20-5-52
ในวันอาทิตย์ที่17-5-52นี้ดิฉันไม่ได้ตั้งใจไปฟังธรรมะของหลวงพ่อปราโมทย์ที่มาเทศน์ที่ศาลาลุงชินในช่วงเช้าเพราะดิฉันตั้งใจจะไปวัดปลายเดือนนี้ หลังจากเดินออกกำลังกายพร้อมสามีพระป๋องโทรมาบอกโยมพ่อว่าหลวงพ่อให้พระติดตามมาที่ศาลาลุงชินและอนุญาติให้โยมพ่อแม่มาพบได้
ดิฉันกับสามีจึงรีบอาบน้ำและแต่งตัวมาที่ศาลาลุงชินที่หมู่บ้านเมืองทอง1เพื่อนำ Talking Dict มาถวายท่าน
เมื่อมาถึงคนเยอะมากๆ เจอคุณธนา??กรรมการที่ดูแลศาลาไม่ยอมให้ดิฉันเข้าไปรอพระในห้องที่เตรียมรับหลวงพ่อก่อนเทศน์ เข้าใจว่าคงกลัวคนเข้าไปรบกวนหลวงพ่อก่อนท่านจะเทศน์
ดิฉันแอบน้อยใจนิดๆพอคุณชัยณรงค์มาถึงก็รีบแจ้งให้สามีทราบ
เราคอยจนหลวงพ่อมาพร้อมครูบาอ้าและครูบาป๋อง คุณธนาพยักหน้าให้ดิฉันเดินเข้าไปในห้องพักและถวายของได้
เมื่อดิฉันเข้าไปถึงก็ไปเจอคุณหมอสมเกียรติ เพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นคุณน้าของแม่ชีอรนุช สัตยากร ดิฉันถวายของให้พระป๋องและแอบคุยกับหมอสมเกียรติเพราะอยากรู้ว่าเพื่อนเราปฎิบัติแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ดิฉันเองฟังหลวงพ่อเทศน์สอนโยมให้หมั่นรู้กายรู้ใจ จิตดิฉันยังขัดเคืองในใจและบางครั้งก็หลงคิดอยู่ว่าทำไม ทำไม ทำไม ไม่ให้ดิฉันเข้ามาคอยในห้องนะ
หลวงพ่อเคยสอนให้พวกเราหมั่นรู้กายรู้จิตเมื่อเกิดกิเลศ โลภ โกรธ หลง โดยไม่ให้กดอารมณ์ทำให้หายโกรธ(แต่ต้องถือศีลห้าเพื่อควบคุมจิต) เมื่อเรามีสติรู้จิตว่าขัดเคืองในใจ ถ้าสติเกิดขึ้นจริงความโกรธจะดับไปเองเพราะสติจะไม่เกิดพร้อมจิตที่เป็นอกุศล
วันนี้ดิฉันเห็นจิตที่ผ่องใสที่ได้ฟังธรรมจากหลวงพ่อ ได้พบลูกได้ถวายของที่เป็นประโยชน์ แต่ก็เห็นจิตที่แอบไม่พอใจคุณธนาที่ไม่ทำตามที่กิเลสความอยากของดิฉัน จิตมันพยายามอธิบายว่าคงหวังดีเพราะกลัวหลวงพ่อไม่ได้พัก
หลังจากฟังธรรมดิฉันรีบกลับก่อนเพราะรถจะติด กลับมาบ้านยังมีความรู้สึกขัดเคืองใจบ้าง แต่อารมณ์นี้อยู่ไม่นาน
คงเป็นตัวตนที่ดิฉันยังไม่ละอัตตาทำให้มีความขัดเคือง อาการที่รู้ว่าเป็นอกุศลจิตคือ จิตที่แน่นๆ หนักๆ อยากถาม อยากเล่าให้คนอื่นฟัง
ถ้าเป็นกุศลจิต จิตจะเบา สบาย โล่งๆ
หลวงพ่อให้เป็นตัวชี้วัดที่เราปฏิบัติแล้วเกิดอาการว่ามีสติจริงหรือไม่เพราะคนส่วนใหญ่จะถามท่านว่าปฏิบัติถูกหรือยัง จิตตื่นหรือยังหรือยังหลงอยู่ทั้งที่กำลังดูจิตอยู่
ท่านบอกว่าในหนึ่งนาทีจิตจะหลงคิดไปหลายๆครั้งเพราะจิตเกิดดับเร็วมาก ดิฉันลองนับดูใน5นาทีในช่วงเดินออกกำลังกายก็เห็นจิตหลงไปคิดได้ประมาณ5-6ครั้งซึ่งคงเกิดจากเราดูไม่ทันหรือหลงคิด
