เด็กเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด
จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต
สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศได้ อันส่งผลทำให้ประเทศก้าวหน้า
โดยการศึกษาจะเป็นเครื่องมือและกระบวนการที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพที่ยั่งยืน
ตลอดจนมีคุณธรรม จริยธรรม
สิ่งสำคัญในการที่จะทำให้เด็กเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานการเลี้ยงดูของครอบครัว
และการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับแรก คือระดับปฐมวัย
หรือระดับก่อนประถมศึกษา
จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเด็กโดยการพัฒนาทั้งในด้านร่างกาย
อารมณ์-จิตใจ สังคม
และสติปัญญาบนพื้นฐานความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล
ตลอดจนมีการอบรมเลี้ยงดู
และจัดประสบการณ์ให้เด็กได้มีการพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 22 ว่าด้วยการจัดการศึกษา
ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
และถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
เป้าหมายของการศึกษาที่จะพัฒนาเด็กให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
ได้มีการกำหนดไว้ในมาตรฐานการศึกษาของชาติถึงคุณลักษณะคนไทยที่พึงประสงค์ทั้งในฐานะพลเมืองและพลโลกไว้
โดยเน้นให้คนไทยเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข
ปัญหาในสังคมปัจจุบันมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อเด็กปฐมวัย ได้แก่
ปัญหาครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่กระทบในด้านสุขภาพอนามัย
ปัญหาการศึกษาที่ต้องมีการปรับปรุงให้เด็กมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
จะเห็นปัญหาได้จากการพัฒนาที่ไม่สมดุลในแต่ละด้าน เช่น
เด็กที่เรียนดีมากๆ กลับมีความเครียดมาก
ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด จากทฤษฎีพหุปัญญา
เกี่ยวกับการเรียนรู้หลายด้าน หรืออัจฉริยภาพ 8
ประการที่การ์ดเนอร์ได้เสนอไว้
ถือว่าเหตุการณ์เช่นนี้เป็นการขาดอัจฉริยภาพด้านการเข้าใจตนเอง
เป็นการรู้ว่าตนเองเป็นใคร มีจุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร
สามารถทำอะไรได้บ้าง มีความรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด ความปรารถนาของตน
และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
ซึ่งปัญหาจากการจัดการศึกษาที่ไม่สมดุลในแต่ละด้านยังคงเป็นปัญหาการศึกษาในระดับต่อๆไป
หากได้รับการวางพื้นฐานที่ดีเด็กจะสามารถเรียนได้อย่างมีความสุข
จึงควรมีการจัดการเรียนการสอนที่สมดุล เช่น
มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านวิชาการควบคู่ไปกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านการเข้าใจตัวเองให้กับเด็ก
เป็นต้น
ตามทฤษฎีพหุปัญญานั้นยังมีอัจฉริยภาพด้านอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่
อัจฉริยภาพด้านภาษา ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว
ด้านมิติสัมพันธ์และการจินตภาพ ด้านตรรกะและคณิตศาสตร์
ด้านมนุษยสัมพันธ์และการเข้าใจผู้อื่น ด้านการเข้าใจธรรมชาติ และ
ด้านดนตรีและจังหวะ
ที่จำเป็นต้องให้เด็กเรียนรู้ด้วยการจัดประสบการณ์ต่างๆ
ให้กับเด็ก
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมีบทบาทในการจัดการศึกษาและให้บริการอบรมเลี้ยงดูแก่เด็กปฐมวัย
มีหน่วยงานหลายหน่วยงานให้บริการ
มีทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดการศึกษาโดยตรง และหน่วยงานอื่นๆ
ร่วมจัดการดำเนินงาน มีทั้งการจัดในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 มาตรา 18
ว่าด้วยการจัดการศึกษาปฐมวัยและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ให้จัดสถานศึกษาดังต่อไปนี้ ประการแรก สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา
ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการและเด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษ
หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น ประการที่สอง
โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน
และโรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่น ประการสุดท้าย
ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน
บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพสถาบันศาสนา สถานประกอบการ
โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์
สถานสงเคราะห์และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
การจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีประสิทธิภาพนั้นจะต้องมีกระบวนการในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
ที่บุคลากรในโรงเรียนตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันในการจัดการศึกษา
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่น ภายใต้จุดมุ่งหมาย
หรือเป้าหมายในการพัฒนาเด็กในทุกๆด้านที่เหมือนกัน
ทั้งนี้ในการที่จะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม หรือ
เกิดความร่วมมือในการจัดการศึกษานั้น
ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้มีส่วนในการผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเริ่มตั้งแต่ ความร่วมมือของผู้บริหาร ครู
และบุคลากรในโรงเรียนให้ใช้ความรู้ความสามารถในการเลี้ยงดูและจัดประสบการณ์ที่เหมาะสมกับเด็ก
ความร่วมมือระหว่างพ่อ แม่ ผู้ปกครองกับโรงเรียน ซึ่งจะทำให้ทราบปัญหา
ความต้องการของแต่ละครอบครัว ให้พ่อ แม่
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและเกิดความพึงพอใจ
ประการต่อไปได้แก่ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
ซึ่งจะทำให้ทราบถึงความต้องการของท้องถิ่นซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละท้องถิ่น
นอกจากนี้มีข้อเสนอแนะโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก
เป็นการได้มีความร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนก็จะเป็นประโยชน์ในการจัดการศึกษา
โดยให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ต่างๆ
ระหว่างครูและบุคลากรระหว่างโรงเรียน
รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เรียนผ่านการทำกิจกรรม
จะทำให้เด็กมีประสบการณ์มากกว่าประสบการณ์ภายในโรงเรียน
และทำให้เด็กมีสังคมที่กว้างขึ้น
การจัดการศึกษาในระัดับปฐมวัย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
Kesanee Sottas · 22 พ.ค. 2552
พระ มงคล มงคล ถีราวุฒิ · 22 พ.ค. 2552
Dr.Anongpanuch · 22 พ.ค. 2552
pa_daeng · 22 พ.ค. 2552
@..สายธาร..@ · 22 พ.ค. 2552
วราภรณ์ · 22 พ.ค. 2552