นักบัญชีชิวชิว ตอนที่ 1

นักบัญชีชิวชิว

ตอนที่ 1

 

                ทราบมั้ยคะว่านามปากกา ว่า หมวยบูริน Pinky” ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา ขอแทนตัวเองว่า หมวยนะคะ

คำว่า หมวย ก็คือ หมวยเป็นลูกหลานคนจีนค่ะ หน้าหมวย ตาตี่ไม่มีเหล่าเต๊ง (ตาชั้นเดียวจ้า)

คำว่า บูริน ก็คือ ตัวการ์ตูนที่ชื่อบูริน เป็นหมูสีชมพูค่ะ หมวยเกิดปีกุนจ้า

คำว่า “Pinky” ก็คือ สีชมพูนั่นเองแหละจ้า

 

          ก่อนอื่นขอเล่าเกี่ยวกับครอบครัวของหมวยก่อนนะคะ ว่ากว่าที่หมวยจะมาเป็นนักบัญชีได้ ได้แรงบันดาลใจมาจากใคร ถึงได้มาเป็นนักบัญชีชิวชิว จนถึงปัจจุบันนี้

                เริ่มจากป๊าของหมวยก่อนเลยนะคะ ป๊าเป็นพ่อค้าค่ะ รับนาฬิกาข้อมือผู้ชายที่ยังไม่ได้ประกอบมาประกอบเอง โดยมีม๊าและหมวยเป็นคนประกอบค่ะ ม๊าเป็นคนถอดสปริงนาฬิกาออกจากตัวเรือน ส่วนหมวยเป็นคนนำสปริงที่ม๊าแกะออกมาต่อกับสายนาฬิกา ช่วยกันทำตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่มเกือบทุกวันเลยค่ะ จนหมวยได้แผลเกือบทุกวัน ติดพลาสเตอร์เกือบทุกนิ้ว จนเพื่อนๆถามตลอดว่าไปทำไรมา เลยบอกว่าต่อนาฬิกา ตั้งแต่หมวยอยู่ ป.2 ค่ะ ป๊าและม๊าทำให้หมวยรู้ค่าของเงินค่ะว่าเงินหายาก จากนั้นป๊าก็นำนาฬิกาที่ต่อเสร็จแล้วไปขายให้กับร้านนาฬิกา กว่าจะกลับก็อาทิตย์นึงเห็นจะได้นะคะ  ดีที่ป๊าไม่ใช่คนเจ้าชู้ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงให้กวนใจม๊าเลยค่ะ ป๊าทานแต่ข้าว 3 มื้อ ขนมไม่แตะเลยค่ะ เพราะว่าป๊าประหยัดมาก ไม่ซื้อขนมทานเลย จนมีอยู่วันนึงท่านไปตรวจสุขภาพ คุณหมอสั่งให้ป๊าทานขนมบ้าง ม๊าจึงต้องทำขนมสังขยาให้ทานทุกครั้งที่ป๊ากลับจากไปส่งนาฬิกา ม๊าทำอร่อยมากค่ะ หมวยชิมแล้ว           

                ส่วนม๊า เป็นช่างตัดเสื้อและครูสอนตัดเสื้อค่ะ รายได้ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้ค่ะ หลังจากนั้นไม่นานป๊าป่วยหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งตอนนั้นหมวยปิดเทอมใหญ่พอดี หมวยกำลังจะขึ้น ป.4 ค่ะ ม๊าจึงต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนป๊า  เป็นช่างตัดเสื้ออย่างเดียวไม่พอค่ะ ม๊าเลยเปิดร้านโชวห่วยค่ะ ขายข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ สบู่ ยาสีฟัน แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว แม่ค้ามักมาซื้อร้านหมวย ซึ่งแม่ค้าบางคนก็ขอผ่อนบ้าง นี่แหละคือ ด่านแรกของนักบัญชีวัยเด็กของหมวยค่ะ หมวยและม๊าต้องทำบัญชีว่าใครซื้อไปทั้งหมดกี่บาท จ่ายหนี้หมวยวันไหน กี่บาท หมวยเลยกลายเป็น นักบัญชีรุ่นจิ๋ว ตั้งแต่เด็กค่ะ ม๊าประหยัดมากค่ะ ไม่เคยซื้อสมุดบัญชีเลย ม๊านำปฏิทินมาตัดเป็นเล่ม แล้วเขียนที่หน้าปกว่าแม่ค้าชื่อไร เล่มนึงใช้ได้ 2 คนค่ะ ด้านหน้าและด้านหลัง ทำจนเป็นธุรกิจไปเลยค่ะ ทำจนหมวยจบม. 6 จำเป็นต้องย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ หมวยลืมบอกไปว่าหมวยมีพี่สาวและพี่ชายค่ะ ทั้งทำงานกันหมดแล้วคะเพราะอายุห่างกันคนละ 6 ปี ม๊าหมวยสอนดีมากค่ะ หลังจากที่ป๊าเสียไป พี่สาวหมวยเรียนจบก็ส่งพี่ชายหมวยเรียนจนจบมหาวิทยาลัย พอพี่ชายหมวยเรียนจบก็ส่งหมวยเรียนมหาวิทยาลัยค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเรียนบัญชีหรอกนะคะ แต่พี่ชายทำงานก่อนหมวย เขาทำงานบริษัทเอกชน เห็นว่าบัญชีหางานง่าย เลยมาปรึกษากันในครอบครัวว่าหมวยควรเรียนคณะอะไรถึงหางานง่าย ซึ่งตอนนั้นหมวยยังไม่ทราบว่าจะเรียนคณะอะไรดี เพราะยังไม่มีอาชีพที่ใฝ่ฝัน คิดเพียงว่าอยากเรียนคณะที่จบมาแล้วหางานได้ง่ายเท่านั้น จะได้เลี้ยงตัวเองได้ ที่บ้านก็พากันแซวหมวยว่าช่างพูดช่างเจรจายังงี้ น่าเรียนนิเทศศาสตร์นะ จะได้เป็น DJ พี่ชายเลยบอกถ้าไม่เก่งจริงก็หางานยาก  เพราะคนเรียนเยอะ เลยสรุปกันสุดท้ายว่า เรียน บัญชี ดีแล้ว ตอนเด็กๆก็ทำบัญชีให้ม๊าอยู่แล้วนี่ บัญชีอยู่ในสายเลือดแล้วมั้ง จากนั้นหมวยก็ได้เข้าคณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี ตามที่คุยกันในครอบครัวค่ะ

                การใช้ชีวิตในรั้วมหาลัย ของเด็กบัญชีจะเป็นอย่างไร รออ่านตอนที่ 2 นะคะ