ตั้งใจจะไปอยู่วัด2วันในเดินมิย. รู้สึกอายน้องๆที่ส่งการบ้านที่ปฏิบัติกันได้ดี ดิฉันกำลังตั้งใจพัฒนาการรู้จิตให้ถี่ขึ้นเพื่อจะได้เลื่อนชั้นเมื่อต้องรายงานการบ้านหลวงพ่อ แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะสอบผ่านหรือเปล่าเพราะกิเลศชอบให้ดิฉันเผลออ่านบล็อกบ้าง คุยเพ้อเจ้อกับครอบครัวบ้างตามประสาคนธรรมดาที่อยากเป็นมนุษย์ที่มีใจสูงค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์หมออัจฉรา
ขอบคุณครับ กับประสบการณ์ที่นำมาแลกเปลี่ยนกัน ผมเองใจก็อยากส่งการบ้านกับหลวงพ่อเหมือนกันครับ แต่ก็รู้ตัวเองว่า ยังไม่มีอะไรไปส่ง เพราะขี้เกียจทำการบ้าน
จริงๆ ถ้าห้าวหาญ และมั่นคง ไม่สงสัยมาก ตามรู้ใจไปซื่อๆ เหมือนที่ท่านเทศน์ใน mp3 ก็คงได้ลิ้มรสแห่งความสงบเย็นบ้างตามสมควรแก่เหตุปัจจัย
....
ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์หมอเดินหน้าต่อไปให้ถึงจุดหมายนะครับ
....
อยากถามอาจารย์หมอเรื่องการส่งการบ้านว่า หากอยากไปจะซักถามปัญหาเรื่องแนวปฏิบัติกับหลวงพ่อที่สวนสันติธรรม จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เช่น จำเป็นไหมที่จะต้องปฏิบัติจนจิต "ตื่น" ก่อนแล้วจึงควรถาม หรือถามได้เฉพาะคนอยู่วัดเท่านั้น อะไรทำนองนี้น่ะครับ
เผื่อว่าถ้ากฏเกณฑ์ เงื่อนไข ไม่ซับซ้อนเกินไป สักวันนึงอาจจะเดินทางไปที่สวน เพื่อซักถาม หรือขอการบ้านจากหลวงพ่อท่านบ้างครับ
....
อยากถามอาจารย์หมออีกเรื่องหนึ่งครับ เกี่ยวกับเว็บไซท์ wimutti.net คือผมอยากทราบว่าท่านใดเป็นผู้ดูแลน่ะครับ พอดีมีไอเดียบางอย่างที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยอยากคุยกับทางท่านผู้ดูแลโดยตรง
สวัสดีค่ะคุณซวง
ขอบคุณที่มาให้กำลังใจกันค่ะ เรื่องการบ้านหลวงพ่อ ใครยกมือก่อนก็ได้ถามก่อนค่ะ ไม่มีกติกา ระยะแรกคนจะถามเรื่องปฏิบัติอย่างไร ดูกายอย่างไร ดูจิตอย่างไร ระยะหลังคนฟังหลวงพ่อจากเทปมากขึ้น บางคนเก่งมากๆฟังเดือนเดียวก็เข้าใจ ถามหลวงพ่อค่อนข้างลึกเช่นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร บางคนเห็นผี เห็นนิมิตมากมายซึ่งท่านจะไม่ให้สนใจนิมิตที่เกิดขึ้นเพราะไม่ได้ประโยชน์ ท่านให้รู้ตัวไปเรื่อยๆ กายบ้างจิตบ้าง
เรื่อง wimutti.net เนื้อหาคงเป็นอาจารย์สุรวัฒน์ ส่วนด้านไอทีมีอีกหลายคนที่หมอรู้จักเช่นโจโจ้ (ไม่ทราบชื่อจริง) จะหาข้อมูลให้เมื่อไปวัดค่ะ
หมั่นดูกายดูจิตในชีวิตประจำวันนะคะ เผื่อจะมีเรื่องมาเล่าให้เรียนรู้บ้างค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ขจิต
หมอสบายดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม
คนที่ทำให้เราโกรธบางครั้งก็ต้องขอบคุณที่ทำให้เราได้ฝึกฝนตนเอง(ถ้าเรามีสติ) แต่บางครั้งไม่มีสติก็เผลอโกรธต่อก็มีค่ะ(โดยเฉพาะคนใกล้ตัว) พอเรามีสติก็จะเห็นตัวเองมากขึ้นทำให้เราเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น จิตจะโกรธน้อยลงค่ะ
หมอเล่าเรื่องโกรธเพราะเป็นกิเลศที่เห็นง่าย ส่วนความหลงโดยเฉพาะหลงคิดจะหลงบ่อยและหลงนานด้วยค่ะ
(เคยฟังหลวงพ่อเทศน์ครั้งหนึ่งว่าพอคุณธนาไม่มามีโยมเข้าไปกวนหลวงพ่อแต่เช้า ทั้งนักข่าว ทั้งโยม เดือนนี้คุณธนาคงเข้มงวดหน่อยมั้งครับ ^^)
-/\- อนุโมทนาคุณหมอด้วยครับ
สวัสดีอีกครั้งครับ อาจารย์หมออัจฉรา
ไม่ทราบว่า ปกติแล้ว อาจารย์สุรวัฒน์ท่านอยู่ประจำที่วัดหรือเปล่าครับ หรือว่าท่านอยู่ที่ไหน
เผื่อจะขอโอกาสไปถามปัญหากับอาจารย์บ้างครับ เห็นหลวงพ่อท่านเทศน์ให้ฟังว่าให้ไปถามได้
สวัสดี อาจารย์ Kae ค่ะ
คงใช่อย่างที่อาจารย์คิดค่ะว่ามีคนมากวนท่านมาก ที่เล่าเพื่อบอกว่าไม่อยากน้อยใจแต่จิตมีอาการเองโดยที่หมอคุมไม่ได้เพราะทั้งจิตและกายไม่ใช่ตัวตนของเรา(จำจากหลวงพ่อสอนแต่ยังมองไม่เห็นด้วยตัวเองค่ะ)
อาจารย์เรียนจบแล้วนะคะ ถ้ายังก็ขอให้จบเร็วๆค่ะ
สวัสดี ครับ อาจารย์
มารับธรรมะเพื่อเติมพลังใจค่ะ
เรียนคุณซวง
อาจารย์สุรวัฒน์ท่านเป็นวิศวกร สอนเทคโนแถวๆๆพระราม6ค่ะ ท่านมีกิจกรรมประจำที่บ้านอารีย์ ที่ซอยอารีย์ (เข้าใจว่ามีตารางและหาได้ทางinternet)
ที่สวนสันติธรรม เท่าที่หมอทราบอาจารย์จะไปเป็นบางวัน แต่ที่บ้านอารีย์หมอเคยเห็นตารางที่อาจารย์สอนประจำและมีพระที่สอนทางดูจิตดูกายมาสอนสลับกันค่ะ
หมอขอเบอร์โทรศัพท์อาจารย์จากคุณประอรศิริ ลูกน้องที่เป็นพยาบาลซึ่งเป็นญาติของท่าน ถ้าคุณซวงต้องการ E mail มาถามได้ค่ะ (คุณประอรขออนุญาตแล้วค่ะ)
โชคดีนะคะ
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ อาจารย์หมอ
แล้วจะส่งเมลไปถามนะครับ
สาธุค่ะคุณหมอ
ได้ยินชื่อคุณหมอจากซีดีของหลวงพ่อมานานแล้ว
คงไม่ใช่เหตุบังเอิญที่มาพบเจอบล็อกของคุณหมอในวันนี้ (เพราะไม่มีเหตุบังเอิญในโลกใบนี้ใช่ไม๊คะ)
บีบี ได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อ เมื่อต้นปีนี้เอง เพราะตัวเองอยู่ไกลครูบาอาจารย์ จึงต้องถามท่านตรง ๆ ว่า ที่เพียรทำอยู่ด้วยตนเองนี้ อยู่ในลู่ในทางหรือไม่ ท่านก็เมตตาแนะนำ ว่า ใช้ได้ แต่อย่าทำด้วยโลภะ และไม่ต้องดูให้ชัดตลอดเวลา ดูเป็นแล้วก็กลับไปตามรู้ ตามดูต่อเอง
