บังเอิญ บังอ๋อ

 

  

 

พระพุทธรูปถวายโดยดาไลลามะ ณ Buddha Jayanti Park

 

วันนี้ วันที่ 14 พค. 2552 เป็นวันหนึ่งที่แปลกเพราะมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้น ที่น่าจดจำ 2 เรื่อง

บังเอิญเรื่องแรกเกิดตอนบ่าย

ผมเดินทางไปที่วัดพุทธของสมาคมมหาโพธิ์ที่อยู่ติดกับวัดฮินดูลักษมีที่มีชื่อเสียง เหตุที่ไปวัดพุทธนี้เนื่องจากมีกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่เมืองไทยอยากให้ผมหาพระไตรปิฏกภาษาฮินดีว่ามีหรือไม่ ผมก็เสาะหานานทีเดียว แต่ปรากฏว่ายังหาไม่ได้

ความบังเอิญอยู่ที่ตอนเดินทางกลับ ปรากฏว่าระหว่างทาง ผ่านสวนแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ พลันสายตามผมก็เหลือบไปเห็นคำว่า Budha Jayanti Park ทางซ้ายมือ ดูเผินๆ เป็นสวนที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่โตมาก ทำให้ผมสนใจและต้องกลับรถไปดูเพราะตั้งแต่ไปอยู่ที่เดลีเกือบ 2 ปี เคยแต่ได้ยินชื่อนี้ ถ้าจำไม่ผิดครั้งเดียวและก็รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง จึงแทบจะไม่รู้จักกันเลย ที่สำคัญถนนสายนี้ไม่เคยผ่านเลย ยังแปลกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อบังเอิญเช่นนี้ ผมจึงยอมเสียเวลาแวะไปดูเพื่อที่จะให้รู้ว่าสวนแห่งนี้เป็นอย่างไร และมีที่มาอย่างไร

คนขับรถซึ่งเป็นชาวฮินดูบอกว่าสวนแห่งนี้มีชื่อมาก คนหนุ่มสาวชาวเดลีรู้จักกันดี และเตือนว่าหากเข้าไปเดินดูในสวน อย่าตกใจนะ เพราะเป็นสถานที่คนหนุ่มสาวมาใช้เวลาส่วนตัวทำความสนิทสนมกันหรือว่าพูดภาษาชาวบ้านคือมาพลอดรักกันนั่นเอง คงคล้ายสวนลุมพินีที่บ้านเราในบางเวลามั้ง ผมคิดในใจ

ทางเข้าด้านหน้าสวนมีที่จอดรถได้หลายสิบคัน มีทางเดินเข้าไปในสวนเปิด เต็มไปด้วยต้นไม้ แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่ผมไปเห็นนี้เป็นช่วงหน้าร้อน แทนที่จะเห็นสนามหญ้าที่เขียวจึงเห็นแต่ต้นไม้ต้นแห้งแล้งไปหน่อย

สภาพสวนดูก็พอรู้ว่ามีการจัดการอยู่บ้าง แต่สู้พุทธมณฑลของเราไม่ได้

ลักษณะพื้นที่เป็นเนินดินบ้าง เนินหินบ้าง ทางด้านทิศใต้ของสวนมีสระน้ำขุดขนาดย่อม ตรงกลางสระน้ำเป็นเกาะมีศาลาที่มีพระพุทธรูปเหลืองอร่ามตั้งอยู่ 1 องค์ มีฝูงห่านหลายสิบตัวเล่นน้ำรอบๆ ศาลากลางน้ำ ตรงนี้ดูเหมือนสวนสนุกเหมือนกัน

ต้นไม้บริเวณนี้หนาแน่นและเขียวชอุ่มมากกว่าที่อื่น จึงเป็นบริเวณที่ผมเหลือบเห็นทางหางตา(โดยบังเอิญ)ว่ามีคู่รักหนุ่มสาวอินเดียมาพลอดรักกันจริงๆ นึกว่าผมกำลังอยู่ในบอลลีวู๊ดซะอีก

