สิ่งที่เราเขียนให้คนไข้อ่านนี่เขาจะรู้เรื่องไหมหนอ จะเป็นการเพิ่มระดับของการอ่านไม่รู้เรื่องจนคนไข้ไม่อยากอ่านหรือเปล่า

          ผลสืบเนื่องจากการอ่านไม่รู้เรื่องเกิดคำถามตามมาหลายคำถาม  คำถามที่ใกล้ตัวที่สุดคือ  แล้วสิ่งที่เราเขียนให้คนไข้อ่านนี่เขาจะรู้เรื่องไหมหนอ  จะเป็นการเพิ่มระดับของการอ่านไม่รู้เรื่องจนคนไข้ไม่อยากอ่านหรือเปล่า

          เดินสำรวจแผ่นพับ โปสเตอร์ ป้ายประกาศ  ก็พบความจริงว่า  คนไข้น่าจะอ่านไม่รู้เรื่องอยู่บ้างเหมือนกัน  แหะ...แหะ...ซึ่งเป็นความผิดของเรา  หาใช่ความผิดคนไข้ไม่ 

          สี่ปีก่อน  คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีพันธมิตร .. เอ๊ย  เวทีวิชาการระบาดวิทยาแห่งชาติ ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  ความเป็นคนพูดเก่ง พูดได้ทุกเรื่อง  ทำให้ได้สาระดีๆ หลายอย่างจากมุมมองของ คนนอก แท้ๆ ที่มองเข้ามา

          สาระตอนหนึ่ง  คุณสนธิพูดถึงเรื่องการเผยแพร่ความรู้เรื่องสุขภาพ  พูดได้แสบคันมากว่า  ถ้ากระทรวงสาธารณสุขจะผลิตสื่อออกเผยแพร่  เขียนเสร็จแล้วกรุณาให้ภารโรง (ใช้คำว่าภารโรงจริงๆ ) ใต้ถุนตึกกระทรวงนั่นแหละอ่านซะก่อน  ถ้าภารโรงอ่านรู้เรื่องค่อยเอาไปเผยแพร่...

          ฟังแล้วน่าคิดจนโกรธแกไม่ลง

          เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเราว่า  ใครไปฟังอะไรข้างนอกมา  ให้เอามาเล่าในเวทีที่เปิดให้เดือนละหน

           ฉันเลยเก็บสาระที่คุณสนธิวิพากษ์วิจารณ์ไปเล่าให้เพื่อนพ้องน้องพี่ฟังในห้องประชุมซะเลย  มีปฏิกิริยาที่หลากหลายพอควร 

 

          สุดท้าย...ที่แผ่นป้ายนี้

         

          แผ่นป้ายนี้ติดอยู่หน้าห้องตรวจที่ฉันเดินผ่านทุกวัน โดยไม่เคยใส่ใจมันเลย  แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ  ฉันเกิดคำถามว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่เป็นหมอเป็นพยาบาลจะเข้าใจคำว่า  สารคัดหลั่ง เพียงใด

          แล้วถ้าเจาะลึกลงไปถึงประชาชนกลุ่มที่ สัมผัสสัตว์ปีก  เขาจะเข้าใจศัพท์เทคนิค สารคัดหลั่ง แค่ไหน

          เพราะฉันเองก็ยังเข้าใจไม่ถ่องแท้  คิดอยู่ว่าจะเอาไปถามภารโรงใต้ถุนตึกดูสักที...ก่อนจะตัดสินใจเสนอ ถอดถอน แผ่นป้ายนี้ออกไป.

 

ศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