เมื่อวานตอนเช้าไปเจาะเลือดเพื่อตรวจหาน้ำตาลในเลือด เดิมหมอนัดวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม (เว้น ๒ เดือน) แต่เนื่องจากต้องไปช่วยงาน UKM-15 จึงขอเลื่อนนัดเป็นวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม แทน (แต่ UKM-15 ก็เลื่อนไปวันที่ 7-8 สิงหาคม)
ไปถึงรพ.มน. ๘ โมงเศษ มีคนเข้าคิวเจาะเลือดประมาณ ๒๐ กว่าคน คิวไม่ยาวเหมือนวันก่อน ผมก็มองดูว่าใครเป็นคนเจาะเลือด โล่งใจที่ไม่พบคนที่เจาะเจ็บ
คนที่เป็น Vampire (สูบเลือดไปตรวจ) เป็นผู้หญิง ๒ คน ผมได้คิวคนที่อยู่ด้านใน เจาะไม่ค่อยเจ็บแต่เจาะแล้วผมมีผื่นแดง และก็มีเลือดออกเป็นจ้ำใต้ผิวหนังเล็กน้อย เข้าใจว่าจะแทงเข็มแรงไปนิดหนึ่ง และครั้งนี้มีเลือดออกติดที่สำลีมากกว่าครั้งก่อนๆ สังเกตว่าพลาสเตอร์ปิดแผลจะสั้นกว่าครั้งก่อน
เจาะเลือดเสร็จเอาใบนัดไปพบผู้ช่วยพยาบาลที่ OPD ผู้ช่วยพยาบาลบอกว่าเอาใส่กล่อง ผมก็ยืนมองหน้าจะบอกอะไรสักหน่อย เธอก็หันมาบอกอีกครั้งว่ากล่องจดหมายที่ใส่อยู่ด้านหน้า ให้เอาบัตรนัดใส่กล่อง ผมก็เลยบอกว่าขอพูดอะไรสักหน่อย คือ ผลเจาะเลือดมันจะออกมาใน ๒ ชั่วโมง ผมขอกลับไปทำงานก่อนได้ไหม และคิวพบหมอของผมควรจะอยู่ประมาณไหน
เธอบอกว่า คิวเช้าเต็มแล้ว ควรเป็นบ่ายแก่ๆ ให้มาก่อนบ่ายสามโมง มาวัดความดันและชีพจร แล้วก็ไปพบหมอ
ผมกลับไปอีกครั้งตอน 14.30 น. พยาบาลให้ไปนั่งพักสักครู่ มาวัดความดันได้ 118/81 ซึ่งปกติ ชีพจร 82 (ผมว่ามันเร็วไปหน่อย ถ้าจะให้ดีต้องอยู่ 60-72)
วันนี้คอมพิวเตอร์รวน ทำให้ทุกแผนกทำงาน Delay ไป คนไข้ไม่มาก แต่ทุกคนรอนาน ผมเข้ารับการตรวจตอนบ่าย ๓ กว่าๆ
หมอดูผลเลือด คราวนี้น้ำตาลอยู่ที่ 132... ในรอบ ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ผลน้ำตาลเป็น 131, 126, 115 และ 132 ตามลำดับ หมอสรุปว่า เป็นเบาหวานแน่ๆ แต่ยังไม่ต้องจ่ายยา เพราะผลมัน swing แต่ถ้าเมื่อไปผลน้ำตาลมันขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะให้ยา
หมอถามเรื่อง "คุมอาหาร" ผมบอกว่าไม่ได้คุม หมอบอกว่า "ต้องคุมอาหาร" เพราะไม่อย่างนั้นจะมีผลเสียตามมาหลายเรื่อง อันที่จริงผม "ไม่คุมอาหาร" และ "ไม่ออกกำลังกาย" เพราะต้องการทดลองอะไรบางอย่าง
ต่อนี้ไปคงต้องเคร่งครัดในเรื่องเหล่านี้บ้าง...