ในช่วงหน้าหนาว สวนนี้คงน่าดูไม่น้อย เพราะมีการปลูกไม้ดอกนานาพันธ์ด้วย

มารู้จักประวัติสวนกันหน่อยครับ

เป็นสวนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 2500 ปีของการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ที่พิเศษก็คือต้นโพธิ์ที่ปลูกในสวนนี้เป็นต้นโพธิ์ที่มาจากประเทศศรีลังกา โดยข้อมุลระบุว่า ธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชได้นำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยา ไปปลูกที่ศรีลังกาเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 3

สำหรับพระพุทธรูปเหลืองอร่ามที่เห็นตั้งในศาลากลางสระน้ำนั้น องค์ดาไลลามะองค์ที่ 14 เป็นผู้มอบให้เป็นที่ระลึกเมื่อปี คศ. 1993

เป็นพระพุทธรูปขนาดสูง 8 ฟุต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

นอกจากต้นโพธิ์และพระพุทธรูปแล้ว สวนนี้มีการปลูกดอกไม้นานาชนิดรวมทั้งได้จัดทำป้ายหินจารึกข้อความเกี่ยวกับธรรมะที่น่าอ่านหลายแห่ง

ในทุกปี ช่วงเดือนพค. อินเดียฉลองเทศกาลวิสาขบูชาโดยเรียกชื่อการฉลองว่า Buddha Jayanti หรืออีกชื่อหนึ่ง Buddha Purnima ก็จะมีการฉลองใหญ่ที่สวนนี้ด้วย พระที่มาฉลองทราบว่าส่วนใหญ่มีพระธิเบต พระศรีลังกา พระและชีเวียดนาม

สวนนี้เปิดให้คนเข้าฟรี ตลอดปี ผมเดินชมสวนพุทธที่พบอย่างบังเอิญนี้อย่างรวดเร็ว น่าเสียดายที่อากาศร้อนไปหน่อย จึงไม่ได้ชมสวนให้ละเอียดกว่านี้ แต่เท่าที่ทราบก็มีเพียงต้นโพธิ์ ดอกไม้สวนหย่อม และพระพุทธรูปเท่านั้นที่เป็นจุดสนใจ

เรื่องบังเอิญเรื่องที่สอง คุณรจนา ลูกศิษย์พระอาจารย์อารยะวังโสโทรคุยกันว่า”ชมรมสุขด้วยธรรม” ที่ผมตั้งในเว็บบล๊อคนั้น ชื่อใกล้เคียงกับ”ชมรมสุขโดยธรรม” มากและถามผมว่าทราบหรือไม่ว่า”ชมรมสุขโดยธรรม” นั้นเป็นชมรมของพระอาจารย์ที่ตั้งที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งช่างบังเอิญเหลือเกินเพราะผมไม่ทราบมาก่อนว่า”ชมรมสุขโดยธรรม”นั้นเป็นชมรมของพระอาจารย์ สำหรับ”ชมรมสุขด้วยธรรม” นั้น เป็นชมรมที่ผมตั้งขึ้นมาทันทีทันด่วนเพื่อแจ้งข่าวการไปเดลีของพระอาจารย์ช่วง 29 มีนาคม ถึง 1 เมษายนที่ผ่านมา

เนื่องจากในวันที่ 30 มีนาคม พระอาจารย์จะสอนปฏิบัติธรรมให้คนไทยในเดลี ผมจึงตั้งชมรมขึ้นมาเอง เพื่อแจ้งข่าวแก่ผู้สนใจและรองรับกิจกรรมตรงนี้ โดยไม่ได้คิดว่าชมรมนี้จะพัฒนาไปมากกว่านี้

สมาชิกก็มีเพียงคนที่รู้จักไม่กี่คน ล่าสุดมีเพียง 12 คน เอง ชื่อ”สุขด้วยธรรม” นี้ โดยผมได้ค้นหาคำนี้ในเว็บ Google ก็พบแต่ชื่อ ”ชมรมสุขโดยธรรม” ชื่อเดียว ทำให้ผมคิดว่าถ้าเช่นนั้นถวรตั้งชื่อ”ชมรมสุขด้วยธรรม” ดีกว่า จะได้ไม่ซ้ำกันกับชื่อที่มีอยู่แล้ว ก็ไม่นึกเลยว่า” ชมรมสุขโดยธรรม” นั้นคือชมรมของพระอาจารย์นั่นเอง บังเอิญจริงๆ

เป็นเรื่องบังเอิญเรื่องที่สองที่น่าจดจำดี