เล่าเรื่องของการเข้าร่วมงานเบาหวานในฐานะสมาชิกใหม่ของเครือข่ายเบาหวาน

ระหว่างทำงานอยู่ในวันหนึ่งของปลายเดือนมกราคม 2552 มีเสียงกริ๊งจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าดังขึ้น เสียงที่ได้ยินนั้นไม่คุ้นหูเลย เป็นเสียงจากอาจารย์วัลลาที่แอบชื่นชมในความขยันทำงานเรื่องเบาหวานอยู่นะเอง ฉุกใจว่ามีอะไรรึที่อาจารย์โทรมาหา เพราะว่าร้อยวันพันปีได้แต่โฉบเฉี่ยวกันไปมา ไม่ใคร่ได้คุยกันจังๆซะทีเดียว  อาจารย์โทรมาชวนไปร่วมประชุมเครือข่ายเบาหวานที่กรุงเทพฯ ชวนให้นำทีมจากร.พ.กระบี่ไป 3 คน อาจารย์เอ่ยเรื่อง TCEN ,HA, พรพ. ออกมาให้ได้ยิน ฉุกใจอีกแล้ว อาจารย์จะให้ชวนใครไปร่วมประชุมรึนี่  คุยกันไปจึงได้รู้ว่า ที่โทรมาถึงตัวในครั้งนี้นะฉันเป็นคนหนึ่งในสามคนที่คาดหวังจะให้ไปร่วม แล้วคนที่เหลือนั้นจะเป็นใครกันบ้าง อาจารย์ให้ข้อมูลไว้แค่ว่า จะชวนให้ร.พ.กระบี่เป็น node ในภาคใต้เรื่องของเครือข่ายเบาหวาน ฉันฟังคำว่า node แล้วเดาว่า น่าจะมีเรื่องของการทำงานในลักษณะของการเดินทางบ่อยๆแน่เลย ในใจนะนึกไปเรื่อย ใครบ้างที่เหมาะกับงานลักษณะนี้ นึกไม่ใคร่ออกเลยนะ อาจารย์ขอให้ส่งชื่อภายในบ่ายนี้ให้ได้ จึงตัดสินใจนำเรื่องไปปรึกษาเจ้านายซะก่อนในการเข้าร่วมงานที่อาจารย์บอกมา ได้รับอนุญาตแล้วจึงให้ชื่อทีมกระบี่ไปยังพรพ.ในเย็นนั้น

               

2 กุมภาพันธ์ 2552 สามสาวจากกระบี่ไปเข้าร่วมประชุม KM workshop กันที่โรงแรมหลุย แทเวิร์น กรุงเทพฯ การประชุมเริ่มด้วยเกมส์ที่ชวนให้ผู้เข้าร่วมประชุมทำความรู้จักกันในระดับหนึ่งพร้อมไปกับการรับรู้์ความคาดหวังรวมไปถึงการเตรียมการพร้อมมาร่วมประชุมของผู้เข้าร่วมประชุม  จากนั้นกิจกรรมต่อๆมาก็ดำเนินไปในรูปแบบสบายๆ  แฝงหัวใจสำคัญในเรื่องการฝึกให้ผู้เข้าร่วมประชุมรู้จักการคุยสนทนากันแบบเล่าเรื่องราวสู่กันฟังเอาไว้ วันนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ฝึกคุยๆๆๆและคุย ฝึกถอดสิ่งที่รับรู้-รับฟังออกมาเป็นคีย์เวิร์ดสั้นๆที่ฟังแล้วเข้าใจ คีย์เวิร์ดหลายคำ้สะท้อนความรู้สึกรับรู้ของผู้เข้าร่วมประชุมออกมาให้ได้ยิน อยากรู้ว่ามีคำอย่างไรบ้างตามไปอ่านที่อาจารย์วัลลาเขียนเล่าไว้คำเหล่านี้ฟังแล้วหูเป็นแผลหลายแผลเชียวนะขอบอก การคุยๆๆๆได้บอกเคล็ดลับปิ๊งๆหลายเรื่องเชียวนะ น่าสนใจเชียวกระบวนการผ่องถ่ายความรู้ที่ให้ลงมือฝึกแบบกระบวนการอย่างวันนี้ กิจกรรมวันนี้จบลงโดยมีการบ้านให้เขียนเรื่องเล่ามาส่งอาจารย์วัลลาในวันรุ่งขึ้น