หมอเปิดประวัติย้อนหลัง แล้วก็วง (ทำ marker) ในใบประวัติ บอกว่านัดครั้งต่อไปอีก ๒ เดือน นอกจากตรวจน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังต้องตรวจ FBS และ Lipid ด้วย เพราะตามประวัติผลของไขมันชนิดเลว มันสูงกว่าไขมันชนิดดี และไตรกลีเซอไรด์ถึงแม้จะปกติแต่ก็ค่อนข้างสูง
หมอนัดครั้งต่อไป อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552 (งดน้ำและอาหารทุกชนิดหลัง 20.00 น.)
หมายเหตุ คุณหมอท่านนี้เป็นแพทย์เวร ท่านที่ ๔ ที่ได้พบ ในการตรวจผลน้ำตาลในเลือด (ยังไม่เคยซ้ำท่าน) เป็นหมอผู้ชาย ซึ่งเรียกผมว่า "คุณลุง" ...อิอิ
----------------------------------------------------------------------
มนุษย์ผึ้งมหัศจรรย์

神奇的蜂爷
(shen2 qi2 de1 feng1 ye2)
ความรู้จากเน็ต : ไขมันในเลือด แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ใหญ่ คือ
1. ไขมันชนิดเลว เช่น โคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, LDL (Low density lipoprotein) และไขมันอิ่มตัว (SATURATED FAT) เป็นต้น
2. ไขมันชนิดดี เช่น HDL (High density lipoprotein) ไขมันไม่อิ่มตัว (UNSATURATED FAT) (ซึ่งรวมถึงไขมัน โอเมก้า 3 ด้วย) และเลซิติน เป็นต้น ซึ่งไขมันพวกนี้จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ (รวมทั้งสมองด้วย) จึงทำให้มีสุขภาพที่ดี
ค่าปกติของ ไขมันในเลือดบางตัวที่เราสามารถตรวจวัดได้ดังนี้
1. โคเลสเตอรอลรวม (total cholesterol) เป็น Cholesterol ทุกชนิดรวมกัน ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 mg% หากมีค่าสูงต้องงด อาหารพวกที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง, ไขมันสัตว์, เครื่องในสัตว์ (ผมไม่ทานอยู่แล้ว
2. โคเลสเตอรอล HDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี ค่ายิ่งสูงยิ่งดี, ถ้าต่ำกว่า 35 mg% ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ การสูบบุหรี่, ภาวะอ้วน, ภาวะขาดอาหาร จะทำให้ HDL ต่ำลงได้ ส่วนการออกกำลังกายจะทำให้ HDL เพิ่มขึ้น
3. โคเลสเตอรอล LDL เป็นไขมันชนิดเลว ปกติไม่เกิน 130 mg% ถ้าเกิน 160 mg% จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเพิ่มขึ้น
4. ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันเลวอีกชนิดหนึ่ง ถ้าสูงมากจะเกิดตับอ่อนอักเสบได้ หรือเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจได้ ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 mg% พบมากในอาหารพวกแป้ง, ของหวาน
ส่วนไขมันอิ่มตัวหรือไขมันไม่อิ่มตัว เราไม่สามารถตรวจเลือดวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ ต้องควบคุมปริมาณที่รับประทานเข้าไป
-
- ไขมันอิ่มตัว ไม่ควรทานมากกว่า 10% ของอาหารในแต่ละวัน ในฉลากอาหารมักจะเขียนเปอร์เซ็นต์ของไขมันอิ่มตัวว่ามีกี่เปอร์เซ็นต์ ไขมันอิ่มตัวพวกนี้ จะไปแย่งที่ไขมันที่จำเป็นของร่างกายทำให้เราเจ็บป่วยได้
- ไขมันไม่อิ่มตัว จะมีหลายชนิดที่สำคัญและเรารู้จักกันดี คือ ไขมันโอเมก้า 3 และ DHA ซึ่งทั้ง 2 นี้ พบมากในน้ำมันปลา (คนละอย่าง กับน้ำมันตับปลา)
อาหารที่แนะนำเพื่อช่วยลดไขมันเลว เป็นอาหารพวกเส้นใย ละลายง่าย เช่น ข้าวโอ๊ต, ถั่วเหลือง, โปรตีนเกษตร, เต้าหู้, ข้าวกล้อง, มะนาว, ส้ม, แครอท เป็นต้น
รักษาสุขภาพนะคะอาจารย์
เรียนท่านอรวรรณ