ประเทศไทยมีบัณฑิตที่มีปริญญาบัตรกันมากขึ้น แต่ทำงานไม่เป็น

เวลาผ่านไปเร็วมาก สำหรับตัวเอง เดือนที่แล้วทั้งเดือนหายไปเหมือนกับแค่ 1 วันเท่านั้น  คล้ายๆ กับนอนหลับไปตอนกลางคืน พอตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่ากลายเป็นอีกเดือนไปเสียแล้ว   - - !

คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าปิดภาคการศึกษาแล้วอาจารย์ไม่ต้องทำงาน  แต่ปรากฎว่ากลับเป็นช่วงเวลาที่มีงานมากทีเดียว  ทั้งการจบการศึกษาของนักศึกษาระดับตรี หรือ มหาบัณฑิต  การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ฯลฯ   แต่งานที่ใช้เวลาค่อนข้างมากในช่วงนี้คือการเตรียมการสอน  ซึ่งภาคการศึกษาใหม่นี้มีวิชาที่ต้องสอนใหม่และเตรียมใหม่ 3 วิชาด้วยกัน  ซึ่งนับว่าค่อนข้างมาก  แต่ก็รู้สึกว่าสนุกเพราะกว่าจะเตรียมได้ ต้องทบทวนต้องอ่านใหม่ แล้วจึงเตรียมเอกสาร  แต่ยอมรับว่าถ้าต้องเตรียมมากขนาดนี้  การที่จะเตรียมให้ได้ดีและสอนให้ได้ดีในทุกวิชาที่ทำใหม่นั้น มีัโอกาสค่อนข้างต่ำ (นี่เป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ^ ^) แต่อย่างไรก็ต้องพยายาม

จริงๆ ประเด็นที่จะเขียนในบันทึกนี้ไม่ใช่บ่นเรื่องงาน แต่เป็นเรื่องความเห็นส่วนตัวว่าทุกวันนี้กำลังสอนอะไรให้กับนักศึกษาอยู่ หรือทำงานอะไรอยู่

จากการเตรียมสอน ทำให้ได้คิดว่าทุกวันนี้ไม่ได้สอน rocket science หรือเนื้อหาวิชาที่ล้ำหน้า  อะไรมากมายนัก  แต่กลายเป็นการเตรียมการสอนให้นักศึกษาเกิด  common sense เสียมากกว่า  เนื้อหาวิชาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหายากเย็นเพียงใด  ภายในเนื้อหาเหล่านั้นมีธรรมชาติและ common sense ซ่อนอยู่เสมอ  เพียงแต่เราจะสามารถชี้ให้นักศึกษาเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ได้หรือไม่ 

สามัญสำนึกเป็นสิ่งที่สำคัญของมนุษย์ คนในสังคม ทุกคนในทุกวิชาชีพ  หากไร้สามัญสำนึกกันมากๆ ก็คงจะเกิดโกลาหลในสังคม เหมือนกับที่เห็นเป็นตัวอย่างในช่วงที่ผ่านมา

วันก่อนฟังข่าวว่า ผลสอบ ONET ของเด็กนักเรียนไทยไม่ถึง 50% ในทุกวิชา เพื่อนอาจารย์ทุกคนก็รู้สึกและประสบเหมือนกันหมดว่าคุณภาพนักศึกษาแย่ลง  แต่ตัวเองมีความเห็นอีกแบบหนึ่งก็คือ เ็ด็ำกไม่ได้โง่กว่าเดิม  แต่เด็กที่มีโอกาสดี จะสนใจการเรียนเพื่อรู้น้อยกว่าเดิม  และเด็กที่ไม่มีโอกาส ก็เข้าไม่ถึงระบบการเรียนการสอนที่จำเป็นต่อเขา 

ทุกวันนี้เราเปิดโอกาสทางการศึกษากันมากขึ้น นั่นคือที่นั่งในห้องเรียนดูจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษา ไม่เหมือนในอดีตที่คนได้เรียนอุดมศึกษามีจำนวนน้อย  คนที่ได้เรียนจะเห็นคุณค่าการเรียนและสนใจในการเรียนเพื่อรู้ เพื่อประกอบวิชาชีพกันมาก  ดังนั้นก็จะทุ่มเทกับการเรียนมาก    

แต่ทุกวันนี้กลับกัน ที่นั่งเรียนมีมากขึ้น มหาวิทยาลัยมีจำนวนมากขึ้น แต่คนเรียนนั้นมีความพร้อมน้อยลง  มีความตั้งใจลดลง (โดยเฉลี่ย) อีกทั้งเมื่อมีมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากขึ้น  ก็ต้องการครู/อาจารย์ เป็นจำนวนมากด้วย  รวมถึง facility สำหรับการเรียนการสอนด้วย  แต่การเตรียมพร้อมในส่วนนี้ก็ค่อนข้างต่ำ เพราะต้องอาศัยเวลาและงบประมาณในการเตรียมการ  เรียกได้ว่าระบบการศึกษาที่จะรองรับนักศึกษารุ่นใหม่นี้ก็อ่อนแอด้วยเช่นกัน   ผลลัพธ์ก็คือ ประเทศไทยมีบัณฑิตที่มีปริญญาบัตรกันมากขึ้น แต่ทำงานไม่เป็น (feed back จากอุตสาหกรรม) หรือบางครั้งโดนว่ากลับมาเลยว่า ขาด common sense!

ว่าจะเขียนเรื่องความพยายามในการสอน common sense ให้กับนักศึกษา แต่จบลงด้วยเรื่องระบบการศึกษาได้ยังไงก็ไม่รู้