ในการประชุมสภา มวล. เมื่อวันที่ ๑๖ พ.ค. ๕๒ ผมได้เรียนรู้หลักคิด และวิธีการดำเนินการของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย   ว่ามีหน้าที่สร้างสารสนเทศให้สภาใช้ประโยชน์ในการกำกับดูแลโดยมองเห็นภาพรวมของการดำเนินการตามแผนและนโยบายที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด   โดยต้องทำงานแข่งกับเวลา     โดยสภา มวล. กำหนดให้เขียนรายงานต่อ สภาฯ ปีละ ๒ ครั้ง

          ท่านนายกสภาฯ คือ ศ. ดร. วิจิตร ศรีสะอ้าน เล่าว่า    กำเนิดของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานอิสระของรัฐเกิดขึ้นที่สถาบันพระปกเกล้า    โดยท่านได้เข้าไปช่วยสร้างระบบนี้เป็นเวลา ๘ ปี    ร่วมกับท่านนนทพล นิ่มสมบุญ ที่เวลานี้เป็นประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  

           ผมกลับมา AAR ที่บ้าน ว่าวิธีคิดเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ ยังมุ่งที่หน้าที่กำกับดูแลเน้นที่แนว fiduciary   ไม่ได้มองไปถึงการกำกับดูแลแนว strategic และแนว generative 

          ในที่ประชุม ผมได้ให้ความเห็นว่า รายงานที่นำเสนอนี้ เน้นตรวจสอบเปรียบเทียบกับแผนงานที่สภาอนุมัติไว้    และเน้นเปรียบเทียบผลงานกับผลงานของตนเองในอดีต    สิ่งที่น่าจะพิจารณาทำคือ
               ๑. ตรวจสอบเปรียบเทียบกับคู่แข่ง   หรือใช้วิธี benchmarking นั่นเอง
               ๒. เปรียบเทียบกับอุดมศึกษาภาพรวมของประเทศ   เพื่อให้ชัดเจนว่า เราอยู่ที่ตำแหน่งใด    เพื่อให้สภาฯ มั่นใจว่า positioning ขององค์กรถูก ต้อง
               ๓. เปรียบเทียบกับสถานการณ์ด้านอุดมศึกษาของไทย และของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง   เป็นการมองอนาคต

          จะเห็นว่า เรายังมีโอกาสพัฒนาระบบการทำงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐได้อีกมาก   เพื่อช่วยการทำหน้าที่ type II และ type III governance

วิจารณ์ พานิช
๑๘ พ.ค. ๕๒