3 กุมภาพันธ์ 2552 เริ่มวันใหม่วันนี้ ฉันช้ากว่าคนอื่นอยู่หน่อย ลงมากินอาหารเช้าซะเกือบถึงเวลาเริ่มประชุมแล้ว เข้าไปที่ห้องประชุมก็พบว่าไม่ได้สายอย่างที่คิดเลยแฮะ ยังมีคนไม่มาอีกเยอะเลย กิจกรรมเริ่มขึ้นโดยน้องอ้อชวนเล่นเกมส์เรียกสติแต่ไม่แถมสตังค์ เมื่อพร้อมที่จะรับบทเรียนจากผู้จัดมาเรียนรู้กันต่อ  ก็เริ่มเรียนรู้วิธีคัดขุมความรู้มาใช้งานจากเรื่องเล่าที่ได้ฟังโดยอาจารย์วัลลายกตัวอย่างเรื่องเล่ามาให้ได้อ่านกัน  ฉันจับประเด็นได้ว่าการบันทึกเรื่องราวลงไว้ในลักษณะที่ช่วยให้อยากอ่านเรื่องราวหรือกระตุ้นให้เกิดไอเดียปิ๊งๆได้บ้างนั่นแหละคือบันทึกเรื่องเล่าที่น่า้เขียนลงไว้ในระหว่างการเล่าสู่กันฟังของวงสนทนา  หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้้ทุกคนลงมือฝึกการสกัดขุมความรู้ออกมาใช้งานจากเรื่องเล่าในกลุ่มตัวเอง

แล้วต่อด้วยฝึกปรับเจ้าตัวขุมความรู้ไปเป็นแก่นความรู้ โดยให้เขียนคำที่แปลงเป็นแก่นความรู้แล้วลงในกระดาษสี ซึ่งอาจารย์วัลลาและภก.เอนกได้ลงมือทำให้ดูว่าจะเอากระดาษสีที่เขียนแก่นความรู้ไว้นั้นมาทำอะไร อย่างไร ที่แท้ก็นำมามาเรียบเรียงและจัดกลุ่มเพื่อใช้งานต่อในรูปของตารางอิสรภาพนี่เอง การนำกระดาษสีมาเรียบเรียงสะท้อนให้เรียนรู้เรื่องการใช้คำที่แปลงมาว่าควรใช้คำอย่างไรด้วยนะ  ขอโทษเหอะงานนี้ คำเจาะจงที่แคบหรือเป็นไอเดียปิ๊งๆแบบคำคมแตะแล้วเลือดกระฉูดหรือแปลความหมายแล้วดิ้นได้นะให้ระวังเชียว ตกขอบหรือชิดซ้ายไปเลยสำหรับงานนี้ได้นะ  ก็ตอนที่นำมาเรียบเรียงจัดกลุ่ม มันจัดกลุ่มไม่ลง จัดกลุ่มไม่ได้นะซิ

ตกลงว่าเวทีนี้ไม่ได้ฝึกให้ลงมือเองในการสร้างตารางอิสรภาพ อาจารย์วัลลาได้ยืมตารางอิสรภาพของทีมเบาหวานอุบลมา้ให้แต่ละรพ.ใช้ประเมินตนเอง เพื่อนำผลไปปรับสู่ตารางธารปัญญาแล้วประกาศให้ได้รู้กัน เผื่อว่ากลับไปจะได้รู้กันว่าการช่วยเหลือกันในลักษณะเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อนนั้น ใครจะจับคู่กับใครในเรื่องอะไร จับคู่กันแล้วจะมีอะไรได้แลกเปลี่ยนกันบ้าง 

ฉันว่าทีมเราโชคดีที่ได้ประเมินตนเองด้วยตารางอิสรภาพในวันนี้ เพราะมันทำให้ทีมของฉันได้รู้ว่ามีสะพานเชื่อมระบบการดูแลเบาหวานระหว่างหน่วยย่อยของร.พ.กระบี่่ขาดหายไปในบางจุดที่เป็นจุดสำคัญของตะเข็บรอยต่อ  จึงขอขอบคุณทีมเบาหวานอุบลราชธานีและทีมผู้จัดที่ทำให้ทีมกระบี่ได้เห็นจุดอ่อนจุดนี้้ ไว้ ณ บันทึกนี้

             

