หน้าฝนเริ่มจะมาเยือน ต่อไปก็จะเป็นหน้าหนาว  โรคติดต่อที่มากับฤดูกาล มีหลายโรค แต่ที่มาเร็วและตั้งตัวไม่ทันคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่2009 H1N1 ที่กำลังมีข่าวการระบาดทั่วโลก และเพิ่มจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว จำนวนประเทศ มีมากขึ้น ตอนนี้เริ่มจะจำไม่ได้แล้วคะว่า มีประเทศอะไรบ้าง จำได้แม่น ๆ ไม่กี่ประเทศ  

        การเตรียมพร้อมมีทั้งภาครัฐและประชาฃน  ตอนนี้ก็มีคำแนะนำให้กับประชาชน  การปฏิบัติตัว มีหลายคนที่มีความจำเป็น มีความเสี่ยง มากกว่าประชานทั่วไป ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องดูแลผู้ป่วย  การเตรียมตัว ความพร้อมตลอดเวลา สร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย การรับประทานที่มีประโยชน์ และการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ด้วยการฉีดวัคซีน 

        มีโทรศัพท์หลายสายเข้ามา พี่คะเมื่อไหร่หนูจะได้ฉีดวัคซีน พี่หนูก็มีความเสี่ยงเช่นกัน  พี่ว่าหนูมาทำความรู้จักกับวัคซีนก่อนนะคะ และอ่านคำแนะนำให้เข้าใจนะคะ  ลงชื่อให้ว่ายินยอมฉีดวัคซีน ลงชื่อเลข ID ให้ครบนะคะ และรับทราบว่าวัคซีนอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้นะคะ ต้องแจ้งกลับพี่ด้วย พี่จะได้วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปรายงานผลการดำเนินงานให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่กับบุคลากรกลุ่มเสี่ยง 

        พี่ ๆ วัคซีนนี้ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาดอยู่ได้ไหม คะ  ไม่ได้นะคะ พี่ว่าน้องอ่านข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.bangkok-today.com/node/556  ก่อนนะคะ

       ศ.น.พ.อมร ลีลารัศมี นายกสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดอยู่ว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และไข้หวัดใหญ่ประจำฤดูกาลนั้น เป็นเชื้อโรคชนิดเดียวกันและสามารถฉีดวัคซีนป้องกันแทนกันได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด แต่ยอมรับว่าโรคทั้ง 2 ชนิดนี้ยากแก่การที่ประชาชนจะเข้าถึงความแตกต่างของเชื้อ ทั้งอาการของโรคทั้งสองยังมีความเหมือนกันด้วย คือ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอแห้งๆ เบื่ออาหาร มีอาการง่วงซึม แม้แต่ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นก็ไม่แตกต่างกัน เช่น เจ็บหน้าอก ไอแห้ง รู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจลำบากอย่างรุนแรง และมีอาการท้องเสีย อาการเหล่านี้อาจเป็นอาการแสดงของปอดบวมและต้องการการรักษาอย่างรวดเร็ว

 

คำแนะนำเรื่องวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล

 

 ข้อห้ามใช้: ห้ามใช้วัคซีนกรณีต่อไปนี้ 

-          ผู้ที่มีประวัติการแพ้ส่วนประกอบใด ๆ  ในวัคซีน  ได้แก่  แพ้ไข่  โปรตีนไข่  ยานีโอมัยซิน 

ฟอร์มาดีไฮด์และออกโตซินอล

-          กรณีเจ็บป่วยมีไข้  หรือติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน  ควรเลื่อนการให้วัคซีนออกไปก่อน

ข้อควรระวังในการใช้: แจ้งให้แพทย์ทราบในกรณีต่อไปนี้

-          อยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

-          เคยมีอาการแพ้หรือผิดปกติใด ๆ จากการรับวัคซีนในครั้งก่อน  ห้ามให้วัคซีนนี้เข้าทางหลอดเลือด

  หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาระหว่างกันของยาหรือปฏิกิริยาอื่น ๆ

                อาจให้พร้อมวัคซีนอื่นได้ในเวลาเดียวกัน  แต่แนะนำให้ฉีดคนละตำแหน่ง  พึงระวังด้วยว่า 

อาการข้างเคียงอาจเพิ่มขึ้นได้  การตอบสนองต่อการสร้างภูมิคุ้มกันอาจลดลง  หากคนไข้กำลังได้รับการรักษาด้วย

สารกดภูมิคุ้มกัน  ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยากันระหว่างยา  หากได้รับการรักษาด้วยยาอื่นอยู่ 

ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

การใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร

                ระหว่างการตั้งครรภ์  การให้วัคซีนควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น  การให้นมบุตรไม่ถือเป็นข้อห้ามในการให้วัคซีน  อย่างไรก็ตาม  โดยทั่วไปก่อนการใช้ยาใด ๆ  ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

 คำเตือน

                ห้ามใช้วัคซีนทางหลอดเลือด  (intrevascolar  route) 

อาการข้างเคียง  :  วัคซีนนี้ทำให้เกิดอาการข้างเคียงในผู้รับวัคซีนบางราย  ดังนี้

-          อาการเฉพาะที่  :  แดง  บวม  ห้อเลือด(ecchymosis)  ตุ่มนูน(induration)

-          อาการทางร่างกาย  :  มีไข้  รู้สึกไม่สบายตัว  หนาวสั่น  เมื่อยล้า  ปวดศีรษะ  เหงื่อออก  ปวดกล้ามเนื้อ และปวดข้อ  ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปเองภายใน  1-2  วัน  โดยไม่ต้องรับการรักษา

-          ที่พบน้อยได้แก่  neuralgia,  paraesthesia  (การรับความรู้สึกของการสัมผัส  ปวด  ร้อน  หรือ  สั่นผิดปกติ)  transient  thrombocytopenia(ปริมาณเกร็ดเลือดต่ำ)

-          อาการแพ้  (allergic  reaction)  ได้แก่  ผื่นลมพิษ  ผิวหนังร้อนแดง  ผื่น  หายใจขัด  มีรายงานการแพ้ที่นำไปสู่อาการช็อก  ซึ่งพบน้อยราย

-          อาการอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้แต่น้อยมากคือ  vasculitis  (อาการอักเสบของหลอดเลือด)  พร้อมกับการผิดปกติของไต  (transient  kidney  problems)  ความผิดปกติของระบบประสาท  (neurological  disorders) 

ควรรายงานให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ  หากพบอาการข้างเคียงที่มิได้ระบุไว้ในเอกสารกำกับยา