนักจะเข้าใจลมหายใจของตัวเองอย่างละเอียดอ่อน ซ้ำบางครั้งเมื่อมีครูบาอาจารย์สอนให้เฝ้าดูลมหายใจตัวเอง กลับกลายเป็นสร้างความเครียด มากกว่าจะพบความสงบเสียอีก น่าแปลกใจจริง
เพราะเราไม่เคยเป็นผู้ผู้ดูอะไรอย่างแท้จริง มักจะเอาตัวเอง เข้าไปมีส่วนร่วม จนแยกกันไม่ออก ดังนั้น เมื่อถูกฝึกให้นับลมหายใจ จากที่เคยหายใจปกติ กลายเป็นหายใจผิดปกติขึ้นมาทันที สุดท้ายถึงกับเหนื่อยหอบ สมาธิกระเจิดกระเจิง
วันนี้ครูนำเอาวิชาการฝึกปราณยมะ มาบอกพวกเรา ครั้งแรกครูให้หายใจปกติ เข้าออก ระยะสั้นยาวเท่าๆกัน แล้วหายใจเข้าสั้น ออกยาว ซึ่งทำให้ใจเรานิ่งขึ้นจากนั้นเป็นการหายใจด้วยท้อง หายใจเข้าพอง หายใจออกยุบ และอีกวิธีหนึ่งก็คือ การหายใจด้วยอก ทั้งหมดนี้ ก็เพื่อให้เรารู้จักการอยู่กับเนื้อกับตัว รู้เห็นความเป็นไปในตัวตน ให้รู้ทุกขณะว่า ขณะนั้นเกิดอะไรขึ้นกับกายของเรา ฟังเสียงจากกายเราว่าเขาบอกอะไรเราบ้าง สุขทุกข์ ติดขัดตรงไหน เป็นต้น
ได้เรียนรู้การรับรู้ตัวตน ทุกขณะจิตเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่ได้เข้าไปควบคุม หาวิธีการเหมือนเคย
จากนั้นเมื่อครูเห็นว่าเราเข้าใจตัวเรามากขึ้นแล้ว ครูจึงบอกให้เราดูว่าเมื่อลมหายใจเข้าและออก ณ จุดสุดท้ายของสายลมนั้น จะพบว่ามีชั่วขณะหนึ่ง ที่ลมหายใจหยุดนิ่งด้วย ก่อนจะมีการเปลี่ยนสถานะการหายใจ
และให้ทุกคนรับรู้ความรู้สึกในความหยุดของจุดนั้นให้ได้

แล้วผู้เขียนก็ได้พบประสบการณ์ใหม่ ที่เกิดขึ้นจากจุดหยุดของลมหายใจ เป็นความรู้สึกสงบสงัดในจิต เหมือนหยุดโลกทั้งโลกไว้ ไม่มีความรู้สึกพลุ่งพล่านประการใด เหมือนปลอดอารมณ์ต่างๆ และบังเกิดความนิ่งหนักแน่น มีสติตื่นตัวในขณะ เป็นความสุขเล็กๆ ที่ได้รับ
ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อเราหยุดใจในจุดนิ่งของลมหายใจนั้น ทำให้เกิดประสบการณ์ เฉพาะตนได้อย่างไม่เคยค้นพบมาก่อน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้ตรัสสอนให้เราเริ่มต้นค้นหาตัวเอง โดยการฝึกลมหายใจ เป็นเช่นนี้นี่เอง
จึงนำการเรียนรู้นี้ มาบันทึกไว้ เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกัน เป็นการนำสิ่งดีๆมามอบให้ ในวันพระค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่รุ่ง
แวะมาเรียนรู้ การหยุดใจ. นิ่ง...
ใจพอลล่าไม่ค่อยนิ่งเลยค่ะ พี่รุ่ง ...
สมาธิดีมากค่ะ น่าลองปฏิบัติค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
กายกับใจไม่เหมือนกัน
กายอาจทำอะไรได้ทั้งวัน
แต่ใจอาจำลังหยุดนิ่งได้ในขณะนั้นๆ
เชื่อว่าคนที่มีความคิดที่ประกอบด้วยความดีงาม
คิดทำตามสิ่งที่ผุดขึ้นมาจนสำเร็จ
พี่ว่าใจน้องพอลล่านั้น
มีการหยุดเองโดยธรรมชาติเสมอๆ
เพราะขณะใจหยุด
เราจะมีความรู้สึกว่าง
จึงทำให้มีสติในการคิดและกระทำสิ่งต่อๆไปค่ะ
แต่เราอาจลืมแวะดูใจเราเองเท่านั้นค่ะ
จึงคิดว่าไม่เคยมีจุดหยุด
ลองเดี๋ยวนี้ ก็พบเดี๋ยวนี้
วันละครั้ง สองครั้ง ก็โอเคนะคะ
สวัสดีค่ะคุณคุณน้อยหน่า
คงเป็นสมาธิระดับอ่อนๆ
แต่ถ้าเรามีความเพียรมากขึ้น
ก็คงแก่กล้าขึ้นเรื่อย
ลองศึกษาจากครูบาอาจารย์ดูนะคะ
ส่วนวิธีหยุดจุดสุดท้ายของลมหายใจนี้
เราสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกลมหายใจ
แต่เราไม่เคยสังเกต
หรือเรียนรู้สิ่งที่อยู่ในตัวคนเราเลย
เมื่อพบแล้วลองนำประสบการณื
มาแลกเปลี่ยนกันนะคะ
ต้องกราบขอบพระคุณครูกวี ครูโยคะเป็นอย่างสูงค่ะ
มาร่วมรับความสุขเล็ก ๆ ครับ พร้อมด้วยดอกไม้แต่งมิตรภาพครับคุณบุญรุ่ง ขอบคุณที่เข้าไปทักทายครับ
( ดอกพวงทอง )
(ดอกประยงค์ )
(ดอกทานตะวันซ้อน )
(ดอกซ่อนกลิ่น )
สวัสดีค่ะคุณนายก้ามกุ้ง
ท่านเทวดผู้ใจดี
ยินดีต้อนรับมิตรภาพค่ะ
ดอกไม้สวยและถูกใจมาก
ชมแล้วสดชื่น
ทำให้เห็นจุดที่ลมหายใจหยุดชัดเจนขึ้นค่ะ
ขอบคุณมากและจะติดตามงานเขียนต่อไปค่ะ