ขออนุโมทนาในความตั้งใจ ในความพากเพียรในธรรมของคุณหมอ มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี คุณberger0123 คุณบีบี
ขอบคุณที่มาเยี่ยมและคำอวยพร ที่เขียนเล่าเพราะอยากให้คนมาหัดปฎิบัติธรรมในชิวิตประจำวันเพราะไม่เสียเวลา เสียเงิน เสียงาน แต่จะได้สิ่งที่ไม่คาดคิดที่สามารถเห็นได้ด้วยตัวเองทันทีที่เริ่มทำค่ะ
ก่อนเขียนบล็อกหมอไม่ค่อยได้อ่านประสบการณ์การดูจิตในgotoknow (อาจจะอ่านน้อย) แต่พอทราบว่าน้องๆอายุไม่มากนักมาสนใจการดูจิตดูกายและปฏิบัติธรรมกันเก่งๆก็ทำให้รู้สึกดีใจและขออนุโมทนากับทุกคนค่ะ
หมอพยายามปฏิบัติโดยไม่ตั้งความหวังอะไรดูไปเรื่อยๆ พอเห็นกิเลสเกิดขึ้นมากมายทำให้ตกใจเหมือนกันว่า นิสัยแย่ๆแบบนี้ยังมีอยู่ในตัวเราเหรอ เห็นแล้วก็ทุกข์ โทรไปคุยกับคุณหมอนงพงาซึ่งเป็นเพื่อนจิตแพทย์ที่รามา คุณหมอเตือนว่าหลวงพ่อบอกให้รู้เฉยๆไม่ใช่เหรอไม่ต้องอยากให้หายทำให้ได้สติขึ้นมา(แต่อย่าลืมถือศีลห้าค่ะ)
จะเห็นว่าถึงจะรู้ เข้าใจ แต่ถ้าไม่ทำก็จะทำให้เรายังไม่พ้นทุกข์ค่ะ
แวะมาขอบคุณที่คุณหมอไปให้กำลังใจครับ
ขอบคุณมาก มาก ครับ
มาเยี่ยมคุณหมอครับ วันนั้นที่ศาลาลุงชินคนเยอะมากเลยนะครับ ผมยืนฟังจนจบกัณฑ์เลยครับ ถ้ามีโอกาสคงได้คารวะคุณหมอสักครา
สวัสดี คุณสามารถค่ะ
หมอเข้าไปอ่านกลอนด้วยค่ะ
ขออนุโมทนาบุญที่คุณสามารถตั้งใจทำอยู่อย่างสม่ำเสมอนะคะ
ยินดีที่คุณข้ามสีทันดรจะเข้ามาทักทายค่ะ
คนฟังเยอะมากๆแต่ก็เรียบร้อยดีนะคะ
หมอมาที่นี่ตั้งแต่หลวงพ่อพาโยมพ่อมาฟังธรรมจนกระทั่งตัวเองมาฟังธรรมจากท่าน
จำได้ว่าช่วงที่ท่านยังไม่บวช หลังฟังธรรมเสร็จจะมีน้องๆมาล้อมท่านและได้ยินท่านทักน้องๆว่าหลงคิดบ้างซึ่งในระยะนั้นหมอฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็ปลื้มใจเพราะลูกชายจะบอกแม่ว่าพี่คนนี้เก่งมากนะแม่
ขอให้ได้ธรรมะตามที่คาดหวังนะคะ
สวัสดี คุณศิลาค่ะ
คงไม่ต้องท้อนะคะ
ครั้งที่แล้วหมอส่งการบ้านว่ารู้สึกตัวบ่อยขึ้นและกลัวผีในช่วงอยู่วัดน้อยลง แต่ความจริงยังกลัวอยู่ทั้งๆไม่เคยพบ แต่จิตหลอนเองจากความจำเก่าๆที่อาจารย์ผานิตมาเล่าให้บุคลากรในบำราศฟังค่ะ
สัปดาห์นี้มีญาติๆมาคุย จิตเราฟังแล้วไม่ถูกใจเลยทั้งๆที่พยายามข่มใจไว้ เพิ่งเห็นกิเลสของเราซึ่งคิดว่าน้อย พอเจอผัสสะแรงๆก็แทบเอาไม่อยู่ ใจขณะนั้นพยายามถือศีลข้อ4 เรื่องวาจาไว้จนแน่นหน้าอกทำให้เห็นผลของอกุศลจิตที่เกิดขึ้นค่ะ
ว่างๆจะไปเยี่ยมที่บล็อกนะคะ
อนุโมทนาบุญด้วยเช่นกันค่ะ
สวัสดีครับ