บางครั้งฉันอยากเป็นคนตาบอด
จะได้ไม่ต้องเห็นภาพสงคราม
ภาพป่าไม้ถูกโค่น
ภาพสัตว์ในกรงขังที่เรียกว่า สวนสัตว์
โลกคงไม่ตัดสินคนกันที่หน้าตา
คงไม่ซื้อของที่เปลือกนอก
คงรักคนอื่นที่ตัวตนของคนนั้นจริง ๆ
คงไม่เกิดกระแสคลั่งดารา
คงประหยัดค่าเสริมสวยมากมาย

 

บางครั้งฉันอยากเป็นคนหูหนวก
จะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน
ไม่ได้ยินเสียงปืนและระเบิด
เสียงผู้คนนินทา วาจาสกปรก
และสัญญาลวงของนักการเมือง

 

บางครั้งฉันอยากเป็นคนใบ้
จะได้ไม่ต้องมีคนชวนนินทา
ไม่ต้องต่อล้อต่อเถียงกับใคร
ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการพูดแต่ไม่ทำ

 

แต่ว่าโลกยังมีภาพสวย ๆ ให้มอง
ใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง
ใบหน้าเด็กไร้เดียงสา
รอยยิ้มของผู้คน
ดวงดาวบนฟ้า
ปลาที่ว่ายเสรีในน้ำ

 

โลกยังมีเสียงเสนาะโสตให้ได้ยินได้ฟัง
เสียงแผ่วพลิ้วของดนตรี
เสียงครืนครั่นของน้ำตก
เสียงน้ำในลำธารไหล
เสียงนกร้อง

 

โลกก็ยังมีเรื่องดี ๆ ให้พูดถึง
มีคนเล่านิทานให้เด็กฟัง
เล่าเรื่องขบขันเรียกรอยยิ้มกันและกัน
และบอกความดีของคนอื่นต่อ

 

บางทีหากเรารู้จักเปิดหู เปิดตา เปิดปากในบางเรื่อง
และปิดประสาทในบางเรื่อง

โลกของเราคงน่าอยู่และสวยงามกว่าเมื่อวาน...

 

 

แหล่งอ้างอิง

วินทร์  เลียววาริณ.  รองเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง.  กรุงเทพฯ: 113, 2548.

winbookclub.  http://www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=24.  (18 พ.ค.52).

 

ป.ล. ค้นหาภายหลังพบว่า คุณวินทร์ เลียววาริณ ได้นำบทความนี้ขึ้นเว็บไว้แล้ว ดังอ้างอิง ครับ