อันที่จริงตั้งแต่เริ่มต้นการประชุมมาจนกระทั่งล่วงมาถึงบ่ายวันนี้ ฉันว่าหลายร.พ.ที่มาเข้าร่วมโดยเฉพาะจากภาคใต้ล้วนงงๆกันในเรื่องของบทบาทการเป็น node รวมไปถึงงงกับความผกพันกับการงานที่คาดหวังของผู้จัดในเรื่องการกลับไปพัฒนาระบบงานดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่ร.พ.ของตน ความชัดเจนที่ไม่ยืนยันให้รู้ว่ามีเงื่อนไขในเรื่องของขอบข่ายที่จะให้ทำหน้าที่ node กว้าง-แคบอย่างไร ปล่อยให้ตัดสินใจเองนะแหละที่ทำให้งง

ร.พ.จากภาคใต้ 4 ร.พ.ที่มาพบกันในวันนี้ได้คุยกันถึงเรื่องขอบข่ายนี้ ร.พ.จากภาคอื่นก็คุยเรื่องราวนี้ด้วยเช่นกัน ความเข้าใจต่อขอบข่ายที่ node จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนี้มีหลากหลายเชียวแหละ  กว้างตั้งแต่ระดับจังหวัดลงมาจนถึงระดับร.พ.ของตัวเอง การทำความตกลงกันว่าจะช่วยกันทำงานอย่างไรจึงไม่มีข้อสรุป สุดท้ายทีมภาคใต้ 4 ร.พ. ตกลงกันว่าให้ต่างคนต่างตัดสินใจละกันว่าจะทำงานในขอบข่ายแคบกว้างแค่ไหน เมื่อความชัดเจนปรากฏอย่างไรแล้วให้ตัดสินใจใหม่ได้ กระจ่างกันระดับหนึ่งแล้วในเรื่องของการเป็น node ก็มีงงกับการบ้านที่จะต้องส่งอีกว่างานที่ต้องส่งนะส่งให้ผู้จัดรึว่าส่งให้ใคร พรพ. กรมการแพทย์ หรืออย่างไรไม่รู้กันเลยนิ  ซึ่งต่อมาก็เดากันได้เลาๆว่าน่าจะเป็นงานส่งให้กรมการแพทย์ละั๊มั๊ง ก็ผู้ที่มาให้ข้อมูลเพิ่มนะ เป็นอาจารย์น.พ.สมเกียรติ โพธิสัตย์ จากสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์นี่นา  ไม่เกี่ยวแล้วจะมาบอกกล่าวกันทำไมเนอะ

เมื่อผู้จัดให้เวทีสำหรับผู้มาจากร.พ.ในภาคเดียวกันได้นั่งคุยทำความรู้จักกันและกัน กลุ่มที่มาจากภาคใต้มี 4 ร.พ. และ 1 มหาวิทยาลัยได้นั่งคุยกัน  4 รพ.นั้นมี ร.พ.ท่าศาลา (นครศรีธรรมราช) ร.พ.กะพ้อ(ปัตตานี)   ร.พ.สุไหงโกลก(นราธิวาส) และ ร.พ.กระบี่ (กระบี่) 1 มหาวิทยาลัยนั้นคือ ม.วลัยลักษณ์  ระหว่างการนั่งคุยกันการบ้านชิ้นใหญ่ก็ถูกส่งมาให้ตัดสินใจร่วมกัน นั่นคือ การร่วมกันจัดงานตลาดนัดเบาหวานภาคใต้ เอาละซิงานนี้เป็นงานใหญ่นะ  ฟังแล้วตอนแรกก็ไม่มีใครหนักใจแต่อย่างไรนะ เพราะพากันคิดว่ามีแม่งานจากส่วนกลางไปจัดให้ แต่แล้วเมื่อมีข้อมูลบอกออกมาว่าจะมอบให้ร.พ.ในพื้นที่ภาคนั้นๆจัดขึ้น ความหนักใจเริ่มปรากฎขึ้นให้รับรู้

