โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและการดูแล
บทนำ
โรคอุจจาระร่วงและโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจในเด็ก นับเป็นโรคที่เป็นปัญหา
สาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากเป็นสาเหตุของการป่วยและการตายในอันดับแรกของกลุ่มโรคติดเชื้อที่เฝ้าระวังทั้งหมด
โรคอุจจาระร่วง ( Diarrhea )
หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว จำนวน 3 ครั้ง ต่อวันหรือมากกว่า หรือถ่าย
มีมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมากกว่า 1 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน(3)
สาเหตุของโรคอุจจาระร่วง
โรคอุจจาระร่วงที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นสาเหตุมาจากแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และปรสิต หนอนพยาธิ
อันตรายจากโรคอุจจาระร่วง
เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง ผลกระทบของโรคอุจจาระร่วงที่สำคัญ คือ การเกิดภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ในช่วงแรก และภาวะขาดสารอาหารในช่วงหลัง ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กเกิดโรคติดเชื้อแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
การรักษาผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
การรักษามีประเด็นใหญ่อยู่ 3 ประการ คือ
1. การป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำ
ถ้ามีอาการอาเจียนหรือถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ 10มล./กก./ชั่วโมง หรือมากกว่าอาจต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือด
1.1 วิธีการรักษาโดยสารน้ำทางปาก (Oral rehydration therapy-ORT)
การทดแทนน้ำและอีเล็คโทรลัยท์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง ได้มีการรักษาโดยให้สารน้ำทางปากและต่อมามีการศึกษายืนยันว่าการดูดซึมของโซเดียมเกิดขึ้นถ้ามีน้ำตาลอยู่ด้วย โดยโซเดียมจับคู่กับกลูโคสดูดซึมเข้าเยื่อบุลำไส้ด้วยกัน น้ำก็จะถูกดึงเข้าไปด้วย
ดังนั้นการให้สารน้ำรักษาทางปากเหมาะสำหรับการป้องกันภาวะขาดน้ำ เมื่อเกิดภาวะขาดน้ำแล้วในระดับน้อยถึงปานกลางก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องให้ครั้งละน้อยโดยใช้ช้อนตักป้อนจะดีกว่าใส่ขวดให้ดูด เพราะเด็กกำลังกระหายน้ำจะดูดอย่างรวดเร็ว จนได้รับสารน้ำปริมาณมากในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอาการอาเจียน หรือดูดซึมไม่ทัน ทำให้ถ่ายมากขึ้น ต้องอธิบายให้พ่อแม่ตระหนักว่าการให้สารน้ำทางปากนั้นจะป้องกันหรือแก้ไขภาวะขาดน้ำ
ข. การรักษาภาวะขาดน้ำ ( Treatment of dehydration )
เมื่อผู้ป่วยมีอาการอุจจาระร่วง จะมีการเสียเกลือและน้ำไปทางอุจจาระ อาเจียน และ
ทางเหงื่อ ในช่วงแรกที่มีการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ อาการของการขาดน้ำจะปรากฏไม่ชัด อาจสังเกตได้จากอาการกระหายน้ำแต่เพียงอย่างเดียว และเมื่อขาดน้ำมากขึ้น อาการจึงจะปรากฏให้เห็น ตามความรุนแรงของภาวะขาดน้ำ ต้องเฝ้าระวังและดูแลให้สารน้ำดังนี้
- ขาดน้ำน้อย ให้สารน้ำทางปาก 50 มล./กก. ใน 4 ชม. แรก และให้ maintenance 100 มล./กก. จนครบ 24 ชั่วโมง
- ขาดน้ำปานกลาง ให้สารน้ำทางปาก 100 มล./กก. ใน 4 ชม. แรก และให้ maintenance 100 มล./กก. จนครบ 24 ชั่วโมง )
- ขาดน้ำมาก พบเมื่อผู้ป่วยรับสารน้ำทางปากไม่ได้ อาเจียน ท้องอืด หรือ ถ่ายมากเกิดอาการขาดน้ำมากปานกลางถึงขาดน้ำมาก จำเป็นต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำให้สารน้ำทางปากให้เร็วและมากที่สุดพร้อมทั้งส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำทางหลอดเลือด ( IV. fluid )
2. การให้อาหารรับประทานระหว่างเป็นโรคอุจจาระร่วง (Early feeding of appropriate foods )
อาหารพวก ข้าว มัน เนื้อไม่ติดมัน โยเกิร์ต กล้วยและ ผัก จะรับได้ดี ส่วนอาหารมัน ๆ หรือเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงควรงด ในรายที่ได้สารน้ำทางหลอดเลือด ไม่แนะนำให้งดอาหาร
3. การใช้ยาปฏิชีวนะและยาต้านอุจจาระร่วง
โรคอุจจาระร่วงส่วนใหญ่หายได้เอง(4) ถ้าให้การป้องกันและรักษาภาวะขาดน้ำและให้
อาหารที่เหมาะสม องค์การอนามัยโลก จึงแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะในรายที่มีสาเหตุจากอหิวาต์, Shigella โดยเลือกยาตามความไวของยาในแต่ละท้องถิ่นในช่วงเวลานั้น
ชนิดและขนาดของยาปฏิชีวนะ รับประทาน 5 วัน (มก./กก./วัน)
|
Salmonella (non typhoid) |
Cotrimoxazole Norfloxacin
|
10 (trimetroprim) 10 - 20
|
|
Shigellosis
|
Norfloxacin Cotrimoxazole Furazolidone |
10 – 20 10 (trimetroprim) 5 – 8 |
|
V. parahemolyticus |
Cotrimoxazole Norfloxacin Tetracychine (ถ้าอายุมากกว่า8 ปี)
|
10 (trimetroprim) 10 – 20 25 – 50
|
|
C. difficile |
Metronidazole Vancomycin |
20 – 40 50 |
|
V. cholera |
Erythromycin Tetracycline (อายุมากกว่า 8 ปี) Norfloxacin Doxycycline (อายุมากกว่า 8 ปี) Ciprofloxacin Ampicillin |
30 30 – 50 10 – 20 5 10 -20 25 |
|
Campylobacter jejuni |
Erythromycin Norfloxacin |
30 – 50 10 - 20 |