ร.พ.ภาคใต้ 4 ร.พ.ฟังแล้วมองหน้ากันอยู่เป็นครู่อย่างเฉยๆ ต่างเหลียวไปมองม.วลัยลักษณ์เพื่อรับฟังคำบอกเล่า ด้วยเข้าใจว่าม.วลัยลักษณ์จะเป็นแม่งานในการจัดในภาคใต้   แต่แล้วก็คำตอบจากน้องที่มาจากม.วลัยลักษณ์ก็ทำให้แปลกใจ งานนี้ตามอาจารย์วัลลามาเพื่อช่วยงานเท่านั้น  ให้ร.พ.4 ร.พ.นั้นตกลงกันเองว่าใครจะจัด เอาละซิมองกันไปมองกันมาอีกรอบทำยังไงดีละนี่  เชื่อว่าในใจต่างลุ้นนะว่าใครจะอาสา แต่ก็ไม่มีใครอาสาขึ้นมา ในที่สุดก็มีคนเสนอขึ้นมาให้กระบี่เป็นผู้จัด ซึ่งกระบี่ก็ใจง่ายรับปากไปโดยไว เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่าพื้นที่จัดนะเหมาะสำหรับให้ทุกจังหวัดในภาคใต้มาร่วมได้ง่ายแค่นั้นเอง แล้วกระบี่ก็เคยรับงานจากเขตทำงานกับร.พ.เขตภาคใต้ตอนบนมาบ้างแล้วในเรื่องหลายเรื่อง  งานแค่นี้ไม่น่าจะยุ่งยากอะไรในการรับงานให้ซะเอง

ระหว่างหารือกันอยู่ในเรื่องขอบข่ายความเป็น node  ก็ได้ยินเสียงแว่วมาว่าให้แจ้งข้อมูลที่ตกลงทำงานร่วมกันทั้งในฐานะ node และการจัดตลาดนัดเบาหวานภาคว่าประสานงานเพื่อช่วยเหลือกันและกันอย่างไรกำหนดวันจัดกิจกรรมวันไหน เพื่อจะได้รับรู้ร่วมกันว่าใครเร็วช้าอย่างไร  กลุ่มร.พ.ใต้คุยๆกันแล้วบอกไปว่าจะประสานงานกันทางโทรศัพท์และทางอีแมวละกัน ส่วนวันจัดงานตลาดนัดภาคใต้ขอไม่กำหนดเดือน ขอรับปากเพียงแค่ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกรกฎาคมเป็นอย่างช้า  โดยมีจังหวัดกระบี่รับหน้าที่เป็นพื้นที่เจ้าภาพจัดงาน หลังจากนั้นก็ช่วยกันแลกที่อยู่อีแมวและเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ติดต่อกัน

เมื่อได้ข้อมูลของความร่วมมือระหว่างกันของร.พ.ในแต่ละภาคครบทุกภาคแล้ว อาจารย์วัลลาและคุณธวัชก็ชวนผู้เข้าร่วมประชุมสะท้อนความในใจก่อนจากกันไป โดยให้มีตัวแทนของแต่ละกลุ่มหนึ่งคนพูดแสดงความรู้สึกต่อประสบการณ์ที่ได้รับในสองวันนี้ เมื่อสะท้อนการเรียนรู้จบลงแล้วอาจารย์็ได้มอบของขวัญเป็นซีดีเกี่ยวกับเรื่องเบาหวานให้ผู้ที่ออกมาพูดติดมือกลับบ้านกันด้วย มีบางคนที่ไม่ได้สนใจของขวัญหรอกแต่อยากแสดงความรู้สึกก็ขออกมาพูดเพื่อบอกให้รับรู้ เป็นคำพูดที่เปล่งออกมาจากใจให้รู้สึกดีๆเชียวแหละนะ

ก่อนที่จะละจากกัน เจ้าภาพใหญ่ได้เข้ามาเยี่ยมและแอบนั่งเงียบฟังอยู่หลังห้อง พี่ใหญ่งานพัฒนาคุณภาพร.พ.น.พ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล นะแหละ อาจารย์วัลลาจึงเชิให้ลุกมาทักทายผู้ร่วมประชุมและกล่าวปิดงาน พี่เขาพูดคุยเล่าเรื่องการเตรียมจัด HA Forum ที่กำลังเตรียมการอยู่ให้รับรู้ว่า กว่าที่เรื่องต่างๆจะถูกนำมาแสดงในงานให้ได้อ่านได้ชมกันนั้น ทีมงานของพรพ.ตาแฉะกันไปตามๆกันด้วยมีเรื่องราวที่เสนอมาเพื่อให้เลือกกว่า 1,500 เรื่องเชียวหนาที่ต้องอ่านต้องคัดกันก่อน

หลังการประชุมปิดลง สองสาวในทีมงานของฉันก็ปลีกตัวกันเดินทางกลับกระบี่ ส่วนฉันนั้นร่วมเดินทางไปยังเมืองสองแควพร้อมกับทีมของน.พ.นิพัธ กิตตมานนท์  เพื่อดูงานคลินิคเท้าเบาหวานของร.พ.พุทธชินราชต